แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ส่งสัญญาณไปหา อาร์เซน่อล ว่า "พวกข้ากำลังจะไปล่าแชมป์พรีเมียร์ลีก" หลังผงาดคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ผลงานของ "เรือใบสีฟ้า" บ่งบอกให้เห็นว่าพวกเขาเป็นสโมสรที่พร้อมไล่ล่าความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง และตอนนี้ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า สามารถนำต้นสังกัดคว้าแชมป์รายการที่ 20 นับตั้งแต่ที่เข้ามากุมบังเหียนเมื่อปี 2016 และกำลังไล่ล่าโทรฟี่แชมป์รายการที่ 21 ซึ่งจะได้รู้ว่าเขาจะทำได้หรือไม่ ในอีกไม่กี่สัปดาห์นี้ !!!
1. เป้าหมายสู่ทริปเบิ้ลแชมป์
แมนฯ ซิตี้ แสดงให้เห็นถึงความเป็นสุดยอดทีมของ อังกฤษ ในช่วงทศวรรษนี้ เพราะพวกเขาสามารถประสบควมสำเร็จได้เสมอแม้บางครั้งฟอร์มอาจดูกระท่อนกระแท่นไปบ้างในช่วงต้นซีซั่น แต่สุดท้ายก็สามารถนำโทรฟี่มาประดับตู้โชว์ในถิ่นเอติฮัด สเตเดี้ยม ได้สำเร็จ
ก่อนหน้านี้พวกเขาก็เพิ่งปราบ อาร์เซน่อล ที่เมกะลูกหนังเวมบลีย์ คว้าแชมป์คาราบาว คัพ ล่าสุดก็สอย "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ในสถานที่เดิม และคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ มาครอบครองได้อย่างยิ่งใหญ่
ตอนนี้ เป๊ป แอนด์ โค. กำลังไล่ล่าแชมป์อีกรายการนั่นก็คือ พรีเมียร์ลีก แม้พวกเขาจะตามหลัง อาร์เซน่อล แต่จากสถานการณ์ ณ ตอนนี้บอกเลยว่าบรรดาแข้ง "เรือใบสีฟ้า" กำลังฮึกเหิมสุดๆ เพราะเป้าหมายก็คือการคว้าทริปเบิ้ลแชมป์บนแผ่นดินเมืองผู้ดีอีกครั้ง
2. เสริมทัพ ม.ค.จุดเปลี่ยนแมนซิตี้
แมนฯ ซิตี้ มีการเสริมทัพที่ดีมากๆ ในช่วงซัมเมอร์ ทั้งการคว้าตัว จานลุยจิ ดอนนารุมม่า และ รายาน แซร์กี เป็นต้น แต่ผลงานของทีมในช่วงครึ่งซีซั่นแรกไม่ค่อยดีเท่าไหร่ และนั่นเป็นเหตุผลที่ "เป๊ป" ต้องสะกิดบอร์ดบริหารให้ลงทุนอีกครั้งในเดือนมกราคม
การปาดหน้า ลิเวอร์พูล ในการคว้าตัว มาร์ค เกฮี มาจาก คริสตัล พาเลซ และ อองตวน เซเมนโย่ จาก บอร์นมัธ ถือดีลที่มีความสำคัญอย่างมากกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เพราะมันเปลี่ยนโจมหน้าของพวกเขาไปเลยทีเดียว
จากเกมรับที่มีปัญหาในช่วงครึ่งซีซั่นแรก แต่เมื่อได้ เกฮี เข้ามา กลายเป็นว่า แมนฯ ซิตี้ เล่นได้เหนียวแน่นยิ่งขึ้น แถม กองหลังทีมชาติอังกฤษ ยังมีจุดเด่นเรื่องการเติมเกมรุก ทำให้ทีมมีความหลากหลายในการเข้าทำด้วย
ขณะที่แดนหน้า เซเมนโย่ กลายเป็นตัวหลักของทีมทันที เขาสามารถปั่นป่วนแนวรับคู่แข่งทางฝั่งขวาได้ตลอด และมักจะยิงประตูสำคัญๆ ได้บ่อยๆ ล่าสุดก็ซัดประตูชัยสุดเหนือชั้นพาทีมคว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ
ทั้งสองดีลนี้ต้องบอกว่าพลิกชะตาชีวิตของ แมนฯ ซิตี้ อย่างเห็นได้ชัด และทำให้พวกเขากลายเป็นทีมที่สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น
3. เป๊ป ล่าแชมป์ใบที่ 21 !!!??
การคว้าถ้วยแชมป์ในศึกเอฟเอ คัพ เมื่อวันเสาร์ที่ 16 พฤษภาคมที่ผ่านมา เป็นโทรฟี่แชมป์ใบที่ 20 (รวมรายการคอมมิวนิตี้ ชิลด์) ของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ตลอดระยะเวลาหนึ่งทศวรรษที่กุมบังเหียน แมนฯ ซิตี้
นับตั้งแต่ที่ กวาร์ดิโอล่า เข้มมาคุมทัพ "เรือใบสีฟ้า" เมื่อปี 2016 เขาสามารถสร้างประวัติศาสตร์นำทีมคว้า "ทริปเบิ้ลแชมป์ในประเทศ" ฤดูกาล 2018/19 ตามด้วย "ทริปเบิ้ลแชมป์ของแท้" ซีซั่น 2022/23
ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ กวาร์ดิโอล่า เข้ามาทำหน้าที่เป็นหัวเรือใหญ่ของทัพ "สำเภาทอง" เขาคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ 3 สมัย, คาราบาวคัพ 5 สมัย, พรีเมียร์ลีก 6 สมัย, คอมมิวนิตี้ ชิลด์ 3 สมัย ตามด้วยแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก, ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ และ ยูฟ่า ซูเปอร์คัพ อย่างละ 1 สมัย
สำหรับตอนนี้บรรดานักเตะแมนเชสเตอร์ ซิตี้ กำลังมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าที่จะนำโทรฟี่ใบที่ 21 มาประดับบารมีให้กับ กวาร์ดิโอล่า ซึ่งจะสำเร็จหรือไม่ต้องรอลุ้นในช่วงสุดสัปดาห์ที่จะถึงนี้
4. อาร์เซน่อล ห้ามพลาดเด็ดขาด
ความร้อนแรงของ แมนฯ ซิตี้ อาจเป็นสัญญาณที่ทำให้ อาร์เซน่อล เริ่มรู้สึกหวาดหวั่น และสร้างแรงกดดันให้กับพวกเขาสำหรับเกมที่จะต้องพบกับ เบิร์นลี่ย์ ในเกมลีกวันจันทร์ที่ 17 พฤษภาคมนี้
หลายคนอาจมองว่า เบิร์นลี่ย์ ตกชั้นไปแล้ว คงไม่มีแรงกระตุ้นอะไรทั้งนั้นกับเกมนี้ ซึ่งนี่แหละคือปัจจัยสำคัญ เพราะทีมที่ไม่ได้ลุ้นอะไรแล้วแถมยังต้องตีตั๋วกลับเดอะ แชมเปี้ยนชิพ คงตั้งใจอย่างเต็มที่ และพร้อมวิ่งสู้ฟัดแบบไม่เกรงใจใครทั้งนั้น
สำหรับทุกสโมสรในพรีเมียร์ลีก ทุกเกมมีความสำคัญมากๆ และถ้าหากเอาชนะพวกทีมที่กำลังลุ้นแชมป์ได้ ยิ่งถือเป็นแรงกระตุ้นชั้นดี ดังนั้นในแมตช์นี้นักเตะเบิร์นลี่ย์ คงซัดเต็มข้อ เพราะพวกเขาอยากได้ชื่อว่าเป็นทีมที่ทำให้ "ปืนใหญ่" สะดุ้ง !!
5. พลังใจฮึกเหิมก่อนปะทะ บอร์นมัธ
สำหรับตอนนี้บรรดานักเตะแมนฯ ซิตี้ คงฉลองความสำเร็จในการคว้าดับเบิ้ลแชมป์บอลถ้วยในอังกฤษแล้ว แต่คงไม่เต็มที่เท่าไหร่ เพราะมีโปรแกรมที่จะต้องปะทะ บอร์นมัธ ในวันพุธนี้ และถือเป็นแมตช์ที่มีความหมายกับการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกมากๆ
ไม่ว่า อาร์เซน่อล มีได้รับผลการแข่งขันแบบไหนในเกมกับ เบิร์นลี่ย์ สิ่งที่ แมนฯ ซิตี้ ต้องทำก็คือการเก็บสามคะแนนในแมตช์ปะทะ "เดอะ เชอร์รี่ส์" ให้ได้ เพื่อจะได้ไปลุ้นแชมป์ลีกในเกมสุดท้ายของซีซั่น
แน่นอนว่าตอนนี้บรรดาแข้ง "เรือใบสีฟ้า" เต็มไปด้วยขวัญกำลังใจเต็มเปี่ยม เพราะพวกเขากำลังมองไปที่การคว้าทริปเบิ้ลแชมป์ในประเทศอีกสมัย และถ้าหากเกมระหว่าง "ปืนใหญ่" กับ เบิร์นลี่ย์ ผลออกมาเป็นใจให้กับพวกเขา งานนี้บอกเลยความความกระหายชัยชนะเพิ่มคืนเป็นทวีคูณ
อย่างไรก็ตามเป้าหมายแรกของ แมนฯ ซิตี้ ก็คือการคว้าชัยชนะในเกมพบ บอร์นมัธ เพราะหากพวกเขาทำไม่ได้ นั่นอาจหมายถึงการลุ้นแชมป์ลีกมีสิทธิ์จบลงทันที แต่ถ้าทำได้ก็ไปลุ้นกันจนขนหัวลุกในเกมวันอาทิตย์ที่ 24 พ.ค.!!!