ตำรวจสอบสวนกลางเปิดปฏิบัติการ 'Ghostbuster' ทลายขบวนการโกง ROV ทีมชาติไทย หลัง 'Tokyogurl' รับสารภาพจ้างหนุ่มกดแทนในศึกซีเกมส์ ครั้งที่ 33 งานนี้สมาคมฯ สั่งแบนยาวถาวร แถมเจอคดีอาญา พ.ร.บ.คอมฯ พ่วงท้าย
ความคืบหน้ากรณีอื้อฉาวสะเทือนวงการอีสปอร์ตไทย เมื่อต้องมัวหมองจากเหตุการณ์ทุจริตในการแข่งขันทัวร์นาเมนต์ระดับชาติอย่าง ซีเกมส์ ครั้งที่ 33 โดยล่าสุดทางกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางได้เปิดปฏิบัติการ "โขสบัสเตอร์" (Ghostbuster) เพื่อกวาดล้างขบวนการโกงเกมที่ทำลายศักดิ์ศรีของประเทศชาติ
เมื่อผู้ต้องหาเบอร์ 1 อย่าง นางสาวณภัทร หรือ "Tokyogurl" นักกีฬา ROV ทีมหญิงชุดซีเกมส์ ถูกจับกุมตัวพร้อมกับ นายไชยโย ผู้ต้องหาที่ 2 ซึ่งทำหน้าที่เป็น "ร่างทรง" แอบเข้าล็อกอินบัญชีเพื่อลงแข่งแทน โดยพฤติการณ์สุดแสบคือการแอบส่งรหัสผ่านและสลับโทรศัพท์มือถือบนเวทีแข่งขัน เพื่อให้ฝ่ายชายที่มีฝีมือเหนือกว่าเล่นแทนจากระยะไกลผ่านโปรแกรม ดิสคอร์ด (Discord)
อย่างไรก็ตาม เมื่อคณะกรรมการตรวจพบความผิดปกติและสั่งตัดสิทธิ์ทีมไทยทันที ด้าน นายสันติ โหลทอง นายกสมาคมกีฬาอีสปอร์ตแห่งประเทศไทย ออกมาแถลงขอโทษพี่น้องชาวไทยด้วยตัวเอง พร้อมสั่งลงดาบ "แบนตลอดชีพ" นางสาวณภัทร ห้ามยุ่งเกี่ยวกับวงการนี้อีกต่อไป เพื่อรักษามาตรฐานและความถูกต้อง
ในส่วนของคดี กองบังคับการปราบปราม (กองปราบฯ) ได้ออกมาแถลงผลการปฏิบัติการในคดีทุจริตการแข่งขันอีสปอร์ตเกม ROV ในมหกรรมกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ภายใต้ชื่อ "ปฏิบัติการ Ghostbuster (ปราบร่างทรงซีเกมส์)" โดยมีประเด็นสำคัญจากการแถลงดังนี้
• ลักษณะความผิดเป็นอาชญากรรมทางเทคโนโลยี : กองปราบฯ ระบุว่า คดีนี้ไม่ใช่เพียงการโกงเกมธรรมดา แต่เป็นอาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่ส่งผลกระทบต่อความธรรมและเกียรติยศของประเทศชาติอย่างร้ายแรง เนื่องจากมีการเข้าถึงระบบการแข่งขันโดยมิชอบเพื่อสร้างความได้เปรียบ
• พฤติการณ์การกระทำผิด : จากการสืบสวนพบว่า นางสาวณภัทร (ผู้ต้องหาที่ 1) ได้ส่งชื่อบัญชีและรหัสผ่านที่สมาคมฯ จัดเตรียมไว้ให้ใช้เฉพาะตัว ให้แก่ นายไชยโย (ผู้ต้องหาที่ 2) เพื่อทำการล็อกอินเข้าเล่นแทน โดยมีการเตรียมการและฝึกซ้อมการโกงมาตั้งแต่ช่วงคัดตัวนักกีฬาและการเก็บตัวฝึกซ้อม
• การจับกุมและพยานหลักฐาน : เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้น 3 จุดในจังหวัดนครพนม นนทบุรี และบ้านพักของนางสาวณภัทร พบหลักฐานสำคัญคือโทรศัพท์มือถือที่ใช้ในการกระทำผิดและข้อมูลการติดต่อสื่อสารที่ยืนยันการกระทำความผิด ซึ่งพฤติกรรมบนเวทีคือการสลับเครื่องโทรศัพท์ส่วนตัวที่ลงโปรแกรม Discord ไว้เพื่อรับการช่วยเหลือจากระยะไกล
• การดำเนินคดีทางอาญา : กองปราบฯ แจ้งข้อหาหนักตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ฐาน "ร่วมกันเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือระบบคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันไว้เป็นเฉพาะ" มีโทษจำคุกสูงสุดไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
• สถานะคดีปัจจุบัน : ผู้ต้องหาทั้งสองคนให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา พนักงานสอบสวนจึงนำตัวส่งฟ้องต่อศาลแขวงปทุมวัน โดยศาลมีกำหนดนัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 17 มีนาคม นี้
• ข้อคิดและคำเตือนจากกองปราบฯ : ทางผู้บังคับการปราบปรามได้ฝากเตือนนักกีฬาว่า การทุจริตในลักษณะนี้จะทำให้มีประวัติอาชญากรรมติดตัวไปตลอดชีวิต และขอให้นักกีฬาทุกคนมีความซื่อสัตย์ในอาชีพ อย่านำความมักง่ายมาแลกกับชื่อเสียงของประเทศชาติ เพราะชัยชนะที่ได้จากการโกงนั้นไม่มีค่าและน่าอับอาย