เบื้องหลังความสำเร็จของ "เทพบิว" ภูริพล บุญสอน จากเด็กหนุ่มสุรินทร์ผู้วิ่งด้วยรองเท้าคู่แรกจากคุณแม่ สู่นักวิ่งเบอร์หนึ่งของไทย พร้อมย้อนรอยหยาดเหงื่อ ความรัก และพลังใจที่ขับเคลื่อนเขาบนลู่วิ่งระดับโลกที่ SIAMSPORT
"ถ้าไม่มีแม่ ก็ไม่มีผมวันนี้"
นี่คือประโยคที่ “เทพบิว” ภูริพล บุญสอน เคยกล่าวถึง คุณแม่สุภาวดี ที่เป็นเบื้องหลังของความสำเร็จทั้งหมดในชีวิตของเขา
เรื่องราวเบื้องหลังความสำเร็จของ เทพบิว ภูริพล บุญสอน ที่คว้าเหรียญทอง 200 เมตรชาย ด้วยสถิติ 19.88 วินาที จะเป็นอย่างไร?
ร่วมติดตามพร้อมกันที่ SIAMSPORT
[ เด็กชายจากสุรินทร์ และลูกแฮนด์บอลที่ไม่ใช่ทาง ]
บิว เกิดที่จังหวัดสุรินทร์ ก่อนจะย้ายมาเติบโตและเรียนหนังสือที่จังหวัดสมุทรปราการ
ในวัยเด็กกีฬาแรกที่เขาลงเล่นจริงจังในรั้วโรงเรียนเซนต์ราฟาแอล คือ “แฮนด์บอล”
แต่ในความเป็นจริง พรสวรรค์ของคนเรามักซ่อนอยู่ในมุมที่เราคาดไม่ถึง การเล่นแฮนด์บอลของ บิว ไม่ได้โดดเด่นหรือประสบความสำเร็จ ... จนกระทั่ง ครูธนกฤต ศรีวัฒนา ครูพละประจำโรงเรียน สังเกตเห็นความเร็วผิดมนุษย์ของเด็กชายวัย 9 ขวบ ขณะกำลัง วิ่งเล่นไล่จับกับเพื่อน
"ครูเห็นผมวิ่งเล่นเลยลองชวนมาวิ่ง" บิว ย้อนเล่าจุดเปลี่ยนแรกในชีวิต
การลงแข่งกรีฑาชิงแชมป์จังหวัดสมุทรปราการครั้งแรกในวัยเพียง 9-10 ขวบ บิวเข้าเส้นชัยเป็นอันดับหนึ่งทันที
นั่นคือวินาทีที่เขาค้นพบว่า ลู่วิ่งตรงหน้าคือสังเวียนที่เขาเกิดมาเพื่อมัน
[ สร้อยคอ รองเท้า และหัวใจของคุณแม่สุภาวดี ]
เบื้องหลังชัยชนะอันยิ่งใหญ่ บิว ไม่เคยปิดบังว่าครอบครัวของเขาไม่ได้สุขสบายหรือมีฐานะมั่งคั่ง
แต่สิ่งที่เขาไม่เคยขาด คือการซัพพอร์ตสุดหัวใจจากคุณพ่อ สมควร บุญสอน และคุณแม่ สุภาวดี มรรคผล อดีตนักกีฬาที่เข้าใจหัวอกคนล่าฝันเป็นอย่างดี
"ตอนนั้นคุณแม่คอยสนับสนุนตลอด ซื้อรองเท้า อุปกรณ์ให้ เพราะแม่รู้ว่าผมชอบ" บิว เล่าถึงความทรงจำเกี่ยวกับ รองเท้าวิ่งคู่แรก ที่แม่เจียดเงินซื้อให้
รองเท้าคู่นั้นอาจไม่ได้มีเทคโนโลยีระดับสูง แต่เป็นประตูบานสำคัญที่ทำให้เด็กหนุ่มกล้าออกไปสับเท้าล่าความฝัน
ทุกครั้งก่อนที่สัญญาณเสียงปืนสตาร์ตจะดังขึ้น แฟนกีฬามักเห็นบิวหยิบสร้อยคอขึ้นมาจูบ สร้อยเส้นนั้นไม่ใช่เครื่องรางไสยศาสตร์ แต่เป็นสร้อยที่คุณแม่ซื้อให้
"สร้อยนี้เป็นสร้อยที่แม่ซื้อให้ แม่จะพูดตลอดว่าสร้อยนี้เป็นตัวแทนแม่ ที่จะอยู่กับเราทุกช่วงเวลา และทุกการแข่งขัน"
บิว เปิดเผยความหมายของมัน มันคือสัญลักษณ์แทนอ้อมกอดของแม่ที่ตามไปอยู่เคียงข้างเขาทุกตารางนิ้วบนลู่วิ่ง
หลังแจ้งเกิดเต็มตัวในกีฬาแห่งชาติด้วยการทลายสถิติประเทศไทยที่ยืนยงมานานกว่า 20 ปีในวัยเพียง 16 ปี ตามด้วยการกดเวลา 10.09 วินาที ในศึกเยาวชนโลกที่โคลอมเบีย จนกลายเป็นมนุษย์วัยไม่เกิน 18 ปีที่วิ่งเร็วที่สุดในโลกยุคนั้น
ชื่อของ "เทพบิว" ก็กลายเป็นความหวังสูงสุดของคนไทย
ทว่า.. เมื่อสถิติเริ่มนิ่ง และอาการบาดเจ็บก้าวเข้ามากลั่นแกล้งในซีเกมส์ 2023 บิว ได้เรียนรู้บทเรียนราคาแพงว่า ความเร็วธรรมชาติที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด ไม่เพียงพออีกต่อไปหากคิดจะก้าวไปสู่อีกระดับ
"ช่วงแรกผมคิดแค่ว่ามีพรสวรรค์ก็วิ่งได้แล้ว แต่กว่าจะลดเวลาลงต่ำกว่า 10 วินาทีได้ รู้สึกว่ามันต้องมีพรแสวงที่เยอะมาก ๆ นอกเหนือจากการซ้อมปกติ ผมต้องมาเก็บตกเล่นบอดี้ เสริมกล้ามท้อง และฝึกซ้อมมากกว่าคนอื่น"
การฝึกซ้อมหนักที่นอกเหนือจากโปรแกรมหลัก คือสิ่งที่ บิว เลือกทำเพื่อข้ามผ่านกำแพงของตัวเอง
[ ความฝันที่ไร้ขีดจำกัด ]
และในที่สุดความพยายามของ บิว ก็ทำได้สำเร็จ เขาคว้าเหรียญทอง 100 เมตรชาย เอเชียนเกมส์ 2026 ด้วยสถิติ 9.90 วินาที
ต่อด้วยคว้าเหรียญทอง 200 เมตรชาย เอเชียนเกมส์ 2026 ด้วยสถิติ 19.88 วินาที
ทั้งหมดทั้งมวน เหรียญทองเอเชียนเกมส์ไม่ใช่จุดสิ้นสุด และเป้าหมายต่อไปของ บิว ภูริพล คือการนำพาธงชาติไทยไปปักอยู่บนโพเดียม ชิงแชมป์โลก และ โอลิมปิกเกมส์
จากเด็กหนุ่มที่เริ่มวิ่งด้วยรองเท้าคู่แรกจากน้ำพักน้ำแรงของแม่ วันนี้ บิว ภูริพล กำลังวิ่งไปข้างหน้าด้วยพลังของคนทั้งประเทศ
ไม่ว่าลู่วิ่งข้างหน้าจะยาวไกลแค่ไหน สร้อยคอแห่งความรักของแม่จะยังคงเต้นตามจังหวะหัวใจของเขาในทุก ๆ เมตรที่ก้าวไปเสมอ
ตัน กวาร์ดิโอล่า นักเขียนของ SIAMSPORT