“เกินความคาดหมายมาก ๆ วันนี้หนูมาไกลมาก ๆ”
คำพูดของ “โฟกัส” ณัฐนิชา จงโปร่งกลาง หลังพลิกสถานการณ์เอาชนะ สึกิมิ นามิกิ นักชกเจ้าภาพญี่ปุ่น 3-2 เสียง ในรอบรองชนะเลิศ
ตอนนั้นเธอบอกว่า ตัวเองมาไกลมากแล้ว แต่วันนี้ เธอเดินไปไกลกว่าเดิมอีกหนึ่งไฟต์ครับ
และปลายทางของการเดินทางครั้งนี้คือ เหรียญทองเอเชียนเกมส์
รอบชิงชนะเลิศ รุ่น 54 กิโลกรัมหญิง โฟกัส เอาชนะ พัง ชอล มี จากเกาหลีเหนือ 4-1 เสียง
กลายเป็น นักมวยหญิงไทยคนแรกในประวัติศาสตร์ที่คว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์
ชัยชนะครั้งนี้ไม่ได้มาง่าย ๆ
เพราะคนที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามคือเจ้าของดีกรี แชมป์โลกสองสมัย, เหรียญทองแดงโอลิมปิก และเจ้าของเหรียญทองเอเชียนเกมส์ครั้งก่อน
ประสบการณ์ระดับนี้ สำหรับเด็กวัย 22 ปีที่เพิ่งมา เอเชียนเกมส์ครั้งแรก ไม่มีอะไรให้ประมาทได้เลย
ยกแรก โฟกัส เริ่มต้นได้ดี แต่ยกสอง เธอโดนนับ
สถานการณ์ที่เคยอยู่ในมือเปลี่ยนไปทันที
กรรมการ 4 จาก 5 คนให้ พัง ชอล มี ชนะยกสอง ทำให้ทุกอย่างต้องมาตัดสินกันยกที่สาม
ลองคิดดูครับ สามนาทีสุดท้ายของ เอเชียนเกมส์ ครั้งแรก ฝั่งตรงข้ามคือแชมป์เก่า เป็นแชมป์โลกสองสมัย ตัวเองเพิ่งโดนนับมาในยกก่อนหน้า และเหรียญทองที่มวยไทยรอมา 12 ปี วางอยู่ตรงหน้า แต่เด็กคนนี้ยังกลับมาได้
โฟกัส ทำยกสุดท้ายได้ดีกว่าในสายตากรรมการ 4 คน ก่อนเสียงระฆังจะดังขึ้น และผลคะแนนออกมา 4-1 เสียง
โฟกัส เป็นแชมป์ เอเชียนเกมส์
จากเด็กนักเรียนกีฬาในนครราชสีมา
จากเด็กที่จริงจังกับการชกมวย เพราะอยากหารายได้กลับไปตอบแทนแม่และยายที่เลี้ยงดูตัวเองมา
จากแชมป์เอเชีย แชมป์ซีเกมส์ แชมป์เอเชีย U22 แชมป์ Eindhoven Boxing Cup ที่เนเธอร์แลนด์ จนมาถึงเอเชียนเกมส์ครั้งแรกในชีวิต
ก่อนเดินทางมาญี่ปุ่น นายกสมาคมฯ บอกว่า “เด็กคนนี้มีลุ้นเหรียญทอง”
รอบรองฯ เธอบอกด้วยตัวเองว่า “หนูมาไกลมาก ๆ”
และก่อนรอบชิง ผมเขียนเอาไว้ว่า เธอเหลือระยะทางอีกเพียง 3 ยก ระหว่างตัวเองกับเหรียญทองเอเชียนเกมส์
วันนี้สามยกนั้นจบลงแล้วครับ และนอกจาก โฟกัส จะกลายเป็นนักมวยหญิงไทยคนแรกที่ทำได้
เหรียญนี้ยังยุติการรอคอยของมวยสากลไทยที่ไม่มีแชมป์เอเชียนเกมส์มาตั้งแต่ วุฒิชัย มาสุข เมื่อปี 2014
จากเด็กสาวที่เคยชกมวยเพราะอยากตอบแทนแม่กับยาย
วันนี้เธอไม่ได้เดินกลับบ้านพร้อมคำว่า “มีลุ้น” อีกแล้ว แต่จะกลับไปพร้อม เหรียญทอง
และอีกหนึ่งสถานะที่จะอยู่กับเธอตลอดไป “โฟกัส” ณัฐนิชา จงโปร่งกลาง นักมวยหญิงไทยคนแรกที่คว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์
#hossalonso #ฮอสอลอนโซ่