จะเรียกว่าหยอกก็ได้หรือจะบอกว่าอิจฉาก็ไม่ผิด ตอนเจอหน้าเพื่อนนักข่าวญี่ปุ่นที่รู้จักกันมาเป็นสิบปีในเพรสของเวมบลีย์ก็โผเข้าทักทายทันที"วันนี้คิวรับบัตรนักข่าวยาวมากเลย มองๆไปผมเองคิดว่ากำลังอยู่ในโตเกียว..."
ก็เอาว่ามาสนามกีฬาแห่งชาติของอิงลิชชนประจำ บางทีนัดชิงบอลถ้วยก็ยังไม่เห็นคิวยาวเฟี้ยวเท่านี้เลย ขณะเดียวกันพิจารณาด้วยสายตาแล้วก็มีสื่อจากแดนอาทิตย์อุทัยตบเท้ามาทำข่าวไม่น่าต่ำกว่า40ชีวิตด้วยกัน
ใช่ เราต่างรู้สึกคุณภาพของประเทศๆนี้ดีในหลากหลายแง่
ในเชิงเกมลูกหนังก็ถือเป็นขาประจำที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายเวิล์ด คัพ ในระดับทวีปก็ได้รับการยกย่องว่าเป็นหมายเลขหนึ่งของยุคนี้ ถึงกระนั้นพวกเขาเองไม่เคยพอใจกับเสียงชื่นชมแค่นั้น เป้าหมายที่วางเอาไว้สูงกว่าเดิมเสมอ
ฮาจิเมะ โมริยาซึ โค้ชทีมชาติญี่ปุ่นได้รำลึกเอาไว้สมัยมาเรียนอยู่ที่แมนเชสเตอร์"36ปีที่แล้ว ตอนผมมาอยู่ที่นี่(อังกฤษ) ก็มีแต่คนมองมาที่ผมราวกับว่า'คนญี่ปุ่นจะเล่นฟุตบอลกันเป็นหรือ?' สำหรับผมแล้วถ้าคนญีปุ่นวางจุดหมายไปที่อะไร พวกเขาจะต้องทำให้สำเร็จ ผมเชื่อแบบนั้น"
ถึงตรงนี้คำกล่าวของโมริยาซึมีชิ้นหลักฐานพิสูจนได้ว่าถูกต้อง
นาทีนี้ก็คงไม่มีคนอังกฤษหน้าไหนกล้าดูถูกชาติจากเอเชียนี้อีกหลังจากเมื่อคืนอังคารเจอทีเด็ด'Samurai Blue'อัดหงายท้องคาบ้านมา
นี่ก็คือครั้งแรกด้วยนับจากบอลโลกที่กาตาร์สี่ปีก่อนที่ผมมีโอกาสได้ดูทีมชาติญี่ปุ่นเตะในสนาม ความจริงก็ไม่เชิงประหลาดใจแต่ก็มีบางอย่างที่ทำให้รู้สึกว่าพวกเขาพัฒนาไปอีกขั้นเรียบร้อย
แน่นอนว่าสิงโตคำรามของโธมัส ทูเคิ่ลกำลังมีปัญหา ตัวผู้เล่นก็ไม่ครบ ไม่มีทั้งแฮร์รี่ เคน, บูกาโย่ ซาก้าไปจนถึงเดแคลน ไรซ์ ทว่าจากชุดที่ลงสนามก็ถือว่าเป็นชุดแรกที่กว่าครึ่งคาดว่าจะเป็นตัวจริงในเกมเปิดสนามบอลโลก2026กับโครเอเชีย
แท็กติกที่โมรึยาซึใช้ถือว่าน่าสนใจ จังหวะรับวาง5-3-2 พอได้รุกก็จะเปลี่ยนเป็น4-3-3ทันทีโดยมีริตซึ โดอัน กัปตันทีมเป็นคีย์แมนทางกราบขวา(รับบททั้งวิงแบ็กและปีก)
เจาะลึกไป11ตัวจริงก็ยังค้าแข้งในลีกยุโรปทุกคน แบ่งได้ว่าในเยอรมัน 3, เนเธอร์แลนด์ 2, เบลเยี่ยม 2, อังกฤษ 2, ฝรั่งเศส 1และ อิตาลี 1
นั่นก็แปลได้ว่ากระดูกของพวกเขาโตขึ้นกว่าแต่ก่อนแน่ๆ แม้ว่าความจริงแล้วต้องบอกว่าจาก26คนที่ถูกเรียกมาในชุดนี้มีแค่ 3 คนเท่านั้นที่ยังเล่นในลีกภายในประเทศ
เมื่อเอาทั้งDNAกับประสบการณ์มาผสมกันจึงยิ่งทำให้ญี่ปุ่นไปได้ไกลกว่าเดิม จะแปลกใจตรงไหนที่พวกเขาเป็นชาติเอเชียแรกที่โค่นอังกฤษได้ จะมีข้อสงสัยใดอีกกับผลงานที่ผ่านมาที่ปลายปีที่แล้วก็ล้มบราซิลมาแล้ว3-2
"พวกเราไม่ต้องการเป็นแค่เบอร์หนึ่งของเอเชีย เราต้องการไปถึงรอบแปดทีมให้ได้ในบอลโลกหนนี้"คาโอรุ มิโตมะ สตาร์ของทีมให้สัมภาษณ์ไว้
ใช่ครับ ญี่ปุ่นถือว่าอยู่ในกลุ่ม'กรุป ออฟ เดธ"ก็ได้ประกอบด้วยเนเธอร์แลนด์, ตูนิเซียและสวีเดนที่เพิ่งผ่านมาจากเพลย์ออฟ
ก็ต้องถามว่านาทีนี้ใครเล่าจะกล้ามองข้ามพวกเขา
อย่างเดียวกันที่เมื่อคืนอังคารเสียงที่ดังและหนักแน่นที่สุดมาจากคนเอเชียราว7,000คน ตั้งแต่ต้นจนจบและตั้งแต่คนเต็มสนามจนถึงสนามเกือบจะร้าง"Nippon Nippon Nippon"
"ไก่ป่า"