เปาโล มัลดินี่ ยืนยัน สหพันธ์ฟุตบอลอิตาลี เปิดโต๊ะเจรจากับทั้ง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า และ คาร์โล อันเชล็อตติ เพื่อรับตำแหน่งกุนซือทีมชาติ โดยชี้ว่าโปรเจกต์ฟื้นฟู "อัซซูรี่" ต้องเริ่มจากการทาบทามผู้จัดการทีมที่ดีที่สุดในโลก
สหพันธ์ฟุตบอลอิตาลี (FIGC) ได้เปิดการเจรจากับทั้ง คาร์โล อันเชล็อตติ และ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เกี่ยวกับตำแหน่งหัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติอิตาลีที่ยังว่างอยู่ ตามการเปิดเผยของ เปาโล มัลดินี่ ผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิคของ FIGC
ก่อนหน้านี้ โจวานนี่ มาลาโก ประธานคนใหม่ของ FIGC เปิดเผยเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม ว่าสหพันธ์ได้พูดคุยกับ กวาร์ดิโอล่า เพื่อทาบทามเข้ามาแทน เจนนาโร่ กัตตูโซ่ ที่อำลาตำแหน่งเมื่อเดือนเมษายน หลังพาอิตาลีพลาดการผ่านเข้าไปเล่นฟุตบอลโลก 2026
ล่าสุด มัลดินี่ ซึ่งเพิ่งได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิคของ FIGC ในเดือนนี้ ยืนยันว่า นอกจาก กวาร์ดิโอล่า แล้ว สหพันธ์ยังได้ติดต่อพูดคุยกับ อันเชล็อตติ ซึ่งปัจจุบันคุมทีมชาติบราซิลด้วย
มัลดินี่ อธิบายว่า แนวทางการสรรหาโค้ชของอิตาลีใน "โปรเจกต์อันทะเยอทะยาน" คือการเริ่มต้นจากการติดต่อผู้จัดการทีมที่ดีที่สุดในโลก แม้ยังไม่เปิดเผยว่าการเจรจาคืบหน้าไปมากน้อยเพียงใด แต่ยอมรับว่าขณะนี้กำลังตรวจสอบความเป็นไปได้และความพร้อมของทั้งสองคน
"กวาร์ดิโอล่า เหรอ? ตอนนี้เรายังยืนยันอะไรไม่ได้ คุณระบุหนึ่งในเป้าหมายของเราได้ถูกต้อง แต่เราก็ได้พูดคุยกับ อันเชล็อตติ เช่นกัน"
"เรามองว่าการเริ่มต้นจากโค้ชที่ดีที่สุดในโลกเป็นเรื่องเหมาะสม แต่เราต้องตรวจสอบก่อนว่าพวกเขาพร้อมหรือไม่"
มัลดินี่ ยังกล่าวว่า เขารู้สึกถึงความรับผิดชอบและแรงกดดันอย่างมากกับโปรเจกต์ครั้งนี้ พร้อมเชื่อว่าการกลับมาฟื้นฟูทีมชาติอิตาลีคือภารกิจสำคัญ
"เมื่อ อิตาลี เรียกหา มันยากที่จะปฏิเสธ"
ด้าน อันเชล็อตติ วัย 67 ปี เข้ารับตำแหน่งกุนซือทีมชาติบราซิลตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2025 และพาทีมผ่านเข้าถึงรอบ 16 ทีมสุดท้ายฟุตบอลโลก 2026 ก่อนพ่าย นอร์เวย์ ตกรอบ
ก่อนฟุตบอลโลก อดีตกุนซือ เรอัล มาดริด เพิ่งต่อสัญญาฉบับใหม่กับทีมชาติบราซิลออกไปจนถึงปี 2030 ขณะที่สมาคมฟุตบอลบราซิล (CBF) ยังไม่ได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับกระแสข่าวดังกล่าว
อันเชล็อตติ ถือเป็นหนึ่งในกุนซือที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลสโมสร โดยในปี 2024 เขาสร้างสถิติเป็นผู้จัดการทีมคนแรกที่คว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ได้ถึง 5 สมัย
ส่วน กวาร์ดิโอล่า อำลา แมนเชสเตอร์ ซิตี้ หลังจบฤดูกาล 2025-26 ปิดฉากการทำงาน 10 ปีกับสโมสร พร้อมผลงานคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 6 สมัย, เอฟเอ คัพ 3 สมัย, คาราบาว คัพ 5 สมัย และยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก 1 สมัย ก่อนที่ เอ็นโซ่ มาเรสก้า จะเข้ามารับงานแทน
อิตาลี ต้องเผชิญความผิดหวังครั้งใหญ่ หลังแพ้ บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา ในการดวลจุดโทษรอบเพลย์ออฟยุโรป ชวดตั๋วฟุตบอลโลก 2026 ส่งผลให้ทั้ง กัตตูโซ่ และ กาเบรียเล่ กราวิน่า ประธาน FIGC ลาออกจากตำแหน่ง ขณะที่ จานลุยจิ บุฟฟ่อน ก็ยุติบทบาทหัวหน้าคณะผู้แทนทีมชาติด้วย
นับเป็น ครั้งที่ 3 ติดต่อกัน ที่ทีมชาติอิตาลี เจ้าของแชมป์โลก 4 สมัย ไม่สามารถผ่านเข้าไปเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายได้ โดยผลงานดีที่สุดในช่วงหลังคือการคว้าแชมป์ยูโร 2020 ภายใต้การคุมทีมของ โรแบร์โต้ มันชินี่