จากไร้แชมป์สู่ยุคทอง! ส่องบทบาท โรนัลโด้ ผู้พลิกประวัติศาสตร์โปรตุเกส

จากไร้แชมป์สู่ยุคทอง! ส่องบทบาท โรนัลโด้ ผู้พลิกประวัติศาสตร์โปรตุเกส
ตอนนี้มีประเด็นดราม่าเกี่ยวกับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ หลังเจ้าตัวตัดสินใจเก็บเสื้อผ้าออกจากแคมป์เก็บตัวทีมชาติโปรตุเกส หลังจากมีปัญหาไม่กินเส้นกับ จอร์จ เชซุส เทรนเนอร์ทัพ "ฝอยทอง"

จากทีมที่เคยรอคอย สู่ยุคทองของโปรตุเกส : คริสเตียโน่ โรนัลโด้

ตอนนี้มีประเด็นดราม่าเกี่ยวกับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ หลังเจ้าตัวตัดสินใจเก็บเสื้อผ้าออกจากแคมป์เก็บตัวทีมชาติโปรตุเกส หลังจากมีปัญหาไม่กินเส้นกับ จอร์จ เชซุส เทรนเนอร์ทัพ "ฝอยทอง"

ความขัดแย้งรุนแรงขึ้นหลังจาก "เฮียโด้" เป็นเพียงตัวสำรองที่ไม่ได้ลงสนามในเกมที่ โปรตุเกส ชนะ นอร์เวย์ 2-1 ในศึก ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน ที่ผ่านมา ซึ่งสร้างความผิดหวังให้กับดาวยิงวัยเก๋าอย่างเห็นได้ชัด โดยนี่ถือเป็นสถานการณ์ที่เขาต้องนั่งเป็นตัวสำรองตลอดเกมในระดับทีมชาติ ซึ่งแทบไม่เคยเกิดขึ้นกับเขามานานเกือบ 20 ปี

ความไม่พอใจดังกล่าวต่อเนื่องมาถึงการเก็บตัวเมื่อวันอังคารที่ 29 กันยายน ที่เมืองมัลโม ประเทศสวีเดน เมื่อ โรนัลโด้ ไม่เข้าร่วมการฝึกซ้อมร่วมกับทีม แต่เลือกกลับไปที่โรงแรมเพื่อออกกำลังกายตามลำพังในห้องยิม

บรรยากาศภายในทีมชาติโปรตุเกสกำลังตึงเครียดอย่างหนัก จนทำให้ เปโดร โปรเอ็นซ่า ประธานสหพันธ์ฟุตบอลโปรตุเกส ต้องเรียก เชซุส กุนซือทีมชาติ และ โรนัลโด้ เข้าหารือเป็นการด่วนเพื่อคลี่คลายสถานการณ์

สุดท้าย โรนัลโด้ ตัดสินใจอำลาแคมป์ทีมชาติโปรตุเกส พร้อมกับทิ้งบอมบ์ลูกใหญ่ว่าเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม จะแฉทุกเรื่องที่ทำให้เขาจำเป็นต้องเลือกเดินทางกลับบ้านก่อนเวลากำหนด

สถานการณ์ ณ ตอนนี้ อาจจะกลายเป็นจุดสุดท้ายสำหรับ โรนัลโด้ กับการเล่นให้ โปรตุเกส แล้ว

จากทีมที่เคยรอคอย สู่ยุคทองของโปรตุเกส กับมรดกที่ โรนัลโด้ ทิ้งไว้

หากย้อนกลับไปมองประวัติศาสตร์ทีมชาติโปรตุเกสก่อนการมาถึงของ โรนัลโด้ ภาพที่เห็นอาจแตกต่างจากโปรตุเกสในยุคปัจจุบันอย่างชัดเจน

ก่อนที่ "เฮียโด้" จะก้าวขึ้นมาเป็นศูนย์กลางของทีมชาติ โปรตุเกสยังไม่เคยคว้าแชมป์รายการใหญ่ระดับทีมชาติชุดใหญ่ได้เลย

ผลงานที่ใกล้เคียงที่สุดคือการผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ยูโร 2004 ซึ่งจัดขึ้นในบ้านเกิด แต่กลับพ่ายให้กับ กรีซ 0-1 อย่างพลิกความคาดหมาย ทำให้ทัพ "ฝอยทอง" ต้องรอคอยถ้วยแชมป์ระดับเมเจอร์ต่อไป

จากนั้นทุกอย่างเริ่มเปลี่ยนไปเมื่อ โรนัลโด้ ก้าวขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญของทีมชาติ

จุดเปลี่ยนที่ยูโร 2016

แม้ โรนัลโด้ จะไม่สามารถลงเล่นจนจบเกมรอบชิงชนะเลิศ เนื่องจากมีอาการบาดเจ็บ แต่เขายังคงมีบทบาทสำคัญในเส้นทางของทีมตลอดทัวร์นาเมนต์

โปรตุเกสเอาชนะ ฝรั่งเศส 1-0 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ จากประตูของ เอแดร์ และคว้าแชมป์ยูโรได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์

นี่คือถ้วยแชมป์ระดับเมเจอร์รายการแรกของโปรตุเกส และเป็นจุดเริ่มต้นของยุคใหม่ของฟุตบอลแดนฝอยทอง

ไม่ได้หยุดแค่แชมป์ยุโรป

สามปีต่อมา โปรตุเกสเดินหน้าคว้าแชมป์ ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก 2019 ซึ่งถือเป็นการแข่งขันครั้งแรกของรายการนี้

ตำนานดาวเตะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ เรอัล มาดริด ทำแฮตทริกในรอบรองชนะเลิศ ช่วยให้โปรตุเกสเอาชนะ สวิตเซอร์แลนด์ 3-1 ก่อนที่ทีมจะเอาชนะ เนเธอร์แลนด์ 1-0 ในนัดชิงชนะเลิศที่เมืองปอร์โต้

จากนั้นในปี 2025 โปรตุเกส ก็สามารถคว้าแชมป์รายการนี้ได้อีกครั้ง หลังเสมอ สเปน 2-2 ใน 120 นาที ก่อนชนะการดวลจุดโทษ 5-3

โรนัลโด้ ยิงประตูตีเสมอ 2-2 ให้โปรตุเกสในเกมดังกล่าว และกลายเป็นหนึ่งในผู้เล่นสำคัญบนเส้นทางสู่แชมป์สมัยที่สองของทีม

จากทีมที่ไม่เคยได้แชมป์ สู่ทีมที่มีถ้วยรางวัลเกียรติยศ

ความแตกต่างของโปรตุเกสก่อนและหลังยุค โรนัลโด้ จึงเห็นได้อย่างชัดเจน

ก่อนยุค โรนัลโด้

  • แชมป์รายการใหญ่: 0 ครั้ง

  • รองแชมป์ยูโร: 1 ครั้ง (ยูโร 2004)

ในยุค โรนัลโด้

  • ยูโร: 1 ครั้ง (ปี 2016)

  • เนชั่นส์ ลีก: 2 ครั้ง (ปี 2019, ปี 2025)

โรนัลโด้ ไม่ได้เพียงสร้างสถิติส่วนตัวมากมายให้กับทีมชาติ เขายังเป็นส่วนหนึ่งของยุคที่โปรตุเกสสามารถเปลี่ยนจากทีมที่เคยเข้าใกล้ความสำเร็จแต่ไม่เคยคว้าถ้วยเมเจอร์ กลายเป็นชาติที่มีแชมป์ยุโรปติดมือ

นั่นอาจเป็นเหตุผลว่าทำไมชื่อของ โรนัลโด้ จึงไม่ได้ถูกจดจำในฐานะเพียงดาวยิงสูงสุดหรือเจ้าของสถิติต่างๆ ของชาติบ้านเกิดเท่านั้น แต่ยังเป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญของยุคที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโปรตุเกสอีกด้วย




ที่มาของภาพ : gettyimages
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport