แฟนบอลหลายคนอาจจะนึกภาพไม่ออกจริง ๆ ว่าเอฟเอ คัพ เคยมีเสน่ห์อย่างไร
เมื่อมูลค่าการตลาดของพรีเมียร์ลีกกับยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกเพิ่มมากขึ้น ความสำคัญของรายการอื่น ๆ ก็ค่อย ๆ ลดน้อยถอยลง
รายได้จากทั้งเงินรางวัลและค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดที่ห่างกันออกไปเรื่อย ๆ และเรื่อย ๆ จนถึงวันหนึ่ง พรีเมียร์ลีก กับ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ก็กลายเป็นทุกสิ่งทุกอย่าง
โปรแกรมเตะมากกว่าเดิมจากการจัดระเบียบฟุตบอลสโมสรยุโรปให้มีรอบแบ่งกลุ่ม ขยายโอกาสให้ทีมอันดับ 2-3-4 ในลีกได้เข้าร่วม ทีมใหญ่ ๆ เริ่มจัดลำดับความสำคัญกันใหม่ เป้าหมายก่อนเปิดฤดูกาลคือไปให้ไกลที่สุดในพรีเมียร์ลีกกับพื้นที่แชมเปี้ยนส์ ลีก เพราะมันว่ากันด้วยรายได้ระดับเกินหนึ่งร้อยล้านปอนด์ในแต่ละรายการ
ความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นกับทุกวงการ ฟุตบอลเองก็เช่นกัน เกมลูกหนังวันวานกับวันนี้แตกต่างกันในแบบที่หากแฟนบอลยุคเอจตี้ส์หรือไนน์ตี้ส์สักคนจะนอนหลับสนิทไปสามสิบปี ตื่นขึ้นมาคงงงเป็นไก่ตาแตกกับฟุตบอลที่ได้เห็น
กับเอฟเอ คัพก็ใช่ มันเปลี่ยนแปลงไปตามที่มันจำเป็นต้องเปลี่ยนไป.. หรือบางเรื่องก็อาจนึกไม่ออกเหมือนกันว่าจำเป็นแค่ไหนที่ต้องเปลี่ยน
ในรอบหลายปีหลังมานี้มีความเปลี่ยนแปลงเป็นระยะเกิดขึ้นกับรายการที่เคยทรนงองอาจในฐานะการแข่งขันที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ฟาดแข้งกันมาตั้งแต่ฤดูกาล 1871/72
มันเคยสำคัญแทบจะในระดับเดียวกับฟุตบอลลีกสูงสุด แฟนบอลเฝ้ารอการมาถึงของมันในช่วงสุดสัปดาห์ไม่แพ้ When Saturday comes ของเกมลีก สนามเต็มไปด้วยกองเชียร์ที่ตะโกนแหกปากส่งกำลังใจหวังเห็นทีมล้มยักษ์ผู้มาเยือน ดีใจกันแทบคลั่งกับชัยชนะที่ทำให้ทีมรักผ่านเข้ารอบต่อไป
ตื่นเต้นกับการจับสลากประกบคู่ ลุ้นให้ทีมได้ไปเยือนสนามใหญ่ ๆ อย่างโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด แอนฟิลด์ ไฮบิวรี่ เพราะไม่เพียงเป็นเวทีแห่งโอกาสของนักฟุตบอลเท่านั้น แต่ยังหมายถึงรายได้จากตั๋วเข้าชมและค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดที่ช่วยจุนเจือสโมสรได้เยอะ บางครั้งแค่แมตช์เดียวได้ส่วนแบ่งชนิดอยู่ไปได้ทั้งปี
แพสชั่นในเอฟเอ คัพ ไม่ว่าจะในรอบใดยังเต็มเปี่ยม ด้วยมันยิ่งใหญ่จริง ๆ ในความรู้สึกของทุกคน
แต่ก็นั่นล่ะครับ เวลาเดินไปข้างหน้า ความเปลี่ยนแปลงย่อมเข้ามาเยือน เอฟเอ คัพก็หนีไม่พ้น
ฤดูกาล 2019/20 รอบห้าหรือรอบ 16 ทีมสุดท้ายทั้ง 8 เกมถูกขยับไปเตะกันช่วงกลางสัปดาห์เป็นครั้งแรก ไม่เคยมีมาก่อนที่เอฟเอ คัพรอบใดรอบหนึ่งจะถูกโยกไปเล่นกลางสัปดาห์ทั้งรอบแบบนี้
(ปัจจุบันกลับไปเตะสุดสัปดาห์ทุกรอบเหมือนเดิมแล้ว)
การแข่งใหม่อันถือเป็นเอกลักษณ์ของรายการนี้ทยอยถูกยกเลิกในแต่ละรอบไล่เรียงมาเป็นลำดับ เริ่มจากการยกเลิกเกมรีเพลย์แบบไม่จำกัดจำนวนให้เหลือเพียงแข่งใหม่นัดเดียวเมื่อฤดูกาล 1991/92 จากนั้นก็ยกเลิกเกมรีเพลย์ในนัดชิงชนะเลิศและรอบรองชนะเลิศเมื่อปี 2000 ถ้าเสมอกันให้ต่อเวลาและยิงจุดโทษหากจำเป็น
ตามมาด้วยการยกเลิกเกมรีเพลย์ในรอบ 8 ทีมสุดท้ายตั้งแต่ฤดูกาล 2016/17 แล้วก็ลงไปถึงรอบห้าหรือรอบ 16 ทีมสุดท้ายในฤดูกาล 2019/20
และล่าสุดเกมรีเพลย์ถูกยกเลิกตั้งแต่รอบแรก เริ่มใช้เมื่อฤดูกาล 2024/25
มันเปลี่ยนไปอย่างมากถ้าเรามองจากครั้งหนึ่งที่ เอฟเอ คัพ เคยต้องเตะใหม่ไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะมีผู้ชนะ บางคู่หวดกัน 3 ครั้ง บางคู่ 4 ครั้ง อ๊อกซ์ฟอร์ด ซิตี้ เคยต้องเตะกับ อัลฟ์เชิร์ช ถึง 5 ครั้งก่อนจะถูกเขี่ยตกรอบคัดเลือกรอบสี่เมื่อฤดูกาล 1971/72
การยกเลิกเกมแข่งใหม่ของเอฟเอ คัพ มีเหตุผลที่เข้าใจได้ในเรื่องลดจำนวนเกมที่คาดการณ์ไม่ได้ทำให้โปรแกรมเตะเพิ่มขึ้นโดยไม่จำเป็น แต่การตัดสินใจครั้งล่าสุดของสมาคมฟุตบอลอังกฤษ (เอฟเอ) ก็ถูกวิจารณ์อย่างหนักว่ามันถึงขนาดต้องยกเลิกเกมรีเพลย์ในรอบแรกกับรอบสองที่ทีมจากพรีเมียร์ลีกยังไม่ได้ลงแข่งด้วยเลยหรือ
การแข่งใหม่ไม่เพียงเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์ของเอฟเอ คัพเท่านั้น มันยังมอบโอกาสอีกหลายอย่างให้กับทีมที่ร่วมแข่งและแฟนบอลด้วย ทีมระดับนอกลีกไปเยือนทีมในลีกทูหรือลีกวันอย่างน้อยก็มีรายได้เพิ่มขึ้นอีกเกม นักฟุตบอลระดับสมัครเล่นที่ต้องทำงานอื่นหาเลี้ยงชีพไปด้วยอาจโชว์ฟอร์มเตะตาผู้จัดการทีมคู่แข่งระดับอาชีพ
ที่สำคัญคือทีมระดับลีกวันลงไปจนถึงฐานรากของปิระมิดที่ทยอยกันเข้าสู่รายการในรอบคัดเลือกบ้าง รอบแรกบ้าง ไม่ได้มีเกมเตะสโมสรยุโรปอย่างพรีเมียร์ลีกบางทีมที่จะทำให้โปรแกรมเตะอัดแน่นจนจำเป็นต้องยกเลิกเกมแข่งใหม่ ปฏิทินเตะของพวกเขาไม่ได้ถูกกระทบอะไรถ้าจะต้องมีรีเพลย์แมตช์เอฟเอ คัพเพิ่มเข้ามาสักนัดในวันอังคารหรือพุธ
หรือในนัดชิงเอฟเอ คัพ.. โดยความเข้าใจพื้นฐานเลยสำหรับแฟนบอลอังกฤษ มันคือเกมปิดฉากลูกหนังเมืองผู้ดีอย่างเป็นทางการ มีขึ้นหลังนัดปิดฤดูกาลพรีเมียร์ลีก 1 สัปดาห์
เป็นอย่างนี้มาตลอด จนกระทั่งการเปลี่ยนแปลงเมื่อซีซั่นที่แล้ว 2024/25 จากข้อตกลง 6 ปีระหว่างเอฟเอกับพรีเมียร์ลีก
นัดชิงเอฟเอ คัพ ถูกขยับมาเตะก่อนวันปิดฤดูกาลพรีเมียร์ลีก..
การแข่งขันที่ขยายตัวขึ้นของฟุตบอลสโมสรยุโรป ระบบใหม่ที่เปลี่ยนจากรอบแบ่งกลุ่มเป็นรอบฟุตบอลลีกทำให้แต่ละทีมมีโปรแกรมเตะมากขึ้น รวมถึงฟุตบอลสโมสรชิงแชมป์โลก FIFA Club World Cup ที่เปลี่ยนไปเตะรูปแบบทัวร์นาเม้นต์ 32 ทีม ทำให้พรีเมียร์ลีกจำเป็นต้องจัดสรรโปรแกรมอันแน่นเอี้ยดนี้เสียใหม่
นัดปิดฤดูกาลพรีเมียร์ลีกจึงมาทีหลังนัดชิงเอฟเอ คัพด้วยประการฉะนี้
เอฟเอจะได้รับเงินสนับสนุนจำนวนมากจากพรีเมียร์ลีกสำหรับข้อตกลง 6 ปีนี้ มันเป็นรายได้ที่องค์กรสามารถนำไปพัฒนาฟุตบอลระดับรากหญ้าของประเทศได้ไม่น้อย แต่ก็ต้องแลกมาด้วยความเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมอย่างที่เห็น
เข้าสู่สัปดาห์เอฟเอ คัพอีกครั้ง บางคนใช้จังหวะนี้พักผ่อน คลายเครียดจากที่ตามลุ้นทีมรักในเกมลีกแบบนันสต๊อปตั้งแต่ช่วงบ๊อกซิ่งเดย์
อารมณ์คล้าย ๆ เกมทีมชาติช่วงปฏิทินฟีฟ่า เหมือนเป็นโอกาสให้พักเบรก
กับแฟนบอลหลายคนที่อาจไม่ได้รู้สึกอะไรมากนักกับเอฟเอ คัพ ไม่ได้ตื่นเต้นอย่างที่ตามลุ้นพรีเมียร์ลีก มันเป็นเรื่องเข้าใจได้
แต่กับอีกหลายคนที่เคยผ่านช่วงเวลาแห่งมนต์เสน่ห์อันล้ำลึกของถ้วยสีเงินยวงใบนี้มา ไม่ว่าจะยุคเซเวนตี้ส์ เอจตี้ส์ หรือไนน์ตี้ส์ คงเป็นเรื่องเข้าใจได้เช่นกันหากจะมีบางคนหวนคิดถึงวันเก่า ๆ และช่วงเวลาอันรุ่งโรจน์ของมัน
-ตังกุย-