โธมัส แฟร้งค์ กุนซือสเปอร์ส ออกโรงตำหนิ โอลลี่ วัตกินส์ ว่ายั่วยุ ชูเอา ปาลินญ่า หลังเกิดเหตุวุ่นวายท้ายเกมเอฟเอ คัพ ที่แพ้ แอสตัน วิลล่า 1-2
โธมัส แฟร้งค์ ผู้จัดการทีม ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ กล่าวหา โอลลี่ วัตกินส์ กองหน้า แอสตัน วิลล่า เป็นฝ่ายยั่วยุ ชูเอา ปาลินญ่า จนกลายเป็นเหตุวุ่นวายหมู่หลังจบเกม เอฟเอ คัพ รอบ 3 ที่ “ไก่เดือยทอง” เปิดบ้านพ่าย 1-2 เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 10 มกราคม ที่ผ่านมา
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังเสียงนกหวีดสุดท้ายที่ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ สเตเดี้ยม เมื่อ วัตกินส์ เดินไปฉลองชัยชนะต่อหน้าแฟนบอลทีมเยือน ก่อนถูก ปาลินญ่า ผลักจากด้านหลัง ซึ่งจุดชนวนให้แข้งวิลล่าอย่าง มอร์แกน โรเจอร์ส และ ลามาเร่ โบการ์เด้ กรูกันเข้ามา ส่งผลให้ผู้เล่นและสตาฟฟ์จากทั้งสองฝั่งต้องลงสนามเพื่อห้ามปราม
เมื่อถูกถามถึงเหตุการณ์ดังกล่าว แฟร้งค์ ยอมรับว่านักเตะของเขาจำเป็นต้องควบคุมอารมณ์ให้ดีกว่านี้ แต่ยืนยันว่าการกระทำของ วัตกินส์ เป็นตัวกระตุ้นสำคัญ
“ผมไม่คิดแบบนั้นนะ ผมกลับไปดูเหตุการณ์อีกครั้งเพื่อให้แน่ใจ แน่นอนว่าฟุตบอลต้องใช้สติเป็นหลัก” แฟร้งค์ กล่าวในงานแถลงข่าวหลังเกม
“นักเตะของเราทุ่มเททุกอย่าง แต่เมื่อแพ้เกมที่สูสี ฤดูกาลก็ไม่ได้ราบรื่น ผมคิดว่า โอลลี่ มีพฤติกรรมยั่วยุพอสมควร”
กุนซือชาวเดนมาร์กเสริมว่า “เขาเดินลงไปฉลองต่อหน้าแฟนวิลล่า และเดินเข้าไปหาชูเอา ทั้งที่สามารถเลี่ยงได้ง่าย ๆ ใครก็ตามที่เคยอยู่ในเกมการแข่งขันจริง ๆ จะรู้ว่าสถานการณ์แบบนี้กระตุ้นอารมณ์ได้ง่ายมาก”
ฤดูกาลนี้ สเปอร์ส ถูกตั้งคำถามเรื่องวินัยหลายครั้ง โดยก่อนหน้านี้ คริสเตียน โรเมโร่ กองหลังกัปตันทีมเพิ่งถูกสมาคมฟุตบอลอังกฤษ (เอฟเอ) เพิ่มโทษแบนอีก 1 นัด จากใบแดงในเกมพบ ลิเวอร์พูล อย่างไรก็ตาม แฟร้งค์ปฏิเสธที่จะยอมรับว่าทีมของเขามีปัญหาเรื่องวินัย พร้อมยืนยันว่าต้องการเห็นลูกทีมเล่นด้วยแพสชัน แม้จะอยู่ในช่วงผลงานยากลำบาก
“ฟุตบอลต้องเล่นด้วยความมุ่งมั่น และเมื่อคุณเล่นด้วยแพสชัน บางครั้งมันก็ใกล้เส้นเกินไปเล็กน้อย”
“ผมเห็นนักเตะที่มีใจเต็มร้อยและอยากทำผลงานให้สโมสร ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมาก แน่นอนว่าควบคู่ไปกับสติที่เยือกเย็นด้วย” อดีตนายใหญ่ เบรนท์ฟอร์ด กล่าว