พาสกาล ไกเซอร์ ผู้ตัดสินเยอรมัน จากฮีโร่ LGBTQ สู่ผู้ต้องสงสัยคดีฉ้อโกงและจัดฉากทำร้ายตัวเอง เมื่อความจริงเริ่มถูกเปิดโปง
ความรักที่เป็นไวรัลชั่วข้ามคืนกลายเป็นคดีความที่น่าสับสนที่สุดในวงการฟุตบอลเยอรมัน เมื่อ พาสกาล ไกเซอร์ ผู้ตัดสินชาวเยอรมันที่สร้างความประทับใจด้วยการขอแฟนหนุ่มแต่งงานกลางสนามแข่ง โคโลญจน์ ถูกอดีตนายจ้างแฉพฤติกรรมยักยอกเงิน ก่อนที่เรื่องจะลามไปถึงการถูกทำร้ายร่างกาย และล่าสุดถูกอัยการตั้งข้อสงสัยว่าสร้างเรื่องเท็จเพื่อเบี่ยงเบนความผิด
- จุดเริ่มต้นอันสวยงาม
วันที่ 30 มกราคม 2025 พาสกาล ไกเซอร์ กลายเป็นข่าวดังไปทั่วโลกหลังคุกเข่าขอแฟนหนุ่มแต่งงานกลางสนามเหย้าของสโมสร โคโลญจน์ ท่ามกลางแฟนบอลกว่า 50,000 คน
เขากล่าวว่าต้องการเป็นแบบอย่างความเท่าเทียมในวงการฟุตบอล เรื่องราวนี้ถูกนำเสนอผ่านสื่อใหญ่และกลายเป็นภาพลักษณ์ที่ดีของ บุนเดสลีกา
- เงาจากอดีต : ข้อกล่าวหายักยอกเงิน
เพียงไม่กี่วันต่อมา (2 กุมภาพันธ์) ร้าน Beerpongbar ใน โคโลญจน์ อดีตนายจ้างของ ไกเซอร์ ได้โพสต์ตั้งคำถามว่า "พาสกาล อยู่ที่ไหน?"
พร้อมแจ้งความดำเนินคดีในข้อหา ยักยอกเงินสดประจำสัปดาห์, เงินตู้ขายของอัตโนมัติ และเงินสำรองจ่าย รวมกว่า 8,500 ยูโร (ประมาณ 315,000 บาท)
อีกทั้งยังขโมยคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กมูลค่า 600 ยูโร แอบเปิดร้านจัดปาร์ตี้ส่วนตัว 3 ครั้งโดยไม่จ่ายค่าเช่า
อัยการเผยว่าคดีนี้เคยถูกระงับไปเพราะหาตัว ไกเซอร์ ไม่พบ แต่ได้รื้อคดีขึ้นใหม่หลังเขาปรากฏตัวผ่านสื่อจากการขอแต่งงาน
- ความรุนแรงหรือแผนการ?
วันที่ 7 กุมภาพันธ์ ไกเซอร์ อ้างว่าเขาถูกชาย 3 คนดักทำร้ายร่างกายหน้าบ้านจนได้รับบาดเจ็บที่ใบหน้าและซี่โครง โดยทนายอ้างว่าเป็นผลมาจากความเกลียดชังเพศทางเลือก Homophobia) และกล่าวหาว่าที่ทำงานเก่าเป็นคนเปิดเผยที่อยู่ของเขาให้กลุ่มคนร้าย ซึ่งทางร้านได้ปฏิเสธเสียงแข็งและประณามความรุนแรงทุกรูปแบบ
- การหักมุม ข้อสงสัยเรื่องการ "จัดฉาก"
วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2026 อัยการเมือง โคโลญจน์ ได้เปิดเผยข้อมูลที่น่าตกใจว่า กำลังสืบสวนชายคนหนึ่ง (สื่อเยอรมันระบุว่าเป็น ไกเซอร์) ในข้อหากุเรื่องอาชญากรรมเท็จ
สงสัยว่าเขาเป็นคนส่งข้อความขู่ฆ่าและข้อความ homophobic หาตัวเอง
สงสัยว่าบาดแผลและการถูกทำร้ายร่างกายนั้นเป็นการกุเรื่องขึ้นมาเพื่อเรียกความสงสารหรือเบี่ยงเบนประเด็นคดีฉ้อโกง
ขณะนี้ พาสกาล ไกเซอร์ อยู่ภายใต้การสอบสวนทั้งในฐานะจำเลยคดีฉ้อโกง และผู้ต้องสงสัยในคดีแจ้งความเท็จ ซึ่งทนายคนใหม่ของเขาได้ปฏิเสธที่จะตอบคำถามใด ๆ โดยระบุว่าต้องเคารพความเป็นส่วนตัวของลูกความ
เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นว่าในยุคโซเชียลมีเดีย แสงสว่างที่ส่องมาถึงตัวอาจไม่ได้นำมาแค่ชื่อเสียง แต่ยังลากเอาอดีตที่ปกปิดไว้ให้กระจ่างชัดขึ้นมาด้วย