โชเซ่ มูรินโญ่ ยอมรับเจ็บปวดใจที่เห็น วินิซิอุส จูเนียร์ ฟอร์มตกกับ เรอัล มาดริด หลังยิงเพียงประตูเดียวจาก 9 นัด พร้อมหวังให้ดาวเตะบราซิลกลับมาโชว์ฟอร์มเก่งในเกมพบ โรม่า ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก
โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือ เรอัล มาดริด ยอมรับว่ารู้สึกปวดใจที่เห็น วินิซิอุส จูเนียร์ แนวรุกทีมชาติบราซิลของ เรอัล มาดริด กำลังเผชิญช่วงเวลายากลำบาก หลังทำผลงานต่ำกว่ามาตรฐานในช่วงต้นฤดูกาล พร้อมหวังว่าเจ้าตัวจะกลับมาแสดงศักยภาพที่แท้จริงในเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก พบ โรม่า
วินิซิอุส วัย 26 ปี ยังไม่สามารถเรียกฟอร์มเก่งกลับมาได้ในฤดูกาลนี้ หลังทำได้เพียง 1 ประตูจากการลงสนาม 9 นัด และมีส่วนร่วมโดยตรงกับการทำประตูจากแอสซิสต์เพียงครั้งเดียวในช่วง 6 นัดหลังสุด
สถานการณ์ของดาวเตะบราซิลยิ่งน่ากังวล หลังเจ้าตัวถูกใบแดงในครึ่งหลังของเกมลา ลีกา ที่ เรอัล มาดริด เอาชนะ บียาร์เรอัล เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา จากจังหวะดึงผม นาธาน ซาลิบา ซึ่งยังส่งผลให้ประตูที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นไม่นานถูกยกเลิกด้วย
มูรินโญ่ กล่าวกับ สกาย อิตาเลีย เมื่อวันอังคาร ก่อนเกมที่ เรอัล มาดริด จะพบกับ โรม่า ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก โดยยอมรับว่ารู้สึกไม่สบายใจที่เห็นนักเตะอย่าง วินิซิอุส ต้องเผชิญสถานการณ์เช่นนี้
“ผมเคยพูดไปแล้วว่ามันทำให้ผมเจ็บปวดใจที่เห็น วินิ อยู่ในสถานการณ์แบบนี้”
“เขามีความสุขในทุก ๆ วัน เขาทำงานหนัก แต่จนถึงตอนนี้ในปีนี้ เขายังไม่สามารถค้นพบความสุขจากการสร้างความแตกต่างในสนามได้”
“มาดูกันว่าใน แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อเขาติดโทษแบนในลีก เขาจะสามารถกลับมาเป็น วินิซิอุส คนเดิมได้หรือไม่”
ก่อนเกมพบ บียาร์เรอัล วินิซิอุส โดนจับนั่งเป็นตัวสำรอง ก่อนจะได้รับโอกาสลงสนามช่วงครึ่งหลัง
อย่างไรก็ตาม ดาวเตะแซมบ้ากลับถูกไล่ออกจากสนามจากจังหวะดึงผม นาธาน ซาลิบา และแสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรงต่อคำตัดสิน
วินิซิอุส มีปฏิกิริยาไม่ยอมรับคำตัดสิน ก่อนเดินเข้าไปประท้วงผู้ตัดสินอย่างหนัก จนเพื่อนร่วมทีมต้องเข้ามาช่วยดึงตัวออกไป
ทั้งนี้ วินิ มีแนวโน้มพลาดเกมลีกกับ เซบีย่า สัปดาห์หน้า และอาจถูกลงโทษแบนเพิ่มเติมจนส่งผลให้พลาดเกม เอล กลาซิโก้ นัดแรกของฤดูกาลกับ บาร์เซโลน่า ที่สนามคัมป์ นู วันที่ 25 ตุลาคม
อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาของโทษแบนยังต้องรอการพิจารณาจากรายงานของผู้ตัดสิน
ผลงานของ วินิซิอุส ฤดูกาลนี้แตกต่างอย่างชัดเจนจาก คีลิยัน เอ็มบัปเป้ คู่หูแนวรุกของทีม
โดย เอ็มบัปเป้ ทำไปแล้ว 8 ประตู กับอีก 2 แอสซิสต์ จากการลงสนาม 8 นัด ขณะที่ วินิซิอุส เพิ่งยิงได้เพียงประตูเดียวจาก 9 เกม
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนถึงช่วงเวลาที่แตกต่างจากฤดูกาล 2023/24 ซึ่ง วินิซิอุส เคยเป็นดาวซัลโวสูงสุดของ เรอัล มาดริด ด้วยผลงาน 24 ประตู
นอกจากนี้ เจ้าตัวยังไม่สามารถทำประตูหรือแอสซิสต์ให้ทีมชาติบราซิลได้เลยในช่วงพักเบรกทีมชาติล่าสุด จากเกมพบ ออสเตรเลีย และ อินเดีย
แม้ วินิซิอุส จะเผชิญเสียงโห่จากแฟนบอลของตัวเองที่สนามซานติอาโก้ เบร์นาเบว ในช่วงต้นฤดูกาล แต่เกมล่าสุดกับ บียาร์เรอัล ก็ยังมีแฟนบอลที่แสดงการสนับสนุนเจ้าตัวหลังถูกไล่ออกจากสนาม
ขณะที่สโมสรยังคงแสดงความเชื่อมั่นในตัวนักเตะอย่างต่อเนื่อง หลังปรับปรุงและขยายสัญญาใหม่เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ทำให้ วินิซิอุส มีสัญญากับ เรอัล มาดริด จนถึงปี 2032
นอกจากนี้ ทีมงานผู้ฝึกสอนยังออกมาให้การสนับสนุนเจ้าตัวต่อสาธารณะหลายครั้ง แม้การแข่งขันแย่งตำแหน่งในแนวรุกจะเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะการก้าวขึ้นมาของ ยาน ดิโอม็องเด้
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ต้องติดตามว่าแรงสนับสนุนจากสโมสรและการแข่งขันภายในทีมจะช่วยกระตุ้นให้ วินิซิอุส กลับมาทำผลงานได้ดีขึ้น หรือจะส่งผลต่อบทบาทของเจ้าตัวในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม สำหรับ มูรินโญ่ สิ่งสำคัญที่สุดในเวลานี้คือการได้เห็น วินิซิอุส กลับมามีความสุขกับฟุตบอล และกลับมาเป็นนักเตะที่สามารถสร้างความแตกต่างในสนามได้อีกครั้ง