เอเชียนเกมส์ 2026 ปิดฉาก ทัพไทยคว้า 18 ทอง 13 เงิน 21 ทองแดง รวม 52 เหรียญ จบอันดับ 7 และดีที่สุดในอาเซียน พร้อมผลงานระดับประวัติศาสตร์จาก บิว ภูริพล, วิว กุลวุฒิ, จอชชัว แอทคินสัน และนักกีฬาไทยอีกหลายคน
เอเชียนเกมส์ 2026 ปิดฉากลงแล้ว พร้อมตัวเลขสุดท้ายของทัพนักกีฬาไทยที่ 18 เหรียญทอง 13 เหรียญเงิน 21 เหรียญทองแดง รวม 52 เหรียญ จบอันดับ 7 ของตารางเหรียญ และเป็นชาติจากอาเซียนที่ทำผลงานดีที่สุดในการแข่งขันครั้งนี้
จำนวน 18 เหรียญทองยังเป็นผลงานสูงสุดอันดับ 2 ของไทยในประวัติศาสตร์เอเชียนเกมส์ เป็นรองเพียงการแข่งขันปี 1998 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพและคว้า 24 เหรียญทอง
แต่หากนับเฉพาะเอเชียนเกมส์ที่จัดนอกประเทศไทย 18 เหรียญทองในไอจิ-นาโกย่า 2026 คือผลงานดีที่สุดของทัพไทย
อย่างไรก็ตาม เรื่องราวตลอดการแข่งขันไม่ได้มีเพียงตัวเลขบนตารางเหรียญ เพราะเอเชียนเกมส์ครั้งนี้เต็มไปด้วยสถิติใหม่ การสิ้นสุดช่วงเวลาแห่งการรอคอย และหลายหน้าประวัติศาสตร์ของวงการกีฬาไทย
บิว ภูริพล จาก 2 เหรียญทอง สู่ MVP เอเชียนเกมส์ 2026
หนึ่งในภาพจำสำคัญที่สุดของทัพไทยหนีไม่พ้น “บิว” ภูริพล บุญสอน ซึ่งคว้า 2 เหรียญทองจากวิ่ง 100 และ 200 เมตรชาย พร้อมอีก 1 เหรียญเงินจากผลัด 4x100 เมตรผสม
ภูริพลทำลายสถิติเอเชียนเกมส์ในระยะ 100 และ 200 เมตรรวม 4 ครั้ง โดยเฉพาะ 200 เมตร รอบชิงชนะเลิศ ที่ทำเวลา 19.88 วินาที กลายเป็นนักวิ่งจากอาเซียนคนแรกที่ทำเวลาต่ำกว่า 20 วินาที พร้อมทำเวลาเทียบเท่าสถิติเอเชีย
ก่อนปิดฉากการแข่งขันด้วยการได้รับเลือกเป็น นักกีฬาทรงคุณค่า (MVP) ฝ่ายชาย เอเชียนเกมส์ 2026 กลายเป็นคนแรกของประเทศไทยและอาเซียนที่ได้รับรางวัลนี้ และเป็นนักกรีฑาคนที่ 2 ต่อจาก โคจิ อิโตะ ของญี่ปุ่น เมื่อปี 1998
หลังพิสูจน์ตัวเองบนเวทีเอเชีย เป้าหมายต่อไปของยอดลมกรดไทยคือเส้นทางสู่ โอลิมปิกเกมส์ ลอสแอนเจลิส 2028
60 ปีที่รอคอย สิ้นสุดลงด้วยทองของ วิว กุลวุฒิ
สนามแบดมินตันมีอีกหนึ่งประวัติศาสตร์ เมื่อ “วิว” กุลวุฒิ วิทิตศานต์ คว้าเหรียญทองชายเดี่ยว กลายเป็นนักแบดมินตันไทยคนแรกที่คว้าแชมป์เอเชียนเกมส์ประเภทบุคคล
ก่อนหน้านี้ เหรียญทองเอเชียนเกมส์ของแบดมินตันไทยเกิดขึ้นจากประเภททีมชายเมื่อปี 1966 นั่นหมายความว่า ประเทศไทยต้องรอนานถึง 60 ปี กว่าจะได้สัมผัสเหรียญทองจากกีฬาชนิดนี้อีกครั้ง
จอชชัว แอทคินสัน กับทอง 400 เมตรชายครั้งแรกของไทย
จอชชัว โรเบิร์ต แอทคินสัน สร้างอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ให้กรีฑาไทย ด้วยการเป็นนักวิ่งไทยคนแรกที่คว้าเหรียญทอง 400 เมตรชาย เอเชียนเกมส์ พร้อมทำลายสถิติประเทศไทยของตัวเอง
หนึ่งรอบสนามที่ใช้เวลาไม่ถึง 45 วินาที กลายเป็นหนึ่งในผลงานสำคัญของกรีฑาไทยในเอเชียนเกมส์ครั้งนี้
เทคบอลประเดิมเอเชียนเกมส์ ไทยส่ง 3 รายการ กวาด 3 ทอง
เอเชียนเกมส์ 2026 เป็นครั้งแรกที่ เทคบอล ถูกบรรจุเข้าสู่การแข่งขัน และทัพไทยเปิดตัวบนเวทีเอเชียนเกมส์ด้วยผลงานสมบูรณ์แบบ
นักกีฬาไทยลงแข่งขัน 3 รายการ และคว้าเหรียญทองครบทั้ง 3 รายการ ได้แก่
คู่ผสม — พักตร์พงษ์ เดชเจริญ / สุภาวดี วงศ์คำจันทร์
หญิงคู่ — จุฑาทิพย์ กันทะธง / สุภาวดี วงศ์คำจันทร์
ชายคู่ — สรศักดิ์ เทาศิริ / จีรติ จันทร์เลียง
ผลงานดังกล่าวทำให้เทคบอลสร้างเหรียญทองให้ประเทศไทย 3 เหรียญ เท่ากับกรีฑา
มัสยา ดวงศรี กับ 7 เหรียญทองเอเชียนเกมส์
อีกหนึ่งสถิติสำคัญเกิดขึ้นกับ มัสยา ดวงศรี ตัวชงตะกร้อหญิงทีมชาติไทย ซึ่งเพิ่มเหรียญทองจากประเภททีมชุดหญิง ทำให้สะสมเหรียญทองเอเชียนเกมส์ตลอดอาชีพเป็น 7 เหรียญ
จำนวนดังกล่าวทำให้ มัสยา กลายเป็นนักกีฬาหญิงไทยที่คว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์มากที่สุด แซงสถิติ 6 เหรียญทองของ พยอม ศรีหงษา ตำนานตะกร้อหญิงทีมชาติไทย
28 ปีของขี่ม้าไทย ก่อนกลับมาคว้าทองอีเวนติ้ง
ทีมขี่ม้าไทยประกอบด้วย สุภาพ ขาวงาม, กรธวัช สำราญ, วีรภัฏ ปิฏกานนท์ และ วรปรัชญ์ สิทธิจู คว้าเหรียญทองประเภททีมอีเวนติ้ง พาไทยกลับมาคว้าแชมป์รายการนี้อีกครั้งในรอบ 28 ปี นับจากเอเชียนเกมส์ 1998
ความสำเร็จครั้งนี้ยังเป็นเหรียญทองเอเชียนเกมส์เหรียญแรกของสมาคมกีฬาขี่ม้าแห่งประเทศไทยในรอบ 24 ปี
ไบรท์-เบสท์ ยุติการรอคอย 28 ปีบนผืนทราย
วอลเลย์บอลชายหาดหญิงสร้างอีกหนึ่งความสำเร็จ เมื่อ “ไบรท์” ธาราวดี นาราพรลภัส และ “เบสท์” วรพีรชยากร ก้องภพศรุตาวดี คว้าเหรียญทอง พร้อมพาไทยกลับขึ้นสู่ตำแหน่งแชมป์อีกครั้งหลังรอคอยมานาน 28 ปี
ครั้งก่อนหน้านั้นเกิดขึ้นในเอเชียนเกมส์ 1998 ซึ่งเป็นครั้งแรกที่วอลเลย์บอลชายหาดถูกบรรจุเข้าสู่การแข่งขัน
บัลลังก์ ทับทิมแดง สร้างประวัติศาสตร์เทควันโดชายไทย
“หยู” บัลลังก์ ทับทิมแดง กลายเป็นนักเทควันโดไทยคนที่ 2 ต่อจาก “เทนนิส” พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ ที่คว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์ได้ 2 สมัย
สำหรับนักกีฬาชายไทย บัลลังก์คือคนแรกที่ทำได้ และยังเป็นนักเทควันโดไทยคนแรกที่คว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์จาก สองรุ่นน้ำหนักที่แตกต่างกัน
โฟกัส ณัฐนิชา กับทองประวัติศาสตร์มวยหญิงไทย
บนสังเวียนมวยสากล “โฟกัส” ณัฐนิชา จงโปร่งกลาง สร้างประวัติศาสตร์เป็นนักชกหญิงไทยคนแรกที่คว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์
ชัยชนะของณัฐนิชายังยุติช่วงเวลาที่มวยสากลไทยรอคอยเหรียญทองเอเชียนเกมส์มานาน 12 ปี นับจาก วุฒิชัย มาสุข คว้าแชมป์เมื่อปี 2014
68 ปี กับเหรียญหญิงคู่ครั้งแรกของเทเบิลเทนนิสไทย
ไม่ใช่ทุกหน้าประวัติศาสตร์จะต้องลงท้ายด้วยเหรียญทอง
“หญิง” สุธาสินี เสวตรบุตร และ “ทิพย์” อรวรรณ พาระนัง คว้าเหรียญทองแดงประเภทหญิงคู่ ซึ่งถือเป็นเหรียญเอเชียนเกมส์เหรียญแรกของไทยในประเภทนี้ นับตั้งแต่เทเบิลเทนนิสถูกบรรจุเข้าสู่การแข่งขันเมื่อปี 1958
เป็นการสิ้นสุดการรอคอยที่ยาวนานถึง 68 ปี
มากกว่า 52 เหรียญ คือเรื่องราวของนักกีฬาไทยทุกคน
18 ทอง
13 เงิน
21 ทองแดง
รวม 52 เหรียญ
ตัวเลขเหล่านี้สามารถใช้สรุปผลงานของประเทศไทยในเอเชียนเกมส์ 2026 ได้ แต่ไม่สามารถบอกเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นตลอดการแข่งขัน
นอกเหนือจากนักกีฬาที่ได้ยืนบนโพเดียม ยังมีคนที่พลาดเหรียญเพียงแต้มเดียว พลาดโพเดียมเพียงเสี้ยววินาที ทำสถิติส่วนตัวดีที่สุดแต่ยังไม่เพียงพอสำหรับเหรียญ รวมถึงนักกีฬาอีกหลายคนที่กลับประเทศไทยโดยไม่มีเหรียญรางวัลติดตัว
สิ่งที่ทุกคนมีร่วมกัน คือการลงสนามในฐานะตัวแทนประเทศไทย หลังผ่านการฝึกซ้อม ความเหน็ดเหนื่อย ความเจ็บปวด และการเสียสละ เพื่อแข่งขันกับนักกีฬาที่ดีที่สุดของทวีป
เมื่อเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ปิดฉากลง คำขอบคุณจึงไม่ได้มีไว้เฉพาะเจ้าของ 18 เหรียญทอง หรือผู้คว้า 52 เหรียญเท่านั้น
ขอบคุณคนที่ทำให้เพลงชาติไทยดังขึ้นในสนาม
ขอบคุณคนที่สร้างสถิติใหม่
ขอบคุณคนที่พาความสำเร็จกลับมาหลังการรอคอยนับสิบปี
ขอบคุณเจ้าของเหรียญเงินและเหรียญทองแดง
ขอบคุณคนที่จบอันดับ 7
และขอบคุณนักกีฬาทุกคนที่ลงสนามอย่างเต็มความสามารถ แม้ไม่มีเหรียญรางวัลกลับบ้าน
เอเชียนเกมส์ 2026 จบลงแล้ว แต่สิ่งที่นักกีฬาไทยทิ้งเอาไว้ไม่ได้มีเพียง 18 เหรียญทอง และ 52 เหรียญรางวัล
ยังมีสถิติ ความทรงจำ แรงบันดาลใจ และความฝันของนักกีฬารุ่นต่อไป
จากผลงานดีที่สุดในการแข่งขันเอเชียนเกมส์นอกบ้านของไทย สู่ประวัติศาสตร์ที่ บิว, วิว, จอชชัว และนักกีฬาไทยอีกหลายคนร่วมกันเขียนขึ้น
ท้ายที่สุด คำที่เหมาะสมที่สุดสำหรับปิดฉากเอเชียนเกมส์ครั้งนี้อาจมีเพียงสองคำ
“ขอบคุณ”
ขอบคุณทุกความทุ่มเท
ขอบคุณทุกความภูมิใจ
และเหนือสิ่งอื่นใด
ขอบคุณทุกความสุข