วิเคราะห์บอล ฝรั่งเศส กับ โครเอเชีย

วิเคราะห์บอล

วันอาทิตย์ที่ 15 กรกฎาคม 2561
22:00
อมรินทร์ทีวี, True4U, ช่อง5

ตารางคะแนน

ทีมชาติ P W D L F A +/- Pts
ฝรั่งเศส ฝรั่งเศส 3 2 1 0 3 1 +2 7
เดนมาร์ค เดนมาร์ค 3 1 2 0 2 1 +1 5
เปรู เปรู 3 1 0 2 2 2 0 3
ออสเตรเลีย ออสเตรเลีย 3 0 1 2 2 5 -3 1

เปรียบเทียบความพร้อมของทีม

ฝรั่งเศส ทั้งสองทีมเจอกันมาแล้วทั้งหมด 5 นัด ฝรั่งเศส ชนะ 3 เสมอ 2 พบกันล่าสุดเมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2011 ในแมตช์กระชับมิตร ที่สต๊าด เดอ ฟร้องซ์, แซงต์-เดอนีส์ ประเทศฝรั่งเศส เสมอกัน 0-0 และพบกันในฟุตบอลโลกเพียงครั้งเดียว ในรอบรองชนะเลิศ ปี 1998 ตราไก่ชนะ 2-1 ที่สต๊าด เดอ ฟร้องซ์ เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 1998 ดีดิเย่ร์ เดส์ชองส์ เซเล็กซิยอนเนอร์ทีมชาติฝรั่งเศส วัย 49 ปี นำทีมไม่แพ้ 10 เกมติดต่อกัน (ชนะ 8 เสมอ 2) และไม่แพ้ 10 นัดหลังสุดในฟุตบอลโลก ผลงานในรอบรองชนะเลิศ ฝรั่งเศส ชนะ เบลเยียม 1-0 ที่เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก สเตเดี้ยม, เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก เมื่อคืนวันอังคารที่ 10 กรกฎาคม โดยตราไก่ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ เป็นครั้งที่ 3 ในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก (1998, 2006, 2018) ซึ่งทีมคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกมาแล้ว 1 สมัย เมื่อปี 1998 และกำลังไล่ล่าแชมป์โลกสมัยที่ 2 สำหรับเดส์ชองส์ได้ชื่อว่าเป็นเทรนเนอร์ที่คุมทีมชาติฝรั่งเศสมากที่สุดที่จำนวน 82 เกม (ชนะ 52, เสมอ 15, แพ้ 15) หลังจากเขาคุมทีมมาตั้งแต่ปี 2012 เขาชนะสถิติของ เรย์มงด์ โดเมเน็ค อดีตกุนซือเลส์ เบลอส์ ที่คุมทีม 79 นัด ชนะ 41 เสมอ 24 แพ้ 14 ระหว่างปี 2004-2010 เขาเป็นเทรนเนอร์คนแรกในประวัติศาสตร์ของเลส์ เบลอส์ ที่นำทีมเข้าชิงชนะเลิศ 2 ทัวร์นาเมนต์ใหญ่ (ยูโร 2016, ฟุตบอลโลก 2018) เดส์ชองส์จะจัดทีมในระบบการเล่น 4-2-3-1 ตามเดิม โดยไม่มีผู้เล่นบาดเจ็บและติดโทษแบน เขาจะส่งผู้เล่นชุดเดียวกับที่ปราบเบลเยียม ลงสนามนำโดย อูโก้ โยริส ผู้รักษาประตู จะลงเล่นนัดที่ 104 ของเขาในทีมชาติ และจะทำหน้าที่กัปตันทีมชาติ นัดที่ 80 ซึ่งเขาได้ชื่อว่าเป็นผู้เล่นที่ทำหน้าที่กัปตันทีมชาติมากที่สุด ทางด้าน คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ และ อองตวน กรีซมันน์ ต่างยิงไปแล้วคนละ 3 ประตู นำดาวซัลโวร่วมของตราไก่ในศึกนี้ โดยมี โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ทำหน้าที่กองหน้าตัวเป้า แม้ว่าชิรูด์ยังทำประตูไม่ได้ก็ตาม

โครเอเชีย ''ตาหมากรุก'' ทีมชาติโครเอเชีย ภายใต้การคุมทัพของ ซลัตโก้ ดาลิช กุนซือฝีมือเยี่ยมวัย 51 ปี โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมในรายการนี้ คว้าชัยมาได้ทุกนัด ไล่ตั้งแต่รอบแบ่งกลุ่มที่ประเดิมด้วยการทุบไนจีเรีย 2-0 ก่อนมาต้อน อาร์เจนตินา 3-0 แล้วเกมสุดท้ายส่งสำรองลงสนามหลายรายยังเชือดไอซ์แลนด์ได้อีก 2-1 ทำให้เข้ารอบด้วยการเป็นทีมอันดับหนึ่งของกลุ่ม ดี จากนั้นรอบ 16 ทีมสุดท้าย โครเอเชียดวลกับเดนมาร์กอย่างสนุก เสมอกัน 1-1 ในเวลา 90 นาที ต่อเวลาพิเศษยังเสมออยู่ด้วยสกอร์เดิม ก่อนที่ทีมตาหมากรุกจะดวลจุดโทษชนะไป 3-2 มาถึงรอบ 8 ทีมสุดท้าย โคจรมาเจอกับรัสเซีย ชาติเจ้าภาพ บู๊กันสนุกเสมอ 1-1 ในเวลา 90 นาที ต่อเวลาพิเศษเสมอ 2-2 ต้องดวลจุดโทษชี้ขาด ปรากฏว่าโครเอเชียแม่นกว่าชนะไป 4-3 ตบเท้าเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ ในรอบรองชนะเลิศนั้น โครเอเชียคว่ำอังกฤษ 2-1 ช่วงการต่อเวลาพิเศษ หลังจากเสมอกัน 1-1 ใน 90 นาที ผงาดเข้าชิงชนะเลิศเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ โครเอเชียกลายเป็นทีมที่สองต่อจากอังกฤษ ซึ่งต้องเล่นถึงช่วงต่อเวลา 3 เกมติดต่อกันในฟุตบอลโลก โดยทัพสิงโตคำรามเคยทำไว้ในเวิลด์ คัพ ปี 1990 ไล่ตั้งแต่ต่อเวลาชนะ เบลเยียม 1-0 (รอบ 16 ทีม), ต่อเวลาเชือด แคเมอรูน 3-2 (รอบ 8 ทีม) และเสมอเยอรมันตะวันตก 1-1 ใน 120 นาที แล้วแพ้ดวลจุดโทษ 3-4 สภาพทีมของโครเอเชีย ยามนี้ต้องรอเช็ก อิวาน สตรินิช แบ็กซ้ายที่เดินกะเผลกออกจากสนาม เมื่อเกมรอบรองฯ กับอังกฤษ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา รวมไปถึง มาริโอ มานด์ซูคิช กองหน้าตัวเก่งที่ซัดประตูชัยดับสิงโตคำราม มีอาการเป็นตะคริว แต่คาดว่าทั้งสองรายจะฟื้นตัวทันเวลาทำศึกนัดชิง ขณะที่ ซิเม่ เวอร์ซัลจ์โก้ แบ็กขวาที่หายเจ็บหัวเข่า กลับมาลงสนามได้ตั้งแต่เกมเจอกับอังกฤษแล้วนั้น จะยึดตำแหน่งแบ็กขวาต่อไป ส่วน อิวาน เปริซิช ตัวรุกริมเส้นคนสำคัญน่าจะถูกเข็นลงเช่นเดียวกัน โดยในช่วงผ่านมาทีมแพทย์ของโครแอตพยายามดูแลอย่างเต็มที่ เพื่อจะให้มีสภาพร่างกายฟิตพอลงตัวจริง รูปแบบการเล่นของโครเอเชียใช้สูตร 4-2-3-1 ให้ ดานิเยล ซูบาซิช ลงมาเฝ้าเสา พร้อมได้ความช่วยเหลือจากแนวรับอย่าง ซิเม่ เวอร์ซัลจ์โก้, เดยัน ลอฟเรน, โดมากอย วีด้า และ อิวาน สตรินิช ขุมกำลังในแดนกลางวาง อิวาน ราคิติช คุมเกมกับ มาร์เซโล่ โบรโซวิช เปิดทางให้ อันเต้ เรบิช, ลูก้า โมดริช (กัปตันทีม) และ อิวาน เปริซิช ร่ายเกมรุกสนับสนุน มาริโอ มานด์ซูคิช กองหน้าตัวเป้าเข้าถล่มประตู

ความน่าจะเป็นของเกม

ตราไก่ อดีตแชมป์เวิลด์ คัพ 1998 เหนือกว่าด้วยขุมกำลังแน่นเปรี๊ยะเต็มพิกัด แถมสภาพร่างกายก็สดกว่า ทะลุมาถึงไฟนัลโดยไม่ต้องยืดเยื้อเลย ส่วน ตาหมากรุก เคยได้อันดับ 3 เมื่อ 20 ปีก่อน และเส้นทางที่ผ่านมาค่อนข้างสาหัส โดนยิงนำตลอด แต่ก็เอาตัวรอดมาได้ด้วยการเตะ 120 นาทีถึง 3 รอบรวด แม้รูปเกมอาจเข้าทางมากกว่าในฐานะบอลรอง ทว่าเจอ เลส์ เบลอส์ บอลเขี้ยวลากดิน และมีกองกลางแกร่งอย่าง เอ็นโกโล่ ก็องเต้ กับ ปอล ป็อกบา ที่สามารถต่อกรกับดูโอโครแอต ลูก้า โมดริช และ อิวาน ราคิติช ได้น่าดูชม ขณะที่แนวรุกจัดจ้านทั้ง อองตวน กรีซมันน์ และ คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ ฉะนั้นน่าจะเบียดซิวแชมป์โลกได้ในเวลาปกติ

ผลการแข่งขันที่คาด

ฝรั่งเศส ชนะ โครเอเชีย 1-0