ลิเวอร์พูล ลอยลำเข้ารอบสี่ถ้วย เอฟเอ คัพ ได้ตามความคาดหมายในเกมเปิด แอนฟิลด์ ไล่ทุบ บาร์นสลีย์ แบบไม่ลำบากเท้า 4-1 จากการทำศึกเมื่อวันจันทร์ที่ 12 ม.ค.โดยเกมนี้ หงส์แดง ได้ ฟอลเรียน เวียร์ตซ์ ลุกจากม้านั่งข้างสนามลงไปปิดจ็อบให้ทีมได้หลังจาก โดมินิค โซโบซไล ออกทะเลทั้งๆที่อุตส่าห์สร้างผลงานได้ดีโดยเกมในรอบหน้า เร้ด แมชีน จะได้เล่นในบ้านเช่นกันรับการมาเยือนของ ไบรท์ตัน ทีมร่วม พรีเมียร์ลีก ที่บุกไปเขี่ย แมนฯ ยูไนเต็ด ตกรอบถึงรังด้วยสกอร์ 2-1
1. เจ้าหนูริโอตัวจริง-เอกิติเก้ คัมแบ็คนั่งสำรอง
ลิเวอร์พูล ปรับโผลงเล่นเกม เอฟเอ คัพ รอบสามรวมหกรายโดย ริโอ เอ็นกูโมฮา ได้ออกสตาร์ตเช่นเดียวกับ เฟเดริโก้ เคียซ่า ขณะที่ อูโก้ เอกิติเก้ หัวหอกทีมชาติ ฝรั่งเศส ฟื้นจากอาการบาดเจ็บมีชื่อนั่งข้างสนามร่วมกับ วาตารุ เอ็นโด ดาวเตะทีมชาติ ญี่ปุ่น
จากโผดังกล่าว หมายความว่า เอ็นกูโมฮา สตาร์วัย 17 ปีได้ลงเล่นเป็นตัวจริงในซีซั่นนี้เป็น
นัดที่สามภายใต้การคุมทีมของ อาร์เน่อ สล็อต
เทียบจากเกม พรีเมียร์ลีก นัดออกไปเสมอกับ อาร์เซน่อล 0-0 กุนซือดัตช์ซึ่งเสีย คอเนอร์ แบรดลีย์ กองหลังที่เจ็บเข่าพักยาวไปตลอดซีซั่นวางใจให้ห้านักเตะลงเล่นเป็นตัวจริงต่อทั้ง เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ , โดมินิค โซโบซไล , อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ , เจเรมี่ ฟริมปง และ โคดี้ กัคโป
2.เจ้าตูบไร้กัปตันติดโทษแบน
คอเนอร์ ฮูริฮาน นายใหญ่ บาร์นสลีย์ ทีมในโซนท้ายตารางของ ลีก วัน พาทีมบุกมาเยือน แอนฟิลด์ โดยปราศจากกัปตันทีมที่ติดโทษแบน
เจ้าตูบ ไม่อาจใข้งาน ลูก้า คอนเนลล์ ได้เนื่องจากกองกลางตัวรับชาวไอริชได้ใบแดงช่วงท้ายเกมลีกนัดออกไปตีเสมอ วีแกน 1-1 และต้องชดใช้โทษแบนทันที
ด้วยเหตุนี้ ทีมเยือนจึงมอบปลอกแขนให้กับ เดวิส เคลเลอร์ ดันน์ กองหน้าเดินนำทีมลงสนาม แถมในโผ 11 ตัวจริงพวกเขาส่งอดีตเด็กปั้นของ ลิเวอร์พูล ลงเล่นมากกว่าเจ้าบ้านด้วยซ้ำรวมสองรายคือ อดัม ฟิลลิปส์ และ วิมาล โยกานาธาน สองกองกลาง ขณะที่ เร้ด แมชีน มีแค่ เคอร์ติส โจนส์ รายเดียวที่ได้ออกสตาร์ต
3. โซโบซไล ตามรอยตำนาน
เริ่มเกมได้ไม่ถึง 30 วินาทีดี บาร์นสลีย์ เกือบทำช็อกออกนำไปก่อนตั้งแต่ไก่โห่เมื่อ ฟิลลิปส์ สาดลูกยาวจากกราบขวาให้ เคลเลอร์ ดันน์ โขกเต็มศีรษะ แต่โชคไม่เป็นใจบอลพุ่งชนเสาแรก
และนับจากนั้นก็เหมือนเป็นเป็นการแหย่รังแตนเนื่องจาก หงส์แดง เดินเกมรุกตอบโต้ทันที และนาทีที่ 9 โซโบซไล ก็โชว์การยิงไกลตุงตาข่ายอีกหนให้เจ้าบ้านนำ 1-0
ถึงตอนนี้ ดาวเตะทีมชาติ ฮังการี มีส่วนกับการทำประตูในถ้วย เอฟเอ คัพ สามลูกจากสี่เกมแล้ว (ยิง 1 จ่าย 2)
ยิ่งไปกว่านั้น พ่อค้าแข้งสัญชาติแมกยาร์ยิงไกลแม่นยังกับจับวางด้วยโดยเขาส่องจากหน้าเขตโทษตุงตาข่ายให้ หงส์แดง ครบทั้งสี่รายการแล้วไม่ว่าจะเป็น พรีเมียร์ลีก ,แชมเปี้ยนส์ ลีก , เอฟเอ คัพ และ คาราบาว คัพ รวมทั้งเป็นนักเตะฮังกาเรี่ยนคนแรกที่ยิงประตูในเกม เอฟเอ คัพ ให้กับทีมใน พรีเมียร์ลีก ได้ต่อจาก โซลตัน เกร่า ในเกมระหว่าง ฟูแล่ม กับ ปีเตอร์โบโน่ เมื่อเดือนม.ค.2011
