คนไม่ใช่หุ่นยนต์ : เจาะลึกชนวนเหตุทำไมสตาร์ดัง 'นัดกันเดี้ยง' ยามรับใช้ชาติ

คนไม่ใช่หุ่นยนต์ : เจาะลึกชนวนเหตุทำไมสตาร์ดัง 'นัดกันเดี้ยง' ยามรับใช้ชาติ
ไขข้อสงสัย ทำไมนักเตะมักเจ็บช่วงทีมชาติ? ส่องสถิติ "โปรแกรมมรณะ" การเดินทางข้ามทวีป และพักผ่อนไม่เพียงพอที่ทำให้นักเตะระดับโลกสภาพร่างพัง

คำว่า "เบรกทีมชาติ" มักจะถูกขนานนามว่าเป็นฝันร้ายของสโมสรฟุตบอลยักษ์ใหญ่ทั่วโลก

แฟนบอลหลายคนมักจะกุมขมับเมื่อเห็นรายชื่อนักเตะตัวเก่งถอนตัวจากแคมป์ทีมชาติ หรือเดินกะเผลกออกจากสนามพร้อมอุปกรณ์ป้องกันพยุงเข่า ปรากฏการณ์นี้ถูกเรียกอย่างติดตลกว่า "ไวรัสฟีฟ่า"

แต่หากเรากะเทาะเปลือกของความตลกนั้นออกมา เราจะพบกับวิกฤตเชิงโครงสร้างที่กำลังกัดกินสุขภาพของนักฟุตบอลอาชีพอย่างรุนแรง

ทำไมช่วงรับใช้ชาติถึงกลายเป็น "ช่วงเวลาอันตราย" ของนักเตะ? คำตอบนี้ไม่ได้เกิดจากความซวยเพียงอย่างเดียว แต่มันคือผลลัพธ์ของสมการระหว่าง "ภาระงานที่เกินขีดจำกัด" และ "ผลประโยชน์ทางธุรกิจ" ที่ไม่เคยสมดุลกัน

อุบัติเหตุที่รอวันเกิด

มิเกล อาร์เตต้า นายใหญ่ของ อาร์เซน่อล เคยกล่าวไว้อย่างน่าสนใจว่า อาการบาดเจ็บของนักเตะระดับท็อปคือ "อุบัติเหตุที่รอวันเกิด"

นักเตะบางคนต้องลงเล่นรวมกันกว่า 130 นัดในช่วง 2 ฤดูกาลล่าสุด ซึ่งเรื่องนี้ไม่ได้พูดลอย ๆ เพราะรายงานจาก FIFPRO ระบุว่า นักเตะระดับท็อปกำลังเผชิญกับสภาวะ Overworked หรือการทำงานหนักเกินไป

โดยเฉพาะในฤดูกาล 2024/25 ที่มีการขยายตัวของรายการแข่งขันทั้งในระดับสโมสรและทีมชาติ ทำให้นักเตะหลายคนมีสถิติลงสนามเกินกว่า 60-70 นัดต่อฤดูกาล

เมื่อต้องมาเจอกับเกมทีมชาติที่มีความกดดันสูงและต้องลงเล่นแบบ Back-to-back หรือการแข่งขันที่มีเวลาพักน้อยกว่า 5 วัน (120 ชั่วโมง) อยู่เป็นประจำ สภาวะล้าสะสมจึงกลายเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาชั้นดีให้อาการบาดเจ็บรุนแรงขึ้น

กรณีของ คิม มิน-แจ กองหลังแดนกิมจิ เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุด เขาเคยต้องลงเล่นแบบ Back-to-back ต่อเนื่องถึง 20 นัดรวดในช่วงปลายปี 2024 โดยเฉลี่ยคือลงสนามทุก ๆ 3.6 วัน จนสุดท้ายต้องเผชิญกับอาการบาดเจ็บเอ็นร้อยหวายสะสม

ทรมานข้ามทวีป

อีกหนึ่งปัจจัยที่เป็น "นักฆ่าเงียบ" คือการเดินทางข้ามโลก นักเตะโดยเฉพาะจากทวีปอเมริกาใต้หรือแอฟริกาที่ค้าแข้งในยุโรป ต้องเผชิญกับภาระการเดินทางที่มหาศาลเพื่อไปรับใช้ชาติ

คุณลองไปดูสถิติของ เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ กองกลางเชลซี ที่ต้องเดินทางรวมกว่า 149,010 กิโลเมตร ภายในหนึ่งฤดูกาล โดยใช้เวลาบนเครื่องบินรวมกว่า 195 ชั่วโมง หรือกรณีของ มอยเซส ไคเซโด้ ที่เดินทางรวม 25,000 กิโลเมตร ภายในเวลาเพียง 14 วันเพื่อลงเล่น 4 นัดใน 3 ประเทศและ 2 ทวีป

การเดินทางไกลเช่นนี้ไม่ได้มีแค่ความเหนื่อยล้าทางกาย แต่ยังมีเรื่องของ Jet Lag และการเปลี่ยนโซนเวลา (Time Zone) ที่ส่งผลต่อนาฬิกาชีวิตและการฟื้นฟูร่างกาย นอกจากนี้มีสถิติระบุว่านักเตะที่เดินทางไกลข้ามทวีปมักมีเวลาพักฟื้นก่อนลงเล่นนัดต่อไปไม่ถึง 48 ชั่วโมง ซึ่งต่ำกว่ามาตรฐานที่แพทย์แนะนำอย่างมาก

กฎ 28 วันที่ถูกละเลย

ผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์และการกีฬาเห็นพ้องตรงกันว่า นักเตะควรมีช่วงพักปิดฤดูกาล (Off-season) อย่างน้อย 28 วัน และช่วงปรีซีซั่น (Pre-season) อีก 28 วัน เพื่อเตรียมความพร้อมของร่างกายให้สมบูรณ์ที่สุด

ทว่าในความเป็นจริง นักเตะที่ไปเตะ ยูโร 2024 หรือ โกปา อเมริกา มีเพียง 14% และ 9% ตามลำดับเท่านั้นที่ได้รับเวลาพักร้อนครบ 28 วัน

หลายคนต้องรีบกลับมาสโมสรเพื่อทัวร์ปรีซีซั่นในต่างแดนด้วยเหตุผลทางการตลาด อาการบาดเจ็บของ โรดรี้ กองกลางแมนซิตี้ ที่ต้องพักยาวจากการขาดการพักฟื้นที่ถูกต้องและต่อเนื่องหลังจากกรำศึกหนักมาตลอด 3 ปี คือบทเรียนราคาแพงที่วงการฟุตบอลต้องจดจำ

ถ้าจะยกตัวอย่างในเคสปัจจุบันที่เห็นภาพได้ชัดที่สุดคือนักเตะของ อาร์เซน่อล ที่โปรแกรมชุกทั้ง ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก, พรีเมียร์ลีก, เอฟเอ คัพ และล่าสุดที่พึ่งเตะนัดชิงชนะเลิศ คาราบาว คัพ มาหมาด ๆ ... นั่นจึงเป็นเหตุผลที่เราเห็นพลพรรคปืนใหญ่หลายรายออกจากแคมป์ทีมชาติก่อนใครเพื่อน

อาการบาดเจ็บในช่วงรับใช้ชาติ หรือ "ไวรัสฟีฟ่า" จึงไม่ใช่แค่เรื่องของโชคร้าย แต่มันคือ ความล้มเหลวในการจัดตารางปฏิทินฟุตบอลโลก

เมื่อองค์กรฟุตบอลเน้นการขยายรายการแข่งขันเพื่อมูลค่าทางลิขสิทธิ์และสปอนเซอร์ จนลืมไปว่า "นักเตะ" คือคนที่มีขีดจำกัด ไม่ใช่หุ่นยนต์ที่เปลี่ยนอะไหล่แล้วจะกลับมาทำงานได้ทันที

ตราบใดที่โปรแกรมการแข่งขันทับซ้อนกันและการเดินทางข้ามทวีปยังไม่ถูกจัดระเบียบให้มีความเป็นมนุษย์มากขึ้น เราก็คงต้องทนเห็น "ไวรัสฟีฟ่า" ระบาดต่อไป และทำลายความสวยงามของฟุตบอลไปเรื่อย ๆ จนเหลือเพียงแค่สนามแข่งที่ไร้ซึ่งสตาร์ดัง ...



ที่มาของภาพ : Reuters
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport