ศึก 'เพลย์-ออฟ' โซนยุโรป เพื่อไปเล่นฟุตบอลโลก 2026 เมื่อคืน ผมเลือกดูเกมระหว่าง อิตาลี กับ ไอร์แลนด์เหนือ เพราะอยากจะรู้ว่าทำไม 'อัซซูรี่' ที่อดไป เวิลด์ คัพ มา 2 สมัยติดต่อกัน (ระหว่างนั้นดันได้แชมป์ยุโรป) ถึงต้องมากระเสือกกระสนขนาดนี้
อิตาลี ที่เล่นในบ้านมีชัยไปด้วยสกอร์ 2-0 ก็จริง แต่อยากจะบอกว่า...
1.เจ้าถิ่นเหนือกว่าด้วยชื่อชั้นและศักดิ์ศรี
ตัวผู้เล่นอาจไม่อุดมด้วยดาราเหมือนเก่าก่อน แต่คู่แข่งของพวกเขาแทบไม่ต่างจากทีมระดับแชมเปี้ยนชิพของอังกฤษสักเท่าไหร่
ด้วยศักยภาพที่สูงกว่า ลูกทีมของ เจนนาโร่ กัตตูโซ่ จึงครองบอลบุกอยู่ข้างเดียว
2. ครองบอลบุกมากกว่าก็จริง แต่ขอบอกว่ารูปแบบการเล่นไม่มีความหลากหลาย พวกเขาเล่นเกมรุกแบบตรงๆ ทื่อๆ ไม่มีจินตนาการสักเท่าไหร่
สิ่งที่เห็นคือการเอาบอลออกไปด้านข้างแล้วก็ครอสส์เข้ามาลุ้นแบบตามมีตามเกิด ก่อนจะถูกสกัดออกไป
3. สำหรับ ไอร์แลนด์เหนือ ขอเรียนตามตรงว่า...ไม่มีแมวน้ำอะไรเลย 5555
แผนการเล่นคือถอยไปตั้งรับพลางดึงจังหวะให้ช้า แล้วก็เตะทิ้งออกมาอย่างเดียว
เวลาเล่นเกมรุกก็สาดบอลไปข้างหน้าแบบไม่มีทิศทาง แถมหาจังหวะสวนกลับแบบเจ็บๆ ไม่เจอ
ผู้ชมทางบ้านอย่างผมจึงได้แต่รำพึงรำพันกับตัวเองตอนตีสามกว่าๆ ว่า...
นี่กูดูอะไรอยู่เนี่ยยยยยย ???
4. เมื่อก่อน อิตาลี ไม่เคยปราศจากกองหน้าระดับตีนพระกาฬ ทั้งตำแหน่งเบอร์ 9 และเบอร์ 10 มีแต่ดาวเตะฝีเท้าจัดจ้าน
ตัวอย่างเช่น จานลูก้า วิอัลลี่, โรแบร์โต้ มานชินี่, เอ็นริโก้ เคียซ่า, ฟิลิปโป้ อินซากี้, โรแบร์โต้ บาจโจ้, ฟรานเชสโก้ ต๊อตติ, อเลสซานโดร เดล ปิเอโร่, จานฟรังโก้ โซล่า มูลหมูมูลหมาก็ยังมี ลูก้า โทนี่ หรือ มาริโอ บาโลเตลลี่
ภาพตัดกลับมา ณ ปัจจุบัน
ทีมมะกะโรนีมีกองหน้าผิวดำอย่าง มอยเซส เคน ที่เอาตัวไม่รอดในพรีเมียร์ลีก และใครอีกคนก็ไม่รู้ที่หลุดเดี่ยวแล้วแตะบอลห่างเป็นวา
5. ประตูปลดล็อคก็มาจากการที่คู่แข่งโหม่งสกัดไม่ดีแล้วมาเข้าทางตีนของ ซานโดร โตนาลี่ ที่เอี้ยวตัวฮาล์ฟ-วอลเลย์ เข้าไปตุงตาข่าย
แต่ถ้าไม่ใช่มิดฟิลด์พลังคชสารสมสู่จาก นิวคาสเซิ่ล ผู้นี้ก็ไม่รู้ว่าเหมือนกันจะได้ประตูหรือเปล่า เพราะจังหวะนั้นมันยิงยาก และตะบันได้เมามันเหลือเกิน
อิตาลี ยังถือว่าดวงดีที่จับมาเจอทีม เกรด ซี อย่าง ไอร์แลนด์เหนือ จึงผ่านเข้ารอบชิงตั๋วไปบอลโลกได้สำเร็จ โดยต้องออกไปเยือน บอสเนีย ที่ไม่หมูนะครับ