คอลูกหนังต่างหลงใหลเรื่องราวการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ และสำหรับแฟนบอลทีมชาติอังกฤษแล้ว แฮร์รี่ แม็กไกวร์ อาจมอบอีกหนึ่งเรื่องราวชั้นยอดในศึกฟุตบอลโลก 2026 ช่วงซัมเมอร์นี้
แม็กไกวร์พลาดศึกยูโร 2024 ภายใต้การคุมทีมของ แกเร็ธ เซาธ์เกต หลังจากก่อนหน้านั้นติดทีมชาติอังกฤษในทัวร์นาเมนต์ใหญ่ติดต่อกันถึง 3 รายการ และการถูกเรียกตัวกลับสู่ทีมของ โธมัส ทูเคิ่ล อีกครั้ง หลังจากหายไปนาน 18 เดือนนับตั้งแต่เกมล่าสุดเมื่อเดือนกันยายน 2024 ถือเป็นการคัมแบ็กที่น่าทึ่งของแข้งวัย 33 ปี
สัปดาห์นี้ แม็กไกวร์ ยอมรับว่าเคยกังวลว่าเส้นทางทีมชาติของเขาอาจจบลงไปแล้ว ก่อนจะได้รับโอกาสอีกครั้งจากทูเคิ่ล ขณะที่ นายใหญ่ชาวเยอรมัน ก็ชื่นชมผลงานสุดแข็งแกร่งของเขาที่แสดงให้เห็นกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รวมทถึงคุณภาพระดับโดดเด่นในจังหวะลูกตั้งเตะของเขา
แล้วในช่วงซัมเมอร์นี้ แม็กไกวร์ จะเป็นเพียงแค่ตัวสำรองของ เอซรี คอนซ่า หรือสมควรที่จะได้สอดแทรกเป็นตัวจริงทัพ "สิงโตคำราม" ? งานนี้ต้องมาวิเคราะห์กันซะหน่อย
- เชื่อมโยงการเล่นกับเพื่อนร่วมทีมได้ดี
สิ่งที่ต้องจำเอาไว้ก่อนเป็นอันดับแรกก็คือ แมนฯ ยูฯ กับ แอสตัน วิลล่า มีสไตล์การเล่นที่แตกต่างกันอย่างมาก โดย "สิงห์ผงาด" เป็นทีมที่เน้นตั้งรับ ขณะที่ "ผีแดง" เน้นเกมรุกดุดัน ดังนั้นค่าความเชื่อมโยงในการเล่นของ แม็กไกวร์ ที่ใช้วัดว่าผู้เล่นประสานงานกับเพื่อนร่วมทีมได้ดีแค่ไหนจากผลลัพธ์ของการจ่ายบอลนั้น ถือว่าโดดเด่นอย่างชัดเจน
ขณะที่ คอนซ่า มีคะแนนสูงในการเล่นร่วมกับ เปา ตอร์เรส และ แม็ตตี้ แคช แต่ แม็กไกวร์ กลับมีความเชื่อมโยงที่แข็งแกร่งกับเพื่อนร่วมทีมในพื้นที่สูงของสนามมากกว่า ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการเชื่อมเกมจากแนวรับไปสู่แดนกลางและแนวรุกได้ดีกว่า
- เข้ากับสไตล์เน้นเกมรุกของ ทูเคิ่ล
การเชื่อมโยงกับเพื่อนร่วมทีมจากแดนหลังขึ้นไปยังพื้นที่เกมรุก มีความสำคัญกับทีมชาติอังกฤษมากกว่ากับ แมนฯ ยูฯ เสียอีก เพราะ ทูเคิ่ล นิยมใช้สไตล์การเล่นที่เน้นการขับเคลื่อนเกมรุกอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ ที่ต้องการให้เซ็นเตอร์แบ็กสามารถเริ่มต้นเกมรุกจากแนวหลังได้
แม้ว่า คอนซ่า จะเล่นกับบอลได้ดี แต่เขาไม่ได้ถูกคาดหวังให้ทำหน้าที่มากเท่ากับ แม็กไกวร์ ในโครงสร้างเกมของวิลล่า ที่เน้นความรัดกุมและระมัดระวังมากกว่า ทำให้ กองหลังของแมนฯ ยูไนเต็ด อาจดูเป็นตัวเลือกที่เข้ากับระบบได้เป็นธรรมชาติมากกว่า
- ทีเด็ดลูกตั้งเตะ
เมื่อผสานความสามารถในการพาบอลขึ้นไปยังพื้นที่เกมรุกได้ดี เข้ากับความโดดเด่นในลูกกลางอากาศของ แม็กไกวร์ ก็เริ่มเห็นภาพเหตุผลที่น่าสนใจสำหรับการคัมแบ็กทีมชาติอังกฤษในครั้งนี้
แม็กไกวร์ติดอยู่ในกลุ่ม ท็อป 10% ของเซ็นเตอร์แบ็กในเรื่องการโหม่งทำประตู จากฐานข้อมูลของ "แมชีน ฟุตบอล" (Machine Football) ขณะที่ คอนซ่า เมื่อเทียบกันแล้วอยู่เพียงครึ่งล่างของตาราง
ลูกตั้งเตะจึงควรเป็นหนึ่งในจุดแข็งสำคัญของทีมชาติอังกฤษสำหรับการชิงชัยในมหกรรมลูกหนังแห่งมวลมนุษยชาติที่สหรัฐฯ, แคนาดา และเม็กซิโก โดย ทูเคิ่ล มีตัวเลือกผู้เล่นที่เชี่ยวชาญการเล่นลูกนิ่งอยู่มากมาย
- ลูกตั้งเตะสามารถเปลี่ยนเกมได้
เมื่อคำนึงถึงจังหวะเกมที่ช้ากว่าในฟุตบอลระดับทีมชาติ รวมถึงสกอร์ที่มักสูสีในรอบลึกของทัวร์นาเมนต์แบบนี้ ทูเคิ่ล อาจมองว่าไม่ใช่เรื่องแปลก หากเขาจะหยิบแนวคิดจากผู้จัดการทีมในพรีเมียร์ลีกมาใช้ โดยให้ความสำคัญกับรายละเอียดเล็กๆ อย่างลูกตั้งเตะ ซึ่งเฮดโค้ชทัพ "ทรี ไลอ้อนส์" ก็เคยส่งสัญญาณถึงเรื่องนี้เช่นกัน
หากลูกเซตพีซสามารถที่จะเปลี่ยนแปลงเกมได้ แน่นอนว่า แม็กไกวร์ ย่อมเป็นผู้เล่นที่ได้ประโยชน์โดยตรง และความสามารถของเขาในช่วงที่ผ่านมาแสดงให้เห็นถึงว่าจังหวะแบบนี้เจ้าตัวมักทำได้ดีมาตลอด
- เด่นทั้งเกมรับและรุก
หากวิเคราะห์กันแล้ว แม็กไกวร์ มีดีมากกว่าเป็นเพียงตัวสำรอง และ ทูเคิ่ล คงมองเห็นจุดนี้ ดังนั้นนี่นี่ไม่ใช่การเลือกด้วยอารมณ์หรือความรู้สึก แต่คือการตัดสินใจเชิงแท็กติกอย่างมีเหตุผล ซึ่งอาจนำไปสู่หนึ่งในเส้นที่แฟนบอลทีมชาติอังกฤษเฝ้ารอมานานนับตั้งแต่ปี 1966
ที่สำคัญ แม็กไกวร์ ไม่ได้แค่ทำผลงานในการเล่นเกมรับได้ดีเท่านั้น แต่ยังมีจุดเด่นเรื่องเกมรุกโดยเฉพาะการเล่นลูกตั้งเตะ และนี่อาจจะเป็น "อาวุธเกมรุก” ให้กับ อังกฤษ ในการลุยเวิลด์ คัพ 2026 ก็ได้