สืบจาก หลุยส์ เอ็นรีเก้ : ทำไม บาร์เซโลน่า ถึงเป็น 'โรงงานผลิตโค้ช' ที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก

สืบจาก หลุยส์ เอ็นรีเก้ : ทำไม บาร์เซโลน่า ถึงเป็น 'โรงงานผลิตโค้ช' ที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก
เจาะลึกความลับ ลา มาเซีย และมรดกโยฮัน ครัฟฟ์ ที่เปลี่ยนนักเตะบาร์เซโลน่าให้กลายเป็นยอดกุนซือระดับโลก ถอดรหัส DNA "เจ้าบุญทุ่ม" ที่ไม่ใช่แค่สโมสร แต่คือมหาวิทยาลัยฟุตบอล

หากเราย้อนกลับไปดูภาพถ่ายทีม บาร์เซโลน่า ชุดคว้าแชมป์สแปนิช ซูเปอร์คัพ เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 1996 เราจะพบหนึ่งในความจริงที่น่าเหลือเชื่อ

ในบรรดาผู้เล่น 11 ตัวจริงวันนั้น มีถึง 4 คนที่ก้าวขึ้นมาเป็นกุนซือระดับแถวหน้าในรอบควอเตอร์ไฟนอลของ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ในเวลาต่อมา ไม่ว่าจะเป็น เป๊ป กวาร์ดิโอล่า, หลุยส์ เอ็นรีเก้, ฆูเลน โลเปเตกี และ โลร็องต์ บล็องก์

คำถามที่น่าสนใจต่อมา... อะไรคือสิ่งที่สโมสรแห่งนี้มอบให้กับบุคลากรของพวกเขา ทำไม "เจ้าบุญทุ่ม" ถึงไม่ได้เป็นแค่สโมสรฟุตบอล 

แต่เปรียบเสมือนมหาวิทยาลัยวิชาฟุตบอลที่ผลิต "ศาสตราจารย์" ออกมาประดับวงการไม่หยุดหย่อน? 

หาคำตอบเรื่องนี้ไปกับเราที่ Siamsport

มรดกจาก "ศาสดา" โยฮัน ครัฟฟ์

จุดเริ่มต้นของความสำเร็จทั้งหมดต้องย้อนไปที่ โยฮัน ครัฟฟ์ ชายผู้เข้ามาวางรากฐาน "ซอฟต์แวร์" ใหม่ให้กับสโมสรตั้งแต่ปี 1988 

ครัฟฟ์ ไม่ได้เพียงแค่สอนให้นักเตะเตะบอลให้เข้าเป้า แต่เขาสอนให้ทุกคน "เข้าใจเกม" 

อดีตลูกศิษย์อย่าง กิลเยร์โม่ อามอร์ ระบุว่า ครัฟฟ์ ทำให้ผู้เล่นสนุกกับการเล่นฟุตบอลจนเมื่อถึงเวลาแขวนสตั๊ด พวกเขาก็อยากจะส่งต่อความรู้นั้นด้วยการเป็นโค้ช ปรัชญา Total Football และการเล่นแบบ Positional Play (การเล่นตามตำแหน่ง)

กลายเป็นวิชาบังคับที่สอนให้ผู้เล่นรู้วิธีการใช้พื้นที่ การยืนตำแหน่ง และการเคลื่อนที่แบบสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมทีม นี่คือรากฐานที่ทำให้โค้ชสายเลือดบาร์ซ่ามี "แผนที่สนามในหัว" ที่ชัดเจนกว่าคนอื่น

กองกลางคือห้องแล็บ

ชาบี เอร์นานเดซ อดีตกุนซือบาร์ซ่าและยอดมิดฟิลด์ระดับตำนาน เคยวิเคราะห์ไว้อย่างน่าสนใจว่า ผู้เล่นตำแหน่งกองกลางของ บาร์เซโลน่า จะมี "แต้มต่อ" เสมอเมื่อก้าวเข้าสู่อาชีพโค้ช

นั่นเป็นเพราะการเติบโตผ่านรั้ว ลา มาเซีย ไม่ได้เน้นแค่พละกำลัง แต่เน้นการใช้สมอง

นักเตะบาร์ซ่าถูกฝึกเรื่องการ "สแกน" หรือการเหลียวมองรอบตัวเพื่อหาข้อมูลก่อนรับบอล ซึ่งงานวิจัยระบุว่ามิดฟิลด์ระดับโลกจะสแกนสนามบ่อยถึง 5 ครั้งในช่วง 10 วินาทีก่อนรับบอล

ทักษะนี้ทำให้นักเตะอย่าง เป๊ป, ชาบี หรือ หลุยส์ เอ็นรีเก้ มองเห็นภาพรวมของเกมเหมือนที่โค้ชมองเห็นจากข้างสนามตั้งแต่วันที่เขายังเป็นผู้เล่น

วัฒนธรรม 'การจัดการตนเอง'  

ข้อมูลที่น่าทึ่งจากปี 1996-97 ระบุว่า ในยุคของกุนซือ บ็อบบี้ ร็อบสัน สโมสรมีวัฒนธรรมที่เรียกว่า "Auto-gestión" หรือการที่นักเตะต้องรับผิดชอบและจัดการแทคติกกันเองในระดับหนึ่ง

ในช่วงเวลานั้น มีชายที่ชื่อ โชเซ่ มูรินโญ่ ทำงานเป็นผู้ช่วยและนักแปลภาษา เขาคือคนที่ "ต้องการควบคุมทุกอย่าง" และแลกเปลี่ยนความรู้กับนักเตะที่มีความเป็นผู้นำสูงอย่าง เป๊ปและสอยคอฟ 

การที่นักเตะต้องคิดและวิเคราะห์เกมอย่างหนักเพื่อเอาชนะคู่แข่งในทุกสัปดาห์ ได้หล่อหลอมให้พวกเขากลายเป็นผู้นำทางความคิดไปโดยปริยาย

การขยายอาณานิคมในยุค 2026

สถาบันการผลิตโค้ชแห่งนี้ไม่ได้หยุดนิ่ง แม้แต่ ฮันซี่ ฟลิค กุนซือคนปัจจุบันของบาร์ซ่า แม้จะไม่ได้โตมาจาก ลา มาเซีย แต่เขาก็ต้องปรับจูนทีมโดยใช้รากฐาน DNA ของสโมสรควบคู่ไปกับความทันสมัยของฟุตบอลเยอรมัน

อ่านมาจนถึงตรงนี้ อธิบายง่าย ๆ คือ บาร์เซโลน่า ไม่ได้เพียงแค่สอนวิธีเล่นฟุตบอล แต่พวกเขาถ่ายทอด "ภาษา" และ "ปรัชญา" ที่ทรงพลังที่สุดในโลกฟุตบอล 

การที่นักเตะบาร์ซ่าเข้าใจ "ทำไม" มากกว่าแค่ทำตามคำสั่ง ทำให้พวกเขามีต้นทุนที่ล้ำค่าเมื่อต้องก้าวไปยืนในจุดที่ต้องสั่งการคนอื่นนั่นเอง

ตัน กวาร์ดิโอล่า



ที่มาของภาพ : reutersconnect, Gettyimages
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport