เอ็นริเก้ ริเกลเม่ นักธุรกิจวัย 37 ปี ประกาศทุ่มเงินส่วนตัวเกือบ 200 ล้านยูโร ลงสมัครเลือกตั้งชิงประธานสโมสร เรอัล มาดริด ครั้งแรกในรอบ 20 ปี หวังล้ม ฟลอเรนติโน่ เปเรซ
เอ็นริเก้ ริเกลเม่ นักธุรกิจหนุ่มไฟแรง ออกมาประกาศว่า การลงชิงตำแหน่งประธานสโมสร เรอัล มาดริด ในครั้งนี้ เขาไม่ได้มาเพื่อเป็นแค่ไม้ประดับ แต่มาเพื่อโค่นบัลลังก์ของ ฟลอเรนติโน่ เปเรซ ยอดประธานคนปัจจุบัน
นักธุรกิจวัย 37 ปีรายนี้ ได้แสดงความพร้อมขั้นสุดด้วยการควักกระเป๋าตัวเอง ทุ่มเงินส่วนตัวสูงถึงเกือบ 200 ล้านยูโร (ประมาณ 7,400 ล้านบาท) เพื่อเป็นหลักประกันและขับเคลื่อนแคมเปญหาเสียงในครั้งนี้ พร้อมมั่นใจว่าประสบการณ์การบริหารธุรกิจระดับโลกของเขา จะเป็นกุญแจสำคัญในการพาทีมก้าวไปอีกขั้น
"ตอนนี้ในหัวของเรามีแต่เรื่องโปรเจกต์นี้เท่านั้น นี่ไม่ใช่แผนงานที่ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของคน ๆ เดียวเหมือนที่ผ่านมา แต่ตรงกันข้ามเลย มันคือการยกระดับสโมสรให้มีความเป็นมืออาชีพในทุก ๆ ด้าน ดังนั้นเวลานี้ผมไม่ได้คิดถึงเรื่องอื่นเลยนอกจากการชนะเลือกตั้ง"
"การก้าวเข้ามาตรงนี้ต้องแลกมาด้วยต้นทุนที่สูงมาก ทั้งเรื่องส่วนตัวและหน้าที่การงาน และเรามาที่นี่เพื่อชนะตอนนี้เลย ผมไม่ได้เข้าสู่การแข่งขันนี้ พร้อมกับทุ่มเงินส่วนตัวเกือบ 200 ล้านยูโร และเอาตัวเองมาเสี่ยงขนาดนี้ เพียงเพื่อแค่ขอมีส่วนร่วมขำ ๆ หรอกนะ ไม่งั้นจะทำไปเพื่ออะไร?" นักธุรกิจหนุ่ม กล่าว
นอกจากนี้ ผู้ท้าชิงเก้าอี้ร้อนยังได้เน้นย้ำถึงโปรไฟล์สุดหรูในการคุมบริษัทระดับนานาชาติ เพื่อพิสูจน์ว่าเขาไม่ได้มีดีแค่ราคาคุย
"ผมคิดว่าเส้นทางอาชีพของผมมันบ่งบอกทุกอย่างได้เป็นอย่างดี ปัจจุบันผมอายุ 37 ปี และเป็นทั้งผู้ก่อตั้งรวมถึงประธานบริหารของบริษัทระดับโลกที่มีพนักงานกว่า 5,000 คน ดำเนินธุรกิจใน 37 ประเทศ และสร้างรายได้สูงถึง 4,000 ล้านยูโร ถ้าจะมีสิ่งหนึ่งที่ทุกคนควรเข้าใจในตัวผม นั่นคือผมไม่เคยกระโดดเข้าทำโปรเจกต์ไหนเพียงแค่เพื่อเป็นตัวประกอบแน่นอน"
สำหรับการเลือกตั้งประธานสโมสร เรอัล มาดริด ในครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกที่มีผู้ท้าชิงลงแข่งอย่างเป็นทางการนับตั้งแต่ปี 2006