ในนัดชิงชนะเลิศแอฟริกา คัพ ออฟ เนชั่นส์ 2025 เต็มไปด้วยดราม่า โดยเฉพาะจังหวะยิงจุดโทษของ บราฮิม ดิอาซ ที่โดนกล่าวถึงอย่างมาก เพราะมันเปลี่ยนชะตาของ โมร็อกโก อย่างแท้จริง
โมร็อกโก ซึ่งเป็นเจ้าภาพ "แอฟคอน" ครั้งนี้ ได้จุดโทษในช่วงทดเวลาบาดเจ็บครึ่งหลัง และส่งผลให้นักเตะเซเนกัลไม่พอใจพยายามถึงขั้นวอล์กเอาต์ออกจากสนาม และความโกลาหลดังกล่าวเกิดขึ้นนานราว 17 นาที นับตั้งแต่ได้จุดโทษก่อนที่ ดิอาซ จะเริ่มวิ่งเข้ายิง
จังหวะนั้น แนวรุกของเรอัล มาดริด ชะลอฝีเท้าเมื่อเข้าใกล้ลูกบอล แล้วชิพบอลเบาๆ สไตล์ " ปาเนนก้า" ไปตรงกลางประตู แต่ เอดูอาร์ด เมนดี้ ผู้รักษาประตูไม่ขยับตัว ยืนรับบอลไว้ได้อย่างสบาย ทำให้เกมต้องต่อเวลาพิเศษ และเป็นเซเนกัลที่คว้าชัยชนะไปในที่สุด
ช่วงเวลาที่เลวร้ายอย่างยิ่งสำหรับ ดิอาซ ซึ่งคว้ารางวัลดาวซัลโวของทัวร์นาเมนต์ แต่นี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่การยิงแบบนี้เกิดความผิดพลาด เพียงแต่ว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นกับ ดิอาซ มันรุนแรงเพราะทำให้ โมร็อกโก ชวดแชมป์ลูกหนังกาฬทวีปสมัยแรกในรอบ 50 ปี
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการยิงลักษณะนี้จะดูแย่มากเมื่อบอลไม่เข้า แต่การชิพบอลไปตรงกลางประตู ถือเป็นตัวเลือกที่แย่ที่สุดสำหรับผู้ยิงจุดโทษจริงหรือไม่?
- ปาเนนก้ามาจากไหน ?
คำว่า "ปาเนนก้า" มาจากชื่อของ อันโตนิน ปาเนนก้า ผู้ซึ่งยิงจุดโทษชิพบอลไปตรงกลางประตูอย่างโด่งดัง เพื่อพา เชโกสโลวาเกีย คว้าแชมป์ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 1976
เกมนัดชิงกับแชมป์เก่าอย่าง เยอรมนีตะวันตก เสมอกัน 2-2 หลังต่อเวลาพิเศษ ก่อนต้องตัดสินผู้ชนะด้วยการดวลจุดโทษ เมื่อ อูลี่ เฮอเนส ยิงจุดโทษข้ามคานไป ปาเนนก้า ก็มีโอกาสยิงประตูชัยให้ทีมรองบ่อน
หลังจากวิ่งเข้าไปยิงอย่างรวดเร็ว ปาเนนก้า ชิพบอลเบาๆ ลอยไปตรงกลางประตู หลอก เซ็ปป์ ไมเออร์ ผู้รักษาประตู ได้สำเร็จ และพา เชโกสโลวาเกีย คว้าถ้วยแชมป์ไปครองชนิดหักปากกาเซียน
ความจริงแล้ว นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ ปาเนนก้า เลือกยิงจุดโทษในลักษณะนี้ เพราะก่อนหน้านั้นเพียงหนึ่งเดือน เขาเคยทำประตูให้ต้นสังกัด โบฮีเมียนส์ ในนัดพบคู่ปรับร่วมเมืองอย่าง ดูกลา ปราก ด้วยวิธีเดียวกันมาแล้ว
อย่างไรก็ตาม ประตูตัดสินแชมป์ยูโรครั้งนั้น ทำให้เทคนิคนี้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง และนั่นคือจุดกำเนิดของการยิงจุดโทษแบบ "ปาเนนก้า"
- หมัดเด็ดด้านจิตวิทยา
ตลอดระยะเวลา 50 ปี นับตั้งแต่ ปาเนนก้า ทำให้การยิงจุดโทษแบบชิพบอลจนเป็นที่เลื่องลือไปทั่วโลก เทคนิคนี้ก็ค่อยๆ กลายเป็นสิ่งที่พบเห็นได้บ่อยขึ้น โดยนักเตะระดับท็อปหลายคน ไม่ว่าจะเป็น ลิโอเนล เมสซี่, เธียร์รี่ อองรี และ ฟรานเชสโก้ ต็อตติ ต่างเคยใช้วิธีนี้ยิงจุดโทษและประสบความสำเร็จมาแล้ว
ตำนานทีมชาติฝรั่งเศสอย่าง ซีเนดีน ซีดาน ก็อาจเป็นเจ้าของการยิงปาเนนก้าที่กดดันที่สุด เมื่อเขายิงในนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก 2006 โดยบอลไปกระแทกใต้คานก่อนข้ามเส้นประตูเข้าไปอย่างเฉียดฉิว แต่แน่นอนว่านั่นอาจไม่ใช่ภาพจำหลักของเขาในคืนนั้นเสียทีเดียว !! (โดนใบแดงจากเหตุการณ์เฮดบัตต์ใส่ มาร์โก มาเตรัซซี่)
ขณะที่ทีมชาติอังกฤษเองก็เคยเจ็บปวดจากปาเนนก้าในช่วงดวลจุดโทษมาแล้วหลายครั้ง โดยที่โด่งดังที่สุดคือจังหวะที่ อันเดรีย ปีร์โล่ ยิงอย่างไม่ใส่อารมณ์ เอาชนะ โจ ฮาร์ต ไปได้ และเปลี่ยนโมเมนตัมของการดวลจุดโทษในรอบก่อนรองชนะเลิศ ยูโร 2012
นอกจากนี้ในเกมนัดชิงชนะเลิศ คาราบาว คัพ ปี 2022 เมื่อ เกปา อาร์ริซาบาลาก้า ผู้รักษาประตูเชลซี พยายามแสดงท่าทีเพื่อรบกวนสมาธินักเตะลิเวอร์พูล โดย ฟาบินโญ่ จึงตอบโต้ด้วยการชิพบอลยิงจุดโทษไปตรงกลางอย่างใจเย็น ท่ามกลางเสียงเฮสนั่นจากสาวก "เดอะ ค็อป"
นี่เป็นหมัดเด็ดทางจิตวิทยาหรือไม่ ? คำตอบคือใช่ เพราะนักเตะลิเวอร์พูลทุกคนยิงเข้า ก่อนจะเอาชนะไปได้ 11-10 ในการดวลจุดโทษ
อย่างไรก็ตาม แม้จะมีความสำเร็จที่โดดเด่นมากมาย ดิอาซ ก็ไม่ใช่ผู้เล่นชื่อดังคนแรกที่พลาดจุดโทษลักษณะนี้ เพราะมีหลายคนที่พลาดเช่นกัน ยกตัวอย่าง แกรี่ ลินิเกอร์ ในเกมอุ่นเครื่องกับ บราซิล และ เซร์คิโอ อเกวโร่ ในเกมที่ แมนฯ ซิตี้ แพ้ เชลซี 2-1 ซึ่ง เอดูอาร์ด เมนดี้ เป็นคนเซฟซะด้วย !!
- เลือกยิงมุม ? จริงๆ แล้วยิงตรงกลางอาจดีกว่า…
ถ้าคิดจะยิงประตูสไตล์ปาเนนก้า ควรจะเลือกยิงไปทางมุมไหนระหว่าง ซ้าย ขวา และกลาง ซึ่งจากข้อมูลของ ออปต้า (Opta) ระบุให้เห็นถึงอัตราความสำเร็จของการวางตำแหน่งยิงจุดโทษ จากข้อมูลจากการยิงจุดโทษในฟุตบอลโลก (ตั้งแต่ปี 1966) และฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป (ตั้งแต่ปี 1980) รวมถึงการดวลจุดโทษตัดสินผล
ยิงไปทางซ้าย (78 %) - เข้าประตู 326 ครั้ง ไม่เข้าประตู 92 ครั้ง
ยิงเข้าตรงกลาง (84%) - เข้าประตู 107 ครั้ง, ไม่เข้าประตู 21 ครั้ง
ยิงไปทางขวา (74%) - เข้าประตู 237 ครั้ง, ไม่เข้าประตู 82 ครั้ง
สถิติบ่งชี้ว่า การยิงไปตรงกลางอาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่าจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นการยิงแบบปาเนนก้าหรืออัดด้วยพลัง เพราะจุดโทษที่ยิงตรงกลางในฟุตบอลโลก (ตั้งแต่ปี 1966) และยูโร (ตั้งแต่ปี 1980) มีอัตราเข้าประตูสูงถึง 84% เมื่อเทียบกับการยิงไปทางซ้ายที่สำเร็จ 78% และทางขวาเพียง 74%
- ปาเนนก้าได้ผลดีกว่าในช่วงท้ายเกม
แล้วกระบวนการคิดเบื้องหลังการเลือกยิงแบบปาเนนก้าคืออะไร? เป็นการตัดสินใจฉับพลันตามสัญชาตญาณ หรือเป็นสิ่งที่มีการวางแผนเอาไว้ล่วงหน้าแล้ว ?
หากยกตัวอย่างจังหวะที่ โมร็อกโก ได้จุดโทษในช่วงทดเวลาบาดเจ็บครึ่งหลัง นั่นคงทำให้ ดิอาซ เชื่อว่า เมนดี้ จะรู้สึกว่าจำเป็นต้องพุ่งตัวออกไปเซฟ แต่ในจังหวะนี้ นายทวารเซเนกัลอ่านบางอย่างจากท่าวิ่งเข้ายิงของ สตาร์เรอัล มาดริด ได้อย่างชัดเจน และเลือกยืนอยู่กับที่
นี่อาจเป็นเหตุผลว่าทำไมการยิงปาเนนก้าพลาดถึงสร้างความหงุดหงิดเพิ่มขึ้นเป็นพิเศษ เพราะแม้นักเตะจะเผลอแสดงท่าทีบอกทิศทางการยิงออกมา หากยิงไปที่มุม ผู้รักษาประตูก็ยังอาจไปไม่ถึงบอล แต่ถ้าคุณเผลอเผยให้รู้ว่าจะยิงไปตรงกลาง โอกาสที่จะโดนเซฟมีสูงมาก
อย่างไรก็ตาม ความผิดพลาดที่ร้ายแรงที่สุดที่คนยิงจุดโทษสามารถทำได้ คือการเปลี่ยนใจระหว่างวิ่งเข้าไปยิง
กระนั้นถึงแม้การยิงปาเนนก้าพลาดอาจนำไปสู่เสียงวิจารณ์อย่างหนัก แต่การมีทางเลือกนี้ติดตัวไว้ก็เป็นประโยชน์ต่อผู้เล่นในเกมรุก