เอสมีร์ บายรักตาเรวิช ดาวรุ่งวัย 21 ปีผู้เกิดใน สหรัฐอเมริกา แต่เลือกรับใช้สายเลือดบอสเนียฯ กลายเป็นฝันร้ายของแข้งอิตาลี หลังสังหารจุดโทษแบบโนลุคผ่านมือ จานลุยจิ ดอนนารุมม่า พาทีมชาติบอสเนียฯ ไปฟุตบอลโลก 2026 พร้อมยัดเยียดความปราชัยให้แชมป์โลก 4 สมัยต้องหายไปจากสารบบเวิลด์คัพนานกว่า 12 ปี
เอสมีร์ บายรักตาเรวิช ปีกดาวรุ่งจาก พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น ก้าวขึ้นมาสังหารจุดโทษลูกตัดสินเกมระหว่าง บอสเนีย พบ อิตาลี เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา หลังจากทั้งสองทีมสู้กันอย่างถวายหัวจนเสมอกันในเวลา 1-1 ช่วงต่อเวลาพิเศษ
บายรักตาเรวิช แสดงความเยือกเย็นเกินวัยด้วยการยิงจุดโทษแบบไม่มองประตู บอลพุ่งผ่านมือ ดอนนารุมม่า ข้าไปซุกก้นตาข่าย ส่งให้ บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา คว้าตั๋วไปลุยฟุตบอลโลกที่ สหรัฐฯ, แคนาดา และเม็กซิโก ได้สำเร็จ
แล้วทันทีที่บอลเข้าประตู เขาฉีกเสื้อแข่งออกและชูขึ้นอย่างภาคภูมิใจท่ามกลางเสียงโห่ร้องที่ดังก้องไปทั่วเมืองเซนิกา
เส้นทางของ บายรักตาเรวิช น่าทึ่งไม่แพ้ลูกยิงของเขา เด็กคนนี้เติบโตในเมืองแอปเปิลตัน รัฐวิสคอนซิน และเคยเป็นความหวังใหม่ของวงการฟุตบอลสหรัฐฯ เคยประเดิมสนามให้ทัพมะกันชุดใหญ่ภายใต้การคุมทีมของ เกร็กก์ เบอร์ฮาลเตอร์ มาแล้วในเกมพบ สโลวีเนีย เมื่อต้นปี 2024
อย่างไรก็ตาม ในช่วงฤดูร้อนปีเดียวกัน เขาตัดสินใจเลือกรับใช้ทีมชาติบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนาตามสัญชาติของพ่อแม่ ซึ่งเขากล่าวว่า “มันเป็นการตัดสินใจที่ง่ายมากสำหรับผม มันคือสิ่งที่ผมรู้มาตลอดว่าต้องการทำตั้งแต่เด็ก ไม่มีอะไรเทียบได้กับการได้เป็นตัวแทนของประเทศตัวเอง”
ความมั่นใจของเขาเห็นได้ชัดตลอดทั้งเกม โดยเฉพาะในช่วงต่อเวลาพิเศษที่เขากล้าโชว์ทักษะใกล้เขตโทษ อิตาลี แม้จะพลาดไปในครั้งแรกแต่เขาก็ยังคงมุ่งมั่น จนกระทั่งก้าวขึ้นมาทำหน้าที่สังหารหนึ่งในจุดโทษที่สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลของชาติ
ขณะที่ บอสเนียฯ กำลังฉลอง ความโกลาหลย่อมเกิดขึ้นในแวดวงฟุตบอลสหรัฐฯ เมื่อแฟนบอลและกูรูเริ่มตั้งคำถามว่า เหตุใดพรสวรรค์ระดับนี้ถึงหลุดมือทีมชาติสหรัฐฯ ยุคใหม่ของ เมาริซิโอ โปเชตติโน ไปได้?
แต่สำหรับชาวบอสเนียในวันนี้ บายรักตาเรวิช คือ ผู้ปลดล็อกความฝันและส่งพวกเขาสู่เวทีโลกได้สำเร็จ