เป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อ แต่มันเกิดขึ้นแล้ว เมื่อทีมกำปั้นไทยไม่มีเหรียญติดมือในรอบ 72 ปี ของการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์
งานนี้ถือว่าล้มเหลวโดยสิ้นเชิงสำหรับทีมกำปั้นไทยชุดนี้ เป็นเพราะอะไรกันแน่ หลายฝ่ายคาดเดากันไป แต่ภาพที่เห็นในการถ่ายทอดสดต่อหน้าแฟนมวยชาวไทยมันเป็นสิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ถึงความพ่ายแพ้ในครั้งนี้ คือสไตล์การชกที่ยังล้าหลังต่อชาติอื่นๆ แม้ว่าจะมีโค้ชคิวบามาคุมทีมแล้วก็ตาม
บุคคลระดับโลกที่ถูกมองข้าม และความแตกแยก
จริงๆ แล้ว มวยสากลของไทยมีผู้ที่คลุกคลีอยู่ในวงการระดับโลกอย่าง "อ.เค้ก" รศ.ดร.ไพบูลย์ ศรีชัยสวัสดิ์ ซึ่งในครั้งนี้ทำหน้าที่เป็นผู้ประเมินการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ ซึ่งย่อมรู้ดีว่ารูปแบบการให้คะแนนของกรรมการจะเป็นอย่างไรกันบ้าง
น่าเสียดายที่ สมาคมกีฬามวยสากลแห่งประเทศไทย ภายใต้การดูแลของ "บิ๊กบางจาก" พิชัย ชุณหวชิร นายกสมาคมฯ มองไม่เห็นความสำคัญ หรืออาจจะตั้งแง่มองว่าอยู่คนละขั้วเมื่อตอนเลือกตั้งนายกสมาคมฯ ก็เป็นได้
ทั้งๆ ที่การแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ในครั้งนี้ไม่มีพวกใครพวกมัน มีแค่พวกเดียวคือ ไทยแลนด์ เท่านั้น ซึ่งทาง อ.เค้ก บอกว่าพร้อมที่จะเข้าไปให้ความรู้กับทีมนักมวยไทยถึงการชกที่ได้คะแนน แต่ในเมื่อเขาไม่ต้องการก็ไม่รู้จะทำยังไง แล้วที่น่าเจ็บปวดก็คือ มวยสากลในเอเชียนเกมส์ครั้งนี้ไม่มีกรรมการชาวไทยไปร่วมตัดสินเลยแม้แต่คนเดียว... เป็นเพราะอะไร?
ปัญหาพิกัดน้ำหนัก และสไตล์การชกที่ตกยุค
สิ่งหนึ่งที่หลายคนบอกว่า เรื่องพิกัดน้ำหนักน่าจะเป็นตัวแปร เนื่องจากนำพิกัดชกของโอลิมปิกมาเป็นตัวตั้ง ทำให้บางรุ่นของนักชกไทยต้องขยับรุ่นขึ้นไปซึ่งไม่ใช่น้ำหนักธรรมชาติของตัวเอง อันนี้ไม่เถียง แต่ชาติอื่นเขาก็เจอปัญหาเช่นเดียวกับเราแต่ทำไมเขาปรับตัวได้ ทำไมเราถึงปรับตัวไม่ได้ล่ะ?
เมื่อดูสไตล์การชกของทีมกำปั้นไทย โดยเฉพาะทีมชาย:
ยังเน้นในสไตล์ออกหมัดเดียว เน้นจังหวะฝีมือ ไม่ใช่มวยเปิดเกมบุกที่ทั่วโลกเขาหันมาใช้สไตล์แบบนี้กันหมดแล้ว
หมัดชุดแทบจะมองไม่เห็นเลย มีน้อยมาก
สไตล์ที่ทั่วโลกเขาทำกันคือ เข้าไว ออกไว มีหมัดชุดเน้นจู่โจม แต่นักชกไทยยังดูช้าเกินไป ไล่ตามเขาไม่ทัน
ทางออกสู่การยกเครื่อง และการบริหารจัดการ
ถึงเวลาแล้วที่ทีมกำปั้นชายจะต้องสังคายนากันใหม่ การหานักมวยไทยที่ออกหมัดได้ดี มีความคล่องตัวสูง เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ อย่าง นาบิล อานาน ก็เป็นความหวังใหม่ที่หลายคนมองเอาไว้ รวมไปถึง ลำน้ำมูลเล็ก ทีเด็ด 99 หรือถ้าจะมีคนอื่นอีกก็ควรเรียกตัวมาทดสอบดู ไม่เสียหายอะไร
อยากจะมองไปถึงการบริหารจัดการด้วยซ้ำไปว่า น่าจะเป็นมืออาชีพมากกว่านี้ ไม่ว่าจะเป็น:
เรื่องการคัดตัวนักกีฬา
แผนงานการเก็บตัวฝึกซ้อม
การส่งนักกีฬาไปแข่งขันหาประสบการณ์ในต่างประเทศ
และที่สำคัญ การสร้างขวัญและกำลังใจให้นักกีฬา ก่อนออกเดินทาง ควรมีพ็อกเก็ตมันนี่ให้กับนักกีฬาบ้าง ไม่ใช่มีให้แค่เสื้อยืดตัวเดียว
นักรบจะออกไปรบ แต่ขวัญกำลังใจจากแม่ทัพไม่มีให้เลย แล้วจะมีกำลังใจไปรบชนะเขาได้อย่างไร
ถ้าคิดว่าไม่ไหว... ก็วางมือซะเถอะ!
-แบน ท่าพระ-