เบื้องหลัง อินเดีย จ่อปิดดีลคว้าลิขสิทธิ์ ฟุตบอลโลก 2026

เบื้องหลัง อินเดีย จ่อปิดดีลคว้าลิขสิทธิ์ ฟุตบอลโลก 2026
เบื้องลึกอินเดียจ่อปิดดีลคว้าสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 หลัง ชาจี ปราภากรัน แย้มข่าวดี เจาะลึกตัวแปร Zee Network หักดิบทุนผูกขาด

อย่างที่ผมเคยเขียนอธิบายไปก่อนหน้านี้ว่า อินเดีย มีทีท่าว่าจะไม่ยอมทุ่มซื้อลิขสิทธิ์ ฟุตบอลโลก 2026 ด้วยปัจจัยต่าง ๆ นา ๆ (ไปอ่านในเว็บไซต์ SIAMSPORT)

สุดท้าย FIFA ยอมหั่นราคาเพื่อให้ อินเดีย ได้ในราคาที่พวกเขาพึ่งพอใจ

คำถามที่อยากชวนทุกท่านมา ไขข้อสงสัยว่าอะไรคือสิ่งที่ทำให้ดีลระดับพันล้านต้องมาลุ้นระทึกจนหยดสุดท้าย? 

รวมถึงทำไม FIFA ถึงต้องยอม "ลดแลกแจกแถม" แบบเสียไม่ได้?

ในยุโรป "World Cup" คือบ่อเงินบ่อทอง แต่กลับกันใน อินเดีย "คริกเก็ต" คือราคาเดียวที่ทุกคนยอมจ่าย

ปัญหาแรกที่ทำให้สถานีโทรทัศน์ใน อินเดีย ไม่ยอมขยับตัวคือ เรื่องของ "เวลาคิกออฟ" 

เนื่องจาก ฟุตบอลโลก 2026 จัดขึ้นที่สหรัฐฯ, แคนาดา และเม็กซิโก ส่งผลให้กว่า 90% จาก 104 แมตช์ จะลงสนามในช่วงเวลาเที่ยงคืนถึง 6 โมงเช้าตามเวลาในอินเดีย 

ซึ่งนี่คือช่วงเวลา "หยาบ" สำหรับนักโฆษณา เพราะมันยากเหลือเกินที่จะดึงยอดผู้ชมจำนวนมหาศาลมาอยู่หน้าจอในช่วงเวลาพักผ่อน 

บวกกับ ทีมชาติอินเดีย ไม่ได้เตะ ฟุตบอลโลก 2026 ทำให้ความสนใจไม่ได้มากมายอะไรขนาดนั้น

ส่งผลให้แรงดึงดูดเชิงพาณิชย์จึงลดฮวบฮาบลงทันที ... เมื่อเทียบกับค่าลิขสิทธิ์มหาศาลที่ FIFA เคยเรียกร้อง

หากเราย้อนกลับไปในช่วงเริ่มต้นการเจรจา FIFA วางเดิมพันไว้สูงมากด้วยการเรียกราคาแพ็กเกจควบฟุตบอลโลก 2026 และ 2030 สูงถึง 100 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 3,600 ล้านบาท)

แต่ดูเหมือนปฏิกิริยาจากฝั่ง อินเดีย กลับนิ่ง และยักษ์ใหญ่อย่าง Sony ที่เคยเป็นตัวเล่นหลักตัดสินใจถอนตัวทันทีเพราะมองว่า "ไม่คุ้มค่า" รวมถึงมีความเสี่ยงที่จะขาดทุนสูง 

ขณะที่ JioHotstar (บริษัทที่เกิดจากการควบรวมของ Reliance และ Disney) ซึ่งครองอำนาจเกือบเบ็ดเสร็จในตลาดสื่ออินเดีย กลับยื่นข้อเสนอแบบ "หักดิบ" ที่เพียง 20 ล้านเหรียญฯ เท่านั้น (ประมาณ 650 ล้านบาท)

