มานูเอล นอยเออร์ ฟอร์มแรงต่อเนื่อง พา บาเยิร์น มิวนิค บุกชนะ เรอัล มาดริด แต่ยังหมดสิทธิ์คืนทีมชาติเยอรมัน เปิดปมเบื้องหลังกับกุนซือ ยูเลียน นาเกลส์มันน์
แม้จะยังคงโชว์ฟอร์มในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง แต่โอกาสที่ มานูเอล นอยเออร์ ผู้รักษาประตูจอมเก๋าของ บาเยิร์น มิวนิค จะหวนคืนสู่ทีมชาติเยอรมันกลับแทบเป็นศูนย์
ในเกมล่าสุดที่ บาเยิร์น มิวนิค บุกชนะ เรอัล มาดริด 2-1 นายด่านวัย 40 ปี แสดงให้เห็นถึงคุณภาพระดับโลกอีกครั้ง ด้วยการเซฟสำคัญหลายครั้ง จนมีบทบาทชี้ขาดต่อผลการแข่งขัน อย่างไรก็ตาม แม้ฟอร์มจะโดดเด่นจนได้รับคำชื่นชมจากหลายฝ่าย แต่ประเด็นการกลับไปติดทีมชาติยังคงถูกปิดตาย โดยตัว นอยเออร์ เองก็ยืนยันหลังเกมว่า ไม่มีอะไรต้องเปลี่ยนแปลง และจุดยืนของเขายังคงเดิม
รายงานระบุว่า ปัจจัยสำคัญไม่ได้อยู่ที่ผลงานในสนาม แต่เป็นเรื่องความสัมพันธ์ส่วนตัวกับ ยูเลียน นาเกลส์มันน์ กุนซือทีม "อินทรีเหล็ก" ซึ่งตึงเครียดมาตั้งแต่ปี 2023
ต้นตอของปัญหาเกิดขึ้นในช่วงที่ นาเกลส์มันน์ คุม บาเยิร์น และตัดสินใจปลด โทนี ทาปาโลวิช โค้ชผู้รักษาประตู ซึ่งมีความใกล้ชิดกับ นอยเออร์ มาอย่างยาวนาน โดยเจ้าตัวเคยยอมรับว่านี่คือ “การกระแทกใจอย่างรุนแรง”
นับตั้งแต่นั้น ความสัมพันธ์ของทั้งสองฝ่ายก็ไม่กลับมาเหมือนเดิม แม้ นาเกลส์มันน์ จะขึ้นคุมทีมชาติเต็มตัวก็ตาม ส่งผลให้ นอยเออร์ ประกาศอำลาทีมชาติในเดือนสิงหาคม 2024 และยังคงยืนตามการตัดสินใจดังกล่าว
แม้จะมีเสียงเรียกร้องจากตำนานนักเตะอย่าง โลธาร์ มัทเธอุส ที่มองว่า นอยเออร์ ยังดีพอสำหรับทีมชาติ และควรมีชื่อในฟุตบอลโลก 2026 แต่เจ้าตัวก็ยอมรับว่าโอกาสเกิดขึ้นจริงมีน้อยมาก
“ผมอยากเห็น นอยเออร์ ในฟอร์มแบบนี้ในฟุตบอลโลก แต่ผมก็รู้ว่ามันจะไม่เกิดขึ้น นาเกลส์มันน์ คงไม่เปิดประตูนั้น” มัทเธอุส กล่าว
สถานการณ์ในปัจจุบันจึงชัดเจนว่า แม้ผลงานในสนามจะยังอยู่ในระดับสูง แต่เส้นทางทีมชาติของ มานูเอล นอยเออร์ น่าจะปิดฉากลงอย่างถาวร และทำให้เขาสามารถโฟกัสกับการนำ บาเยิร์น มิวนิค ต่อไปในฐานะแกนหลักของทีมอย่างเต็มที่