แคมป์ทีมชาติอังกฤษ รุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี ณ ประเทศไซปรัส อาจดูเหมือนเป็นเพียงเส้นทางสู่ทีมชาติให้กับเด็กวัย 14 ปี แต่ในความเป็นจริง มันคือตลาดซื้อขายล่วงหน้าที่เหล่าเอเยนต์และแมวมองจ้องตาไม่กะพริบ ตั้งแต่การตามสืบข้อมูลพ่อแม่นักเตะ ไปจนถึงการจับตาแข้งสองสัญชาติจากสโมสรดังอย่าง อาร์เซน่อล และ บาร์เซโลน่า เพื่อแย่งชิงเพชรเม็ดงามมาประดับวงการในอนาคต
- ด่านแรกสู่ทีมชาติและการแย่งชิงดาวรุ่งสองสัญชาติ
เป้าหมายหลักของทีมชาติอังกฤษ U15 คือการประเมินระดับฝีเท้าผู้เล่นและเป็นการเปิดโอกาสให้แข้งอายุน้อย โดยเฉพาะกลุ่มนักเตะสองสัญชาติได้ลองสัมผัสบรรยากาศการเล่นให้ทัพสิงโตคำราม
ซึ่งนักเตะที่ถูกจับตามองมากที่สุดในทริป ไซปรัส ครั้งนี้คือ หลุยส์ มูนอส จาก อาร์เซน่อล และ วิลล์ เฟอร์ดินานด์ จาก บาร์เซโลน่า ซึ่งถือเป็นพรสวรรค์ระดับท็อปของรุ่น
อย่างไรก็ตาม เอเยนต์บางรายให้ความเห็นว่ายังเร็วเกินไปที่จะตัดสินศักยภาพในภาพรวม เนื่องจากทีมชุดนี้ยังขาดตัวหลักจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ติดภารกิจแข่งทัวร์นาเมนต์ต่างประเทศ และเชื่อว่าภาพจะชัดเจนขึ้นเมื่อเข้าสู่แคมป์รุ่นอายุไม่เกิน 16 ปี (U16)
- เมื่อเอเยนต์ประกบติดยิ่งกว่ากองหลัง
บรรยากาศที่ข้างสนามเต็มไปด้วยเหล่าตัวแทนนักเตะและแมวมองที่พยายามสืบข้อมูลอย่างหนัก หนึ่งในเทคนิคที่ใช้คือการสังเกตว่าหลังจบเกม "พ่อแม่คนไหน เดินเข้าไปหากอดนักเตะคนไหน" เพื่อให้รู้ว่าใครเป็นครอบครัวของใคร และนำไปสู่การทาบทามในที่สุด
ทว่า เอเยนต์รุ่นเก๋าบางรายก็ได้ออกมาเตือนถึงวิธีการเข้าหาที่กดดันเกินไปโดยเฉพาะในรุ่น U15 ที่ครอบครัวอยากดื่มด่ำกับบรรยากาศการติดทีมชาติครั้งแรกมากกว่าการถูกกดดันเรื่องธุรกิจ
มีรายงานว่าเคยมีเอเยนต์พยายามเข้าไปตีสนิทกับครอบครัวนักเตะถึงในโซนรับมอบหมวกทีมชาติเลยทีเดียว
- ความตื่นเต้นของเด็กวัย 14 กับเกมสุดมัน
สำหรับเด็กอายุเพียง 14 ปี การลงเล่นท่ามกลางแมวมองและเอเยนต์ที่จดบันทึกทุกการเคลื่อนไหวถือเป็นเรื่องที่ค่อนข้างตึงเครียด ในเกมนัดนี้ อังกฤษ ออกนำจากจุดโทษตั้งแต่ 60 วินาทีแรก ก่อนจะโดนสหรัฐอเมริกาพลิกนำ 3-1 ในครึ่งแรก
อย่างไรก็ตาม จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นในครึ่งหลังเมื่อ อังกฤษ ส่งตัวทีเด็ดอย่าง หลุยส์ มูนอส และ ลูก้า อีเดน จาก ลิเวอร์พูล ลงมา ก่อนจะพลิกกลับมาเอาชนะไปได้อย่างสุดมัน 4-3 โดยเกมนี้น่าสนใจว่า ยาโก้ ลูกชายของ ติอาโก้ ซิลวา ปราการหลังระดับตำนานทีมชาติบราซิล ได้ถูกส่งลงสนามในตำแหน่งแบ็กขวาให้ อังกฤษ ด้วย
- สงครามข่าวสารในสนาม
ความสำคัญของเกมนี้สะท้อนได้จากการที่เอเยนต์ที่ไม่ได้เดินทางมาด้วย ยังต้องส่งข้อความมาขอใบรายชื่อตัวจริงเพื่อตรวจสอบว่าใครได้สตาร์ท ใครทำประตู และใครที่เริ่มแสดงความโดดเด่นในระดับนานาชาติ เพื่อที่พวกเขาจะได้เงี่ยหูฟัง และรู้ว่านักเตะคนไหนมีแนวโน้มจะเซ็นสัญญากับใครต่อไป