แม่เสียตั้งแต่เด็ก, คุ้ยขยะหาเกือก สู่ดาวยิงระดับโลก! เปิดปูมชีวิตนักสู้ วิคเตอร์ โอซิเมน

แม่เสียตั้งแต่เด็ก, คุ้ยขยะหาเกือก สู่ดาวยิงระดับโลก! เปิดปูมชีวิตนักสู้ วิคเตอร์ โอซิเมน
วลีที่ว่า "จากยาจกสู่เศรษฐี" อาจยังไม่เพียงพอที่จะอธิบายเรื่องราวอันน่าทึ่งของ วิคเตอร์ โอซิเมน กองหน้าชาวไนจีเรีย ได้อย่างครบถ้วน เพราะชีวิตของเขาเต็มไปด้วยดราม่ากว่าจะสตาร์ดังในโลกลูกหนังในปัจจุบัน

ดาวยิงเท้าฉมัง ซึ่งเป็นหนึ่งในกองหน้าที่เก่งที่สุดของโลก ได้รับความสนใจจากสโมสรชั้นนำในยุโรป หลังสร้างผลงานดีมีคุณภาพให้กับ นาโปลี และตอนนี้ก็เป็นตัวหลักให้ กาลาตาซาราย สโมสรในประเทศตุรกี 

    โอซิเมน วัย 27 ปี มีเส้นทางฟุตบอลที่ราวกับว่าทั้งโลกกำลังขัดขวางเขา ขณะที่พยายามเปลี่ยนพรสวรรค์ให้กลายเป็นอาชีพอย่างแท้จริง แต่ในที่สุดเจ้าตัวก็ฝ่าฟันอุปสรรคจนตอนนี้มีค่าเหนื่อย 250,000 ปอนด์ (ราว 11 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ตัวเขาในวัยเด็กไม่อาจเอื้อมที่จะจินตนาการสิ่งนี้ได้เลย 

ต้นกำเนิดที่เลือกเกิดไม่ได้

     ย้อนรำลึกสมัยเป็นเด็ก โอซิเมน และพี่น้องอีก 6 คนอาศัยอยู่ในอพาร์ทเมนต์ห้องเดียวในโอลูโซซุน ซึ่งเป็นย่านชุมชนแออัดในเมืองลากอส ประเทศไนจีเรีย โดยตั้งอยู่ติดกับกองขยะที่ใหญ่ที่สุดในทวีปแอฟริกา !!

    ชีวิตอันยากลำบากเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ยังเป็นเด็กน้อยตัวเล็กๆ เมื่อแม่ของเขาเสียชีวิตตอนที่เขายังเป็นอยู่ในวัยเตาะแตะ ส่วนพ่อเป็นคนขับรถที่ถูกเลิกจ้าง ก่อนจะไปรับงานใหม่เป็นพนักงานล้างจานในห้องครัวของสถานีตำรวจ

     เมื่อรายได้ของพ่อไม่เพียงพอสำหรับจ่ายค่าเช่า โอซิเมน จึงต้องออกไปคุ้ยกองขยะใกล้บ้านเพื่อหา รองเท้าฟุตบอลมาใส่ โดยเจ้าตัวเล่าถึงเรื่องนี้ว่า "ผมจำได้ว่าคืนหนึ่งตอนผมอายุประมาณ 12 ปี เจ้าของบ้านทนไม่ไหวแล้ว เขาตัดไฟอพาร์ทเมนต์ของพวกเรา"

    "พวกเรานั่งอยู่ในความมืดในห้องเดียวทั้งหมดเจ็ดคน  ไม่มีทีวี ไม่มีอะไรเลย ผมเดินออกไปข้างนอก ไปนั่งอยู่ข้างท่อระบายน้ำ ท่อระบายน้ำจริงๆ  แล้วก็เริ่มร้องไห้ ผมเงยหน้ามองท้องฟ้าและถามพระเจ้าว่า -นี่มันชีวิตแบบไหนกันสำหรับเด็กคนหนึ่ง?-"

ยอมหยุดฝันเพื่อครอบครัว

    สถานการณ์เลวร้ายถึงขั้นที่ โอซิเมน ต้องหยุดเล่นฟุตบอล และหันไปทุ่มเทช่วยครอบครัวให้พออยู่รอด ตอนนั้นเขาให้นิยามตัวเองว่า "คนสู้ชีวิต" ที่ขายน้ำดื่มตามสี่แยกไฟแดง รับจ้างทำงานจิปาถะให้บาทหลวงชื่อดังในลากอส

    นอกจากนี้ยังรับงานเสี่ยงอันตรายลงไปในบ่อน้ำ และแม้กระทั่งไปออกรายการเกมโชว์ในไนจีเรีย ซึ่งเขาชนะเงินรางวัลโดยเทียบค่าเงินแล้วประมาณ 5 ปอนด์ (ราว 220 บาท) เท่านั้น ในการออกอากาศสดทางโทรทัศน์

    โอซิเมน เผยว่า "นั่นคือเงินมากที่สุดที่ผมเคยถือไว้ในมือก่อนหน้านั้นเลย ถ้ามีเงินให้หา ผมจะไปอยู่ตรงนั้นเสมอ ทุกอย่างที่ผมหาได้ ผมให้พี่น้องเอาไปซื้ออาหารและจ่ายค่าเช่าหลายคืนผมนอนอยู่ในโบสถ์จริงๆ บ้านของเราแทบไม่มีหลังคาแล้ว มันกำลังจะพังลงมา"

ไม่เคยยอมแพ้แม้ต้องผิดหวัง

    ฟุตบอลเริ่มกลับเข้ามาในชีวิตของ โอซิเมน อีกครั้ง แม้ว่าในช่วงวัยกลางวัยรุ่นเขาจะได้เล่นเพียงให้ทีมโบสถ์ในท้องถิ่นเท่านั้น หลังจากไม่สามารถสร้างความประทับใจให้โค้ชทีมชาติไนจีเรียรุ่น ยู 17 ได้ในการคัดตัวครั้งแรก 

    ตอนนั้น โอซิเมน ร้องไห้ตลอดทางกลับบ้าน เขายังคงเชื่อมั่นในตัวเองและตัดสินใจไปทดสอบฝีเท้าอีกครั้ง โดยได้รับการสนับสนุนจากเพื่อนบ้านที่ลงทุนยืมรถขับเป็นระยะทาง 9 ชั่วโมงเพื่อไปยังสถานที่คัดเลือก

    โอซิเมน เป็นหนึ่งในเด็กหลายร้อยคนที่หวังจะคว้าโอกาสนั้น และเขาก็คว้าไว้ได้ด้วยการลงสนามเป็นตัวสำรองเพียง 15 นาที แต่ยิงได้สองประตู ทว่าเจ้าตัวเกือบพลาดโอกาสอีกครั้งเพราะความเข้าใจผิด!!!???

    เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างที่เขากำลังเดินกลับไปที่รถ เพราะคิดว่าตัวเองถูกปฏิเสธอีกหน แต่แพทย์ประจำทีมได้ชี้ให้โค้ชเห็นว่าเด็กหนุ่มคนนั้นแหละคือคนที่ยิงสองประตู จนในที่สุดเขาได้รับการเรียกตัวกลับมาอีกครั้ง

    โอซิเมน เผยว่า "ถ้าคุณหมอประจำทีมไม่ทำแบบนั้น วันนี้ผมคงไม่ได้เป็นนักฟุตบอล บางทีผมอาจจะอยู่แถวก้นบ่อน้ำไปแล้วก็ได้"

    จากนั้นเจ้าตัวก็ระเบิดฟอร์มยิง 10 ประตูจาก 7 นัด พา ไนจีเรีย คว้าแชมป์ฟุตบอลโลก รุ่น ยู 17 ในปี 2015 พร้อมรับเงินรางวัลระดับหลักพันปอนด์ ซึ่งแม้จะไม่มากนัก แต่เปลี่ยนชีวิตเขาไปตลอดกาล

    สตาร์จากกาลาตาซาราย กล่าวเสริมว่า "ชีวิตผมเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วมาก ผมโทรหาพี่สาวและบอกว่า -ผมจะพาทุกคนย้ายจากบ้านห้องเดียว ไปอยู่บ้านสองห้อง ทุกอย่างจะได้รับการดูแลเรียบร้อย สิ่งเดียวที่ฉันขอจากพวกเธอก็คืออย่าลืมอธิษฐานเผื่อฉันด้วย"

ชีวิตเปลี่ยนแต่เกือบหมดศรัทธาในลูกหนัง

    เงินหลักพันปอนด์ในวันนั้น กลายเป็นหลักล้านเมื่อ โอซิเมน ถูก เฟาเอฟแอล โวล์ฟสบวร์กคว้าตัวไปร่วมทีมในปี 2017 โดยเจ้าตัวเล่าว่า "กระโดดโลดเต้นดีใจสุดเหวี่ยง" ทันทีที่เงินเข้าบัญชี ก่อนจะคุกเข่าลงขอบคุณพระเจ้า

    แม้ โอซิเมน จะลงเล่นให้ทีมจากเยอรมนี 16 นัดโดยยิงประตูไม่ได้เลย แต่เขาไปสะดุดตา ลีลล์  หลังยิง 20 ประตูระหว่างถูกปล่อยยืมตัวให้กับ รอยัล ชาร์เลอรัว ในฤดูกาล 2018/19

โดยผลงาน 13 ประตูในศึก ลีก เอิง ช่วงต้นอายุยี่สิบปี เพียงพอให้ นาโปลี ยอมทุ่มค่าตัวเป็นสถิติสโมสรคว้าตัวเขาไปร่วมทีมในปี 2020

     อย่างไรก็ตาม ก่อนดีลนั้นจะลุล่วงไม่นาน เขาต้องพบกับความสูญเสียครั้งใหญ่ เมื่อบิดาสุดที่รักต้องมาจากไป และท่ามกลางอนาคตสโมสรที่ยังไม่แน่นอน นักเตะไม่สามารถบินกลับบ้านได้ทันเพื่อกล่าวคำอำลา

    นั่นเป็นแรงกระแทกทางใจอย่างรุนแรงสำหรับเจ้าตัวอย่างมาก จนเขารู้สึกหมดศรัทธากับวงการฟุตบอลในช่วงหนึ่ง โอซิเมน ย้อนความหลังว่า "ผมจำได้ว่าผมขว้างโทรศัพท์ทิ้งแล้วก็แทบเสียสติ ผมทำลายข้าวของในบ้านทั้งหมด ทุบทุกอย่าง ผมควบคุมตัวเองไม่ได้เลย เสียงดังจนเพื่อนบ้านต้องมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น" 

    "ผมคิดว่า -ถ้านี่คือฟุตบอล แล้วมันมีความหมายอะไร? ผมแค่อยากอยู่กับครอบครัว ตอนที่ผมบินกลับบ้าน ผมคิดจริงๆ ว่าบางทีผมอาจจะไม่เล่นฟุตบอลอีกแล้ว ผมรู้สึกขยะแขยงและผิดหวังกับทุกสิ่งทุกอย่างมาก" โอซิเมน ระบุ

เส้นทางซูเปอร์สตาร์สู่แรงบันดาลใจของเด็กยากไร้

    หลังจากนั้นลูชาโน่ สปัลเล็ตติ ซึ่งกุมบังเหียน นาโปลี ในขณะนั้น ได้จัดการดูแลสภาพจิตใจของ โอซิเมน จนทำให้เขากลับมาโฟกัสกับเส้นทางที่ถูกต้องอีกครั้ง จากนั้นก็กระหน่ำ 26 ประตูในลีก พา นาโปลี ปลดล็อกแชมป์กัลโช่ เซเรีย อา เป็นครั้งแรกในรอบ 33 ปี เมื่อฤดูกาล 2022/23

     แม้ในเวลาต่อมาความสัมพันธ์ระหว่างนักเตะกับสโมสรจะมีปัญหา แต่ โอซิเมน ยังคงถล่มประตูอย่างต่อเนื่องในตุรกี กับ กาลาตาซาราย ตอกย้ำเส้นทางความสำเร็จที่แทบไม่น่าเชื่อของตัวเอง และพิสูจน์ให้เด็กยากไร้เห็นว่าทุกอย่างเป็นไปได้

    โอซิเมน กล่าวว่า "ผมอยากเป็นแรงบันดาลใจให้เด็กๆ ที่เติบโตมาแบบเดียวกับผม พวกเรามีเป็นล้านคน เด็กที่ต้องทำงานเพื่อหาอาหารมื้อถัดไป ขายน้ำอยู่แถวไฟจราจร คุ้ยกองขยะหาอะไรไปขาย ดิ้นรน ฝัน และอธิษฐาน ด้วยพระเมตตาของพระเจ้า ผมทำให้เห็นแล้ว" 




ที่มาของภาพ : gettyimages
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport