วิเคราะห์เจาะลึกการประกาศยุติบทบาทผู้บริหารของ โอม ค็อกเทล และทีม “ครึ่งเก้า” จาก GeneLab เปรียบเทียบกลยุทธ์สร้างอาณาจักรฟุตบอลสไตล์ ราล์ฟ รังนิก
ในโลกของฟุตบอล การประกาศแยกทางของกุนซือหรือผู้บริหารระดับสูงมักจะถูกตีความไปในสองทิศทางเสมอ หนึ่งคือผลงานที่ล้มเหลว และสองคือ “ภารกิจเสร็จสิ้น” จนถึงเวลาที่ต้องส่งไม้ต่อ
การประกาศยุติบทบาทการบริหารค่ายเพลง GeneLab และ 19 ในเครือ GMM Music ของ “โอม ค็อกเทล” และทีมงานบริษัท “ครึ่งเก้า” เมื่อช่วงที่ผ่านมา จึงไม่ใช่แค่ข่าวบันเทิงธรรมดา แต่มันคือกรณีศึกษาที่น่าสนใจอย่างยิ่งหากเราลองส่องผ่านเลนส์ของ “ฟุตบอลสมัยใหม่”
หากจะหาใครสักคนที่สะท้อนภาพลักษณ์ของ โอม ค็อกเทล ในบทบาทนี้ได้ชัดเจนที่สุด ชื่อของ "ราล์ฟ รังนิก" ยอดสถาปนิก ผู้วางรากฐานให้กับอาณาจักรฟุตบอล Red Bull คือตัวอย่างที่เห็นภาพที่สุด ...
ติดตามพร้อมกันที่ Siamsport
สถาปัตยกรรมแห่งความสำเร็จ : โมเดล Red Bull สู่ GeneLab
เมื่อครั้งที่ ราล์ฟ รังนิก ก้าวเข้ามาเป็นผู้อำนวยการฟุตบอลให้ Red Bull ในปี 2012 เขาไม่ได้เข้ามาเพื่อแค่พาทีมชนะเป็นนัด ๆ แต่เขาเข้ามาเพื่อ “สร้างนิติบุคคลใหม่เพื่อทดลองระบบ”
รังนิก ใช้กฎเหล็กที่เรียกว่า “3Cs” อันประกอบด้วย Concept (คอนเซปต์), Competence (คนเก่ง) และ Capital (เงินทุน)
สิ่งนี้ช่างละม้ายคล้ายกับจุดเริ่มต้นของ GeneLab ที่ โอม ค็อกเทล เสนอแนวคิดกับผู้บริหาร GMM Music ว่าควรสร้างหน่วยงานทดลองที่อยู่นอกระบบเดิม เพื่อความคล่องตัวและยืดหยุ่นในการปั้นศิลปินรุ่นใหม่
"ระบบ" ต้องอยู่เหนือตัวบุคคล
อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว แน่นอนว่าหัวใจสำคัญที่สถาปนิกทั้งสองคนยึดถือคือ "การสร้างระบบ" รังนิก เชื่อว่าทีมที่ดีต้องเล่นให้คนดูจำสไตล์ได้แม้จะเป็นวันที่ฟอร์มตก เช่นเดียวกับ โอม ค็อกเทล ที่ระบุชัดเจนในแถลงการณ์ว่า “องค์กรที่ดีต้องอยู่ได้ด้วยระบบไม่ใช่ตัวบุคคล"
การที่บริษัท “ครึ่งเก้า” เข้ามาในฐานะ “ผู้รับจ้างบริหาร” เปรียบเสมือนทีมงาน Staff Coaching ระดับโลกที่สโมสรจ้างมาเพื่อเซตระบบหลังบ้าน เมื่อรากฐานแข็งแรง ศิลปินเติบโตจนดูแลตัวเองได้ และระบบงานเดินต่อได้ด้วยตัวเอง “สถาปนิก” อย่างเขาก็พร้อมที่จะก้าวเดินต่อ
การจากลาเพื่อสู่ “เขตแดนที่ไม่รู้จัก”
ราล์ฟ รังนิก อำลาอาณาจักร Red Bull ไปในปี 2020 หลังจากวางระบบจนสโมสรอย่าง แอร์เบ ไลป์ซิก ก้าวขึ้นมาเป็นทีมที่เล่นไม่กลัวใครและไปถึงรอบลึกในฟุตบอลถ้วยยุโรป การจากไปของเขาไม่ใช่เพราะความขัดแย้ง แต่เป็นความต้องการไปรับความท้าทายใหม่
ไม่ต่างจาก “โอม ค็อกเทล” ที่ยืนยันว่าการแยกทางครั้งนี้ไร้ซึ่งข้อขัดแย้ง แต่เป็นเพราะเขาและทีมงานครึ่งเก้า อยากออกไปทำอะไรตามใจตัวเองใน “เขตแดนที่ไม่รู้จัก” ในวันที่ยังมีแรงและไอเดียใหม่ ๆ
วันนี้ GeneLab ยืนหยัดได้อย่างมั่นคงแล้วด้วยระบบที่โอมและทีมงานวางไว้ หลังจากนี้คงต้องรอดูว่า “สถาปนิก” กลุ่มนี้จะไปร่างแบบก่อสร้างอาณาจักรใหม่ที่ไหน และจะสั่นสะเทือนวงการได้เท่าเดิมหรือไม่? เราคงต้องติดตามกันต่อไป ...
-ตัน กวาร์ดิโอล่า -