ที่ JioHotstar กล้าทำแบบนี้ เพราะไม่มีคู่แข่งมาปั่นราคา 

พวกเขาจึงกุมความได้เปรียบในการต่อรองอย่างเต็มที่ จน FIFA ตกอยู่ในสภาวะ "หลังพิงฝา" ต้องยอมลดราคาลงมาเรื่อย ๆ จนมาจบที่ตัวเลขคาดการณ์ประมาณ 30-35 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว ๆ 970 ล้าน ถึง 1,140 ล้านบาท) 

เพื่อหนีวิกฤตจอดำในตลาดที่พวกเขาต้องการมากที่สุดนั่นเอง

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางการคุมเชิงของ JioHotstar จู่ ๆ ชื่อของ Zee Network ก็พุ่งขึ้นมาเป็นตัวแปรสำคัญ 

อธิบายก่อน Zee Network คือหนึ่งในกลุ่มบริษัทสื่อและความบันเทิงที่ใหญ่ที่สุดในประเทศอินเดีย

Zee กำลังพยายามกลับคืนสู่สนามข่าวกีฬาและพร้อมที่จะจ่ายในระดับที่คาดว่าราว 35 ล้านเหรียญฯ (ประมาณ 1,140 ล้านบาท) เพื่อคว้าลิขสิทธิ์ไปครอง

การเข้ามาของ Zee ไม่เพียงแต่ทำให้ FIFA หายใจคล่องคอขึ้น แต่ยังเป็นการส่งสัญญาณว่าตลาดสื่อในอินเดียกำลังจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ 

การเจรจาในโค้งสุดท้ายนี้ จึงไม่ใช่แค่เรื่องของ ลิขสิทธิ์บอลโลก แต่มันคือการประกาศศักดาในอุตสาหกรรมสื่อกีฬาที่มีการเดิมพันมหาศาล

ชาจี ปราภากรัน อดีตเลขาธิการสหพันธ์ฟุตบอลอินเดีย (AIFF) ออกมาเผยความคืบหน้าเรื่องนี้ผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัวว่า "ข่าวใหญ่สำหรับแฟนบอลชาวอินเดีย!"

"การรอคอยสิ้นสุดลงแล้ว! การเจรจาเสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อย และคาดว่าจะมีการประกาศรายชื่อพันธมิตรถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 (FIFA World Cup 2026) อย่างเป็นทางการในประเทศอินเดียภายในสัปดาห์หน้า! 🇮🇳"

"หลังจากเผชิญกับความไม่แน่นอนมาหลายเดือน ในที่สุดแฟนบอลก็สบายใจได้แล้ว เพราะฟุตบอลโลกครั้งนี้จะมีการถ่ายทอดสดให้รับชมได้อย่างทั่วถึงในอินเดีย

เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับฟุตบอลโลกครั้งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์!"

สุดท้ายแล้ว ดีลนี้กำลังจะจบลงที่การ "พบกันครึ่งทาง" 

อินเดีย กำลังจะได้ดูฟุตบอลโลก 104 แมตช์อย่างแน่นอน แต่นี่คือบทเรียนราคาแพงสำหรับ FIFA ว่าชื่อชั้นของ "World Cup" เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอที่จะสยบทุกตลาดได้

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับกลุ่มทุนผูกขาด และความจริงทางเศรษฐกิจที่ค่าเงินรูปีอ่อนตัวลงอย่างต่อเนื่อง 

แม้แต่องค์กรที่ทรงอำนาจที่สุดในโลกอย่าง FIFA ก็ต้องยอมกลืนเลือดเพื่อรักษาฐานผู้ชมไว้นั่นเอง

ปล.ตอนนี้ต้องรอแค่ FIFA ประกาศอย่างเป็นทางการถึงรายละเอียดต่าง ๆ ครับ

ตัน กวาร์ดิโอล่า



ที่มาของภาพ : gettyimages
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport