อังกฤษ และ อันดับ 4 ฟุตบอลโลก

อังกฤษ และ อันดับ 4 ฟุตบอลโลก

เป็นอันว่า "สิงโตคำราม" ทีมชาติอังกฤษ ทำได้เพียงแค่อันดับ 4 ฟุตบอลโลก 2018 หลังโดนเบลเยียมย้ำแค้นอัดนิ่มๆ 2-0

    นี่คือบทสรุปของทีมชาติอังกฤษในทัวร์นาเมนต์เวิลด์คัพ ฉบับรัสเซีย

อังกฤษ และ อันดับ 4 ฟุตบอลโลก

    1. แม้จะถือว่ามาไกลเกินคาดแบบว่าทะลุเป้าแตก แต่ส่วนหนึ่งเพราะทางมันโล่งเหมือนมีคนเปิดไฟเขียวให้ หลังจาก เยอรมัน กับ สเปน ที่ควรจะเข้ารอบมาอยู่สายล่างดันชิงอำลาฟุตบอลโลกก่อนเวลาอันสมควร

อังกฤษ และ อันดับ 4 ฟุตบอลโลก

    2. จาก 7 นัดที่ลงเล่น เอาจริงๆ โชว์ฟอร์มเข้าขั้นไฉไลเพียงแค่ 2 นัดเท่านั้น คือเกมถล่ม ปานามา 6-1 และเกมเชือด สวีเดน 2-0 นอกนั้นไม่มีอะไรน่าประทับใจ

อังกฤษ และ อันดับ 4 ฟุตบอลโลก

    3. แฮร์รี่ เคน น่าจะได้ดาวซัลโวจากการทำ 6 ประตูก็จริง แต่มาจากจุดโทษถึง 3 ประตู แถมคนอื่นยิงมาโดนส้นตีนตัวเองเปลี่ยนทางเข้าอีก 1 ประตู ที่สำคัญคือยิงแบบโอเพ่นเพลย์ไม่ได้เลย หลังจากผ่าน 2 นัดแรก

อังกฤษ และ อันดับ 4 ฟุตบอลโลก

    4. อุตส่าห์ปรับระบบเป็นหลัง 3 เพื่อให้เกมรับเหนียวแน่นขึ้น แถมพยายามเล่นแบบรัดกุม ส่วนนายประตูอย่าง จอร์แดน พิคฟอร์ด ก็เหนียวใช้ได้ ทว่า อังกฤษ รักษาคลีนชีตได้แค่เกมเดียวเท่านั้น และเสียไปถึง 8 ประตู

อังกฤษ และ อันดับ 4 ฟุตบอลโลก

    5. ราฮีม สเตอร์ลิง สวมบทกองหน้านะครับ แต่ยิงไม่ได้เลยสักดอก นอกจากนี้ยังเล่นแล้วดูน่ารำคาญสายตาสุดๆ ขณะที่ มาร์คัส แรชฟอร์ด ก็สอบตกอย่างน่าเกลียด

อังกฤษ และ อันดับ 4 ฟุตบอลโลก

    6. สิ่งที่น่าจดจำอย่างหนึ่งคือดวลจุดโทษชนะเป็นครั้งแรกในพงศาวดารฟุตบอลโลก

อังกฤษ และ อันดับ 4 ฟุตบอลโลก

    7. สิ่งที่น่าจดจำอีกอย่างคือการตะบันประตูสุดสวยของ เจสซี่ ลินการ์ด

อังกฤษ และ อันดับ 4 ฟุตบอลโลก

    8. สุดท้ายได้แค่อันดับ 4 ในเกมที่ผู้จัดการทีมจัดตัวผู้เล่นแบบครึ่งๆ กลางๆ คือถ้าจะเอาก็ควรส่งตัวจริงลงทั้งหมด ถ้าไม่เอาก็ควรให้ตัวสำรองลงทั้งหมด เพราะต่อให้แพ้ก็ไม่เสียฟอร์ม

    "บอ.บู๋"