เปรูช้ำบอดโทษจากVAR! เดนมาร์กเฆี่ยนซ้ำซิวสามแต้มประเดิมบอลโลก

เปรูช้ำบอดโทษจากVAR! เดนมาร์กเฆี่ยนซ้ำซิวสามแต้มประเดิมบอลโลก

    เป็นอีกหนึ่งแมตช์ที่นำเทคโนโลยี วีเออาร์ มาช่วยใช้ในการตัดสิน ก่อนที่เชิ้ตดำจะชี้ให้ เปรู ได้จุดโทษ ทว่าคริสเตียน กวยว่า ห้องเครื่องของเปรูดันยิงพลาด ก่อนที่ ยุสซุฟ โพลเซ่น ซึ่งเป็นคนทำเสียจุดโทษจะมาแก้ตัวเป็นฮีโร่ซัดประตูชัยให้เดนมาร์กซิวชัย 1-0 ประเดิมสามแต้ม ในเกมฟุตบอลโลก กลุ่ม ซี นัดแรก ที่ประเทศรัสเซีย เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา

ฟุตบอลโลก 2018 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม ซี
วันเสาร์ที่ 16 มิถุนายน 2561
เปรู 0 - เดนมาร์ก 1

สนาม : มอร์โดเวีย อารีน่า, ซารันสค์, ประเทศรัสเซีย 

    เริ่มเกมมา เปรู เป็นฝ่ายบุกใส่ก่อน แต่เกมรับ เดนมาร์ก ก็สามารถรับมือเอาไว้ได้ และนาทีที่ 8 โยชิมาร์ โยตุน มีโอกาสซัดไกลระยะ 30 แต่บอลไปเข้าซอง แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล 

    นาทีที่ 13 เปรู มีโอกาสอีกครั้งจากการซัดระยะ 20 หลาของ อันเดร การ์รีโย่ แต่ ชไมเคิ่ล ก็เซฟได้อย่างยอดเยี่ยม 

    จากนั้น เดนมาร์ก รูปเกมก็เริ่มดีขึ้น และมีโอกาสพาบอลขึ้นไปปั่นป่วนแนวรับ เปรู แต่ก็ไม่มีโอกาสยิงแบบเน้นๆ 

    นาทีที่ 27 เดนมาร์ก มีลุ้นจากการยิงไกลระยะ 25 หลา ของ เดลานี่ย์ แต่บอลเหินข้ามคานไป 

    นาทีที่ 29 เปรู ได้เสียว เมื่อ เจฟเฟอร์สัน ฟาร์ฟาน รับบอลจาก การ์รีโญ่ ก่อนยิงเต็มแรง แต่บอลไปแฉลบ อันเดรียส คริสเตียนเซ่น ออกหลังไป 

    นาทีที่ 35 วิลเลี่ยม ควิสต์ ดาวเตะเดนมาร์ก ได้รับบาดเจ็บที่หัวเข่า ก่อนถูกหามออกจากสนาม โดนที่ ลาสเซ่ โชน ถูกเปลี่ยนลงมาเล่นแทน 

    นาทีที่ 39 เดนมาร์ก ได้ลูกฟรีคิกระยะได้ลุ้น แต่ คริสเตียน เอริคเซ่น ยิงไปติดกำแพง ก่อนบอลกระดอนมาเข้าทาง โชน ที่ยิงซ้ำไปตรงตัว เปโดร กาเยเซ่ นายด่านเปรู 

    นาทีที่ 44 เปรู พลาดโอกาสขึ้นนำอย่างน่าเสียดาย เมื่อมาได้ลูกโทษ หลังผู้ตัดสินใช้ วีเออาร์ พิจารณาและมองว่า กวยบา ถูก ยุสซุฟ โพลเซ่น เกี่ยวเข้าที่เท้าจริง แต่ กวยบา กลับซัดบอลข้ามคานไป 

    จบ 45 นาทีแรก สกอร์เสมอกันอยู่ 0-0 
    
    เริ่มครึ่งหลังมาทั้งสองทีมเปิดเกมรุกแรกกันทันที และนาทีที่ 57 เปรู มีโอกาสลุ้นจากการเลี้ยงตัดเข้าในของ กวยวา แต่กลับไม่ยิงเอง และส่งให้เพื่อนยิงหลุดกรอบไป 

    นาทีที่ 59 เดนมาร์ก ขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่ เอริคเซ่น จ่ายบอลให้ โพลเซ่น หลุดเข้าไปยิงตุงตาข่าย ซึ่งถือเป็นการแก้ตัวของ ดาวเจะจาก แอร์เบ ไลป์ซิก ไปด้วย หลังจากพลาดท่าทำทีมเสียจุดโทษ 

    นาทีที่ 61 เปรู มีโอกาสตีเสมอ เมื่อ เอดิสัน ฟลอเรส มีโอกาสซัดเต็มข้อ แต่ ชไมเคิ่ล เซฟเอาไว้ได้อย่างสุดยอด 

    นาทีที่ 63 เปรู ส่ง เปาโล เกร์เรโร่ ลงมาแทน ฟลอเรส พร้อมปรับมาเล่นแผน 4-4-2 ซึ่งหลังจากนั้นแค่นาทีเดียว เกร์เรโร่ ก็ได้โขกทันที แต่บอลไปตรงตัว ชไมเคิ่ล 

    เปรู เดินเกมรุกอย่างหนัก หวังที่จะทวงประตูคืนให้ได้ และนาทีที่ 73 พวกเขามีโอกาสอีกครั้งจากการยิงของ หลุยส์ อัดวินคูล่า แต่ยังไม่ผ่านการป้องกันของ ชไมเคิ่ล อีกเช่นเคย 

    นาทีที่ 79 เปรู มีโอกาสทองอีกครั้ง เมื่อ เกร์เรโร่ ได้ยิงตอกส้นระยะ 10 หลา แต่บอลหลุดกรอบออกไปนิดเดียว 

    นาทีที่ 83 เดนมาร์ก มีโอกาสขึ้นนำ 2-0 จากการยิงของ นิโคไล ยอร์เกนเซ่น หัวหอกตัวสำรอง แต่ติดบล็อก อัดวินคูล่า

    เกมถือว่าสนุกเลยทีเดียว โดยนาทีที่ 85 เปรู มีโอกาสอีกครั้ง เมื่อ ฟาร์ฟาน ได้ซัดในกรอบเขตโทษ แต่ ชไมเคิ่ล ใช้เท้าเซฟเอาไว้ได้ 

    เปรู พยายามอย่างหนักในช่วงท้ายเกม แต่ไม่สามารถตามตีเสมอได้ จบเกม เดนมาร์ก เบียดคว้าชัย 1-0 

    รายชื่อผู้เล่น

    เปรู : เปโดร กาเยเซ่, หลุยส์ อัดวินกูล่า, คริสเตียน รามอส, อัลเบร์โต้ โรดริเกซ(กัปตันทีม), มิเกล เตราโก้, เรนาโต้ ตาเปีย (เปโดร อากีโน่ น.87), โยชิมาร์ โยตุน, อันเดร การ์รีโย่, เอดิซอน ฟลอเรส (เปาโล เกร์เรโร่ น.62), คริสเตียน กวยวา, เจฟเฟอร์ซอน ฟาร์ฟาน (ราอูล รุยดิอาซ น.85)

    เดนมาร์ก : แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล, เฮนริค ดาลสการ์ด, ซิมอน เคียร์(กัปตันทีม), อันเดรียส คริสเตนเซ่น (มาเธียส ยอร์เกนเซ่น 'ซานก้า' น.81), เยนส์ สตราเกอร์ ลาร์เซ่น, วิลเลี่ยม ควิสต์ (ลาสส์ โชน น.36), โธมัส เดลานี่ย์, ยุสซุฟ โพลเซ่น, คริสเตียน เอริคเซ่น, ปิโอเน่ ซิสโต้ (มาร์ติน เบรธเวท น.67), นิโคไล ยอร์เกนเซ่น

อีกหนึ่งช่องทางในการติดตามข่าวสาร
Add friend ที่ @Siamsport
เพิ่มเพื่อน
Getty Images

[ ไม่อนุญาตให้คัดลอกรูปภาพหรือนำไปเผยแพร่รูปภาพต่อไม่ว่าวิธีใดๆ ถ้าฝ่าฝืนมีความผิดตามกฎหมายที่ระบุไว้สูงสุด ]