จากผลงานดังกล่าวทำให้ โซโบซไล เดินตามรอยอดีตสองสตาร์ของถิ่น แอนฟิลด์ ทั้ง สตีเว่น เจอร์ราร์ด และ ยอห์น อาร์เน่ รีสเซ่ นับตั้งแต่ซีซั่น 1992/93 เนื่องจากทั้งสองส่องไกลเข้าประตูครบสี่รายการเช่นกัน
กระนั้นก็ดี หลังจาก เจเรมี่ ฟริมปง ซัดให้ หงส์แดง นำห่าง 2-0 ในนาทีที่ 36 โซโบซไล ซึ่งโชว์ลูกขยันลงไปช่วยเกมรับกลับมอบของขวัญให้ทีมเยือนตีตื้นเป็น 2-1 อย่างน่าช็อกในนาทีที่ 40 ราวกับว่าเล่นอย่างย่ามใจไปนิด และหวังโชว์เหนือตอกลูกส้นให้ จอร์จี้ มามาร์ดาชวิลี่ เล่นต่อ แต่วืดวาดจนเปิดโอกาสให้ ฟิลลิปส์ เด็กเก่าของทีมสอยตาข่ายสบายแฮ
หลังจบครึ่งแรกซึ่ง ลิเวอร์พูล นำ 2-1 สถิติระบุว่าเจ้าถิ่นครองบอลได้เหนือกว่า 77.8%:22.2% และได้ยิงมากกว่า 9:5 ครั้ง แต่ บาร์นสลีย์ แสดงให้เห็นถึงทีเด็ดด้วยการส่งบอลเข้ากรอบได้เท่ากับ เร้ด แมชีน 3 ครั้ง
4. ฟริมปง ประเดิมด้วยประตู
นับเป็นการประเดิมสนามที่สวยหรูในเกม เอฟเอ คัพ ของ ฟริมปง เนื่องจากดาวเตะทีมชาติ เนเธอร์แลนด์ สอยตาข่ายได้ทันทีในการลงเล่นถ้วยน็อกเอาต์ของเมืองผู้ดีเป็นนัดแรกพาทีมนำหน้า 2-0
สำหรับประตูนี้นับเป็นประตูที่สองของอดีตสตาร์ทีม ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ที่เขายิงได้ในสีเสื้อของ หงส์แดง จากการลงเล่นเป็นเกมที่ 15 ในทุกรายการ
ขณะเดียวกัน เรื่องที่น่าทึ่งก็คือประตูแรกของ ฟริมปง กับ เร้ด แมชีน เป็นเกมประเดิมสนามของเขาเช่นกันหลังย้ายมาเล่นใน พรีเมียร์ลีก โดยดาวเตะวัย 25 ปีคลำเป้าได้ตั้งแต่เกมแรกกับถิ่น แอนฟิลด์ ในถ้วย คอมมิวนิตี้ ชิลด์ ซึ่ง ลิเวอร์พูล เสมอกับ คริสตัล พาเลซ แชมป์ เอฟเอ คัพ 2-2 ก่อนพ่ายการดวลลูกโทษตัดสิน
5. เวียร์ตซ์ โชว์ของ
หลังจากยิงประตูไม่ได้เลยใน 22 เกมแรกกับทุกรายการ ถึงขณะนี้ ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ คลำเป้าให้ ลิเวอร์พูล ได้สามเม็ดแล้วจากห้าเกมหลังช่วยให้ทีมเจ้าบ้านนำหน้า 3-1 ในนาทีที่ 84
เท่านั้นไม่พอ ดาวเตะทีมชาติ เยอรมนี จ่ายให้ เอกิติเก้ ที่ลงเล่นเป็นตัวสำรองเช่นกันยิงเม็ดปิดท้ายในนาทีที่ 94 ให้ เร้ด แมชีน กำชัยไปแบบหายห่วง 4-1 โดยประตูนี้ โซโบซไล แก้ตัวได้เยี่ยมจากการสาดบอลยาวให้อดีตดาวเตะทีม ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ทะลุไปจ่ายให้ดาวยิงเฟร้นช์แมนจบสกอร์
นับเฉพาะห้านัดหลัง เวียร์ตซ์ มีส่วนกับประตูรวมห้าลูกแล้วซึ่งเป็นการส่งสัญญาณแสดงให้เห็นว่าเขาเริ่มเป็นคีย์แมนคนสำคัญของทีมได้มากขึ้นทุกที
หลังลอยลำเข้ารอบสี่ ลิเวอร์พูล เพิ่มสถิติไม่แพ้นาน 11 นัดติดต่อกันในทุกรายการ (ชนะ 6 เสมอ5) ซึ่งยอดเยี่ยมที่สุดนับตั้งแต่พวกเขาไม่แพ้นาน 24 นัดระหว่างเดือนก.ย.2024-ม.ค.2025
จบเกม สถิติบ่งชี้ว่า ลิเวอร์พูล ครองบอลได้เหนือกว่า 75.1%:24.9% และได้ยิง 21 ครั้งเข้ากรอบ 7 ครั้ง ขณะที่ บาร์นสลีย์ ได้ยิง 9 ครั้งเข้ากรอบ 4 ครั้ง