การตัดสินใจอำลา บาร์เซโลน่า ของ โดร เฟร์นานเดซ ไม่ได้เกิดจากเงินหรือชื่อเสียง แต่คือโครงสร้างทีมที่แดนกลางแน่นเกินไป จนอนาคตตัวจริงแทบปิดตาย
ชื่อของ บาร์เซโลน่า ยังคงถูกยกย่องในฐานะสโมสรในฝันของนักเตะดาวรุ่งทั่วโลก แต่กรณีล่าสุดของ โดร เฟร์นานเดซ กลับสะท้อนความจริงอีกด้านของฟุตบอลยุคใหม่ เมื่อการเติบโตในสโมสรยักษ์ใหญ่ ไม่ได้การันตีเส้นทางสู่ตัวจริงเสมอไป
การตัดสินใจย้ายออกจากถิ่น คัมป์นู ของดาวรุ่งรายนี้ ไม่ได้เกิดจากปัญหาส่วนตัวหรือแรงกดดันทางการเงิน หากแต่เป็นการประเมินอนาคตอย่างเป็นรูปธรรมในทีมที่การแข่งขันภายในสูงเกินกว่าจะรอเวลาได้
เมื่อคุณภาพล้นแผงมิดฟิลด์
ปัจจัยสำคัญที่สุดที่ผลัก โดร เฟร์นานเดซ ออกจากบาร์เซโลน่า คือสภาพความแออัดในแดนกลาง ภายใต้การคุมทีมของ ฮันซี่ ฟลิค ซึ่งเต็มไปด้วยมิดฟิลด์ระดับทีมชาติและวันเดอร์คิด ไม่ว่าจะเป็น เปดรี้, กาบี, เฟรงกี้ เดอ ยอง รวมถึงการมาของ ดานี่ โอลโม่ และการแจ้งเกิดของ เฟร์มีน โลเปซ
ตามรายงานจากสื่อสเปน ระบุว่า โดร เริ่มมองเห็นชัดเจนว่า ต่อให้ศักยภาพสูงเพียงใด โอกาสเบียดขึ้นเป็นตัวหลักอย่างต่อเนื่องแทบเป็นไปไม่ได้ การรั้งอยู่ในทีมชุดใหญ่โดยไม่มีเวลาลงสนาม อาจส่งผลเสียต่อพัฒนาการในระยะยาวมากกว่าผลดี
บทเรียนจากรุ่นพี่ ย้ายก่อน…อาจเติบโตเร็วกว่า
ประวัติศาสตร์ของบาร์เซโลน่า แสดงให้เห็นว่า การย้ายออกตั้งแต่อายุยังน้อย ไม่ใช่เส้นทางที่ล้มเหลวเสมอไป ตัวอย่างอย่าง เชส ฟาเบรกาส หรือในยุคหลังอย่าง ซาฟี ซิมอนส์ ล้วนใช้การออกไปหาประสบการณ์ในลีกอื่น เพื่อเร่งการพัฒนาได้รวดเร็วกว่าการเป็นตัวสำรองในสเปน
อย่างไรก็ตาม เส้นทางนี้ก็มีความเสี่ยงเช่นกัน กรณีของ โจวานี่ โดส ซานโต๊ส ที่ย้ายไป ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ด้วยความคาดหวังสูง แต่ไม่สามารถปรับตัวกับความเข้มข้นของพรีเมียร์ลีกได้ ก็ยังเป็นบทเรียนสำคัญที่หลายฝ่ายยกมาเปรียบเทียบ
ความท้าทายใหม่ กับโอกาสที่จับต้องได้
ด้วยค่าฉีกสัญญาเพียง 6 ล้านยูโร ทำให้ โดร เฟร์นานเดซ กลายเป็นเป้าหมายที่หลายสโมสรจับตามองทันที สไตล์การเล่นที่เน้นการสร้างสรรค์เกม การเคลื่อนที่อัจฉริยะ และความเข้าใจแท็กติก คือคุณสมบัติที่ทีมระดับท็อปต้องการ
ล่าสุด ฟาบริซิโอ โรมาโน่ รายงานว่า โดร ตกลงเงื่อนไขส่วนตัวกับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ได้แล้ว การได้ทำงานภายใต้การคุมทีมของ หลุยส์ เอ็นริเก้ ในลีกเอิง อาจเปิดโอกาสให้เขาได้รับบทบาทที่ชัดเจนกว่าการรอคอยในถิ่นคาตาลัน
เส้นทางใหม่ของดาวรุ่งลูกครึ่งสเปน-ฟิลิปปินส์ จะพาเขาไปไกลแค่ไหน คงเป็นอีกหนึ่งกรณีศึกษาที่สะท้อนว่า ในฟุตบอลยุคปัจจุบัน “สโมสรในฝัน” อาจไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของการเติบโตเสมอไป