อาร์เซน่อล ฝันสลายชวด 4 แชมป์หลังร่วงถ้วยในประเทศเกลี้ยง เจาะลึกวิกฤตอาการบาดเจ็บและปัญหาความเฉียบคม
เมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อน อาร์เซน่อล ของ มิเกล อาร์เตต้า ยังคงลอยหน้าลอยตาอยู่บนเส้นทางลุ้น "4 แชมป์" จนใคร ๆ ก็คิดว่าพวกเขาอาจจะทำได้
แต่เพียงพริบตาเดียว ความฝันเหล่านั้นกลับค่อย ๆ หายไป ... ล่าสุดคือการพ่ายแพ้ให้กับ เซาธ์แฮมป์ตัน ทีมจากแชมเปี้ยนชิพ 1-2 ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย เอฟเอ คัพ
ทิ้งให้พวกเขาสูญเสียโอกาสในถ้วยในประเทศไปทั้งหมด เหลือเพียง พรีเมียร์ลีก และ แชมเปี้ยนส์ลีก ให้ประคองตัวเท่านั้น
คำถามสำคัญที่เกิดขึ้นในใจของเหล่า "กูนเนอร์ส" ทั่วโลกคือ มันเกิดอะไรขึ้นกับเครื่องจักรที่ดูเหมือนจะสมบูรณ์แบบชิ้นนี้? หาคำตอบพร้อมที่ Siamsport
หากจะหาคำนิยามให้วิกฤตครั้งนี้ คำพูดของ มิเกล อาร์เตต้า ที่ว่าทีมกำลังตกอยู่ใน "วงจรอันตราย" ดูจะเป็นคำตอบที่ชัดเจนที่สุด
อาร์เซน่อล เผชิญกับอาการบาดเจ็บของนักเตะมากถึง 95 ครั้งนับตั้งแต่เริ่มต้นฤดูกาลที่แล้ว ซึ่งสูงเป็นอันดับ 2 ของ พรีเมียร์ลีก
เมื่อตัวหลักอย่าง มาร์ติน โอเดการ์ด บาดเจ็บ ทีมกลับไม่มี "เบอร์ 10" ธรรมชาติที่จะมาทดแทนได้เลย หลังจากปล่อยตัว ฟาบิโอ วิเอยร่า และ เอมิล สมิธ โรว์ ออกไปในช่วงซัมเมอร์
แม้จะมี เอเบเรชี่ เอเซ่ ที่เข้ามาเติมเต็มในส่วนนี้ได้บ้างบางเกม แต่ก็ยังไม่เพียงพอ ... ผลลัพธ์ที่ตามมาคือเกมรุกที่เคยไหลลื่นกลับตื้อตันอย่างเห็นได้ชัด
ขณะที่นักเตะอย่าง บูคาโย่ ซาก้า หรือ วิลเลียม ซาลิบา ต้องลงเล่นรวมกันมากกว่า 150 นัดในรอบ 2 ฤดูกาล จนร่างกายเริ่มส่งสัญญาณประท้วง
ความลึกของขุมกำลัง คือ "จุดสลบ" ที่ถูกตีแผ่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า แม้สโมสรจะทุ่มเงินลงทุนไปมหาศาลกว่า 250 ล้านปอนด์เพื่อดึงนักเตะอย่าง เดแคลน ไรซ์ หรือ ไค ฮาแวร์ตซ์ เข้ามา แต่เมื่อถึงเวลาที่ต้องหมุนเวียนนักเตะในถ้วยรอง มาตรฐานของตัวสำรองกลับไม่สามารถรักษาเพดานการเล่นเอาไว้ได้
สถิติ xG (Expected Goals) คือสิ่งที่บอกความเจ็บปวดของ อาร์เซน่อล ได้ดีที่สุด ในหลายนัดที่ผ่านมา พวกเขาครองเกมเหนือกว่าคู่แข่งอย่างเบ็ดเสร็จ สร้างโอกาสได้มากมาย แต่กลับเปลี่ยนเป็นประตูไม่ได้
ในเกมกับ เซาธ์แฮมป์ตัน อาร์เซน่อล ยิงไปถึง 23 ครั้ง แต่กลับทำได้เพียงประตูเดียว ขณะที่ ไค ฮาแวร์ตซ์ แม้จะโดดเด่นในเรื่องการเชื่อมเกม แต่เขายังคงถูกวิจารณ์ว่าไม่ใช่ "เพชฌฆาต" โดยธรรมชาติที่จะเปลี่ยนโอกาสครึ่ง ๆ กลาง ๆ ให้เป็นประตูได้ในยามที่ทีมต้องการ
ในทางกลับกัน เกมรับที่เคยแข็งแกร่งกลับเริ่มมี "รอยร้าว" ความผิดพลาดส่วนตัวของ เกปา อาร์ริซาบาลาก้า ในเกมนัดชิงคาราบาว คัพ กับ แมนฯ ซิตี้ หรือการเสียประตูจากการตัดสินใจที่ผิดพลาดในเกมกับ "นักบุญ" แสดงให้เห็นว่าในวันที่เกมรุกยิงไม่ได้ เกมรับก็พร้อมจะเสียประตูง่าย ๆ เช่นกัน
อาร์เซน่อล ยุคอาร์เตต้า กำลังถูกทดสอบเรื่อง "สภาพจิตใจ" อย่างหนัก การตกรอบฟุตบอลถ้วยติด ๆ กันอาจกลายเป็นแผลเป็นที่คอยตามหลอกหลอน เหมือนกับปี 2021-22 ที่พวกเขาพลาดโควตา แชมเปี้ยนส์ลีก หรือปี 2022-23 ที่พลาดแชมป์ พรีเมียร์ลีกในช่วงโค้งสุดท้าย
อาร์เตต้า เคยพูดไว้ว่า "เมื่อคุณลงแข่ง คุณต้องยอดเยี่ยมในวันนั้น ชื่อชั้นหรือตราสโมสรบนหน้าอกไม่ได้ช่วยอะไร" ซึ่งความจริงข้อนี้ถูกพิสูจน์แล้วที่สนาม เซนต์ แมรี่ส์ เมื่อทีมจากลีกรองแสดงให้เห็นว่าความกระหายและความมีวินัยสามารถเอาชนะทีมลุ้นแชมป์ที่ขาดความเฉียบคมได้
อาร์เซน่อล ในวันนี้รวยขึ้น มีขุมกำลังที่ดูดีขึ้น แต่พวกเขายังขาด "สัญชาตญาณฆาตกร" และขุมกำลังสำรองที่แข็งแกร่งพอจะแบกรับความคาดหวังในหลายถ้วยพร้อมกัน
การเหลือเพียง 2 ถ้วยใหญ่อาจเป็น "พรพรหม" ในอีกมุมหนึ่งที่จะทำให้พวกเขามีสมาธิมากขึ้น หรืออาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของฤดูกาลที่ลงเอยด้วยความว่างเปล่าอีกครั้ง...
ตัน กวาร์ดิโอล่า