เรอัล มาดริด เรียกเสียงฮือฮาหลังนักเตะซ้อมพร้อมสวมหน้ากากพิเศษ ภายใต้การดูแลของ อันโตนิโอ ปินตุส เพื่อวัดสมรรถภาพร่างกายเชิงลึก ก่อนโค้งชี้ชะตาฤดูกาล
หลังจาก เรอัล มาดริด ได้รับวันหยุดพัก 2 วันภายหลังชัยชนะเหนือ ราโย บาเยกาโน่ เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทีมของ อัลบาโร่ อาร์เบลัว กลับมาลงฝึกซ้อมอีกครั้งในช่วงกลางสัปดาห์ แต่บรรยากาศการซ้อมครั้งนี้แตกต่างจากเดิมอย่างชัดเจน เมื่อบรรดานักเตะหลายรายถูกพบว่าสวมหน้ากากสีน้ำเงินขณะฝึกซ้อมแบบเข้มข้น
ภาพดังกล่าวถูกเผยแพร่ผ่านโซเชียลมีเดียโดยนักเตะหลายคน รวมถึง เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ จนทำให้แฟนบอลเกิดข้อสงสัยถึงจุดประสงค์ของอุปกรณ์ดังกล่าว
หน้ากากพิเศษนี้ถูกนำมาใช้ภายใต้การดูแลของ อันโตนิโอ ปินตุส ผู้จัดการด้านสมรรถภาพร่างกายของสโมสร ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการควบคุมและยกระดับสภาพร่างกายของนักเตะตลอดฤดูกาล
แม้รูปลักษณ์ภายนอกจะคล้ายอุปกรณ์ฝึกซ้อมในที่สูง (Altitude Training) แต่ ปินตุส ยืนยันกับ Real Madrid TV ว่า หน้ากากรุ่น Cosmed K5 มีวัตถุประสงค์ที่แตกต่างออกไป โดยถูกใช้ในช่วงการทดสอบแบบเข้มข้นระยะสั้น 15–20 นาที เพื่อประเมิน “เกณฑ์แอโรบิกและแอนแอโรบิก รวมถึงพลังงานที่นักเตะใช้งานในปัจจุบัน”
ข้อมูลที่ได้จากหน้ากากดังกล่าวช่วยให้ทีมงานสามารถวัดค่า VO2 Max ได้อย่างแม่นยำ ซึ่งเป็นตัวชี้วัดอัตราสูงสุดที่ร่างกายสามารถใช้ออกซิเจนระหว่างการออกกำลังกายหนัก นอกจากนี้ เทคโนโลยียังสามารถวิเคราะห์ได้ว่านักเตะใช้พลังงานจากไขมันหรือคาร์โบไฮเดรตเป็นหลัก
การทดสอบดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงเวลาสำคัญของฤดูกาล เมื่อ เรอัล มาดริด มีโปรแกรมหนักรออยู่ ทั้งเกมลา ลีกา พบ บาเลนเซีย และ เรอัล โซเซียดาด รวมถึงศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบน็อกเอาต์เพลย์ออฟ ที่ต้องดวลกับ เบนฟิก้า ซึ่งสโมสรต้องการให้ขุมกำลังอยู่ในสภาพร่างกายที่สมบูรณ์ที่สุด
ด้าน เบน วอร์บิวร์ตัน นักกายภาพบำบัดด้านกีฬา อธิบายว่า หน้ากากลักษณะนี้ปกติมักใช้ในสภาพแวดล้อมที่ควบคุมได้ เช่น ลู่วิ่งหรือจักรยานออกกำลังกาย แต่เรอัล มาดริดได้พัฒนาให้สามารถใช้งานระหว่างการฝึกซ้อมฟุตบอลจริงได้
วอร์บิวร์ตันระบุว่า การทดสอบค่า VO2 Max แบบดั้งเดิมอาจไม่เหมาะในช่วงแข่งขัน เนื่องจากใช้เวลานานและทำให้นักเตะต้องเสียหนึ่งเซสชันฝึกซ้อม อีกทั้งพื้นผิวลู่วิ่งยังแตกต่างจากสนามหญ้า ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่ออาการบาดเจ็บ
“การสวมหน้ากากระหว่างซ้อมช่วยลดความเสี่ยงของอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อ เช่น น่องตึง และยังทำให้ทีมงานได้ข้อมูลด้านสมรรถภาพไปพร้อมกับการฝึกจริง” วอร์บิวร์ตันกล่าว
ข้อมูลทั้งหมดจะถูกนำไปเปรียบเทียบกับค่ามาตรฐานเดิมของนักเตะแต่ละราย รวมถึงผู้เล่นในตำแหน่งเดียวกัน เพื่อปรับภาระการฝึกซ้อมให้เหมาะสมที่สุดในช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาล โดย วอร์บิวร์ตัน ยอมรับว่า เทคโนโลยีลักษณะนี้มีต้นทุนสูง และไม่ใช่ทุกสโมสรจะสามารถนำมาใช้งานได้
