Friday, August 12, 2022
Friday, August 12, 2022
Homeฟุตบอลต่างประเทศพรีเมียร์ลีกถ้าไม่ใช่แมนฯซิตี้-ลิเวอร์พูล!ทีมไหนบ้างมีโอกาสซิวแชมป์พรีเมียร์ลีก

ถ้าไม่ใช่แมนฯซิตี้-ลิเวอร์พูล!ทีมไหนบ้างมีโอกาสซิวแชมป์พรีเมียร์ลีก

แมนฯ ซิตี้ กับ ลิเวอร์พูล ได้รับการคาดหมายว่าจะเป็นเพียงสองทีมที่ได้แย่งแชมป์ พรีเมียร์ลีก ซีซั่นหน้ากันอีกตามเคย

จากห้าซีซั่นที่ผ่านมา เป๊ป กวาร์ดิโอล่า พา เรือใบสีฟ้า คว้าแชมป์ไปครองมากถึงสี่ครั้ง และปล่อยให้ เจอร์เก้น คล็อปป์ นายใหญ่ หงส์แดง สมหวังแค่ครั้งเดียวเท่านั้น

ด้วยเหตุนี้ ซีซั่น 2022/23 จึงถูกกะเก็งว่าจะเป็นเรื่องของม้าสองตัวอีกตามเคยโดยเฉพาะอย่างยิ่งแชมเปี้ยนได้ เออร์ลิ่ง ฮาแลนด์ กองหน้าทีมชาติ นอรเวย์ มาร่วมทัพ ขณะที่รองแชมป์ตอบโต้ด้วยการเซ็นสัญญากับ ดาร์วิน นูนเญซ หัวหอกทีมชาติ อุรุกวัย ซึ่งสอยตาข่ายพาทีมหยิบโทรฟี่ คอมมิวนิตี้ ชิลด์ ไปเชยชมเป็นประเดิม

แต่อย่างที่บอก หากไม่นับสองยักษ์ใหญ่ เราลองมาส่องถึงความเป็นไปได้กันดูว่าพอจะมีสักกี่ทีมที่อาจได้ลุ้นแย่งแชมป์ พรีเมียร์ลีก ในซีซั่นหน้า

-เชลซี

อันดับซีซั่นก่อน : 3

นักเตะย้ายเข้า : ราฮีม สเตอร์ลิ่ง (50 ล้านปอนด์) , คาลิดู คูลิบาลี่ (23 ล้านปอนด์)

นักเตะย้ายออก : อันโตนิโอ รือดิเกอร์ (ฟรี) , อันเดรียส คริสเตนเซ่น (ฟรี) , แดนนี่ คริงค์วอเตอร์ (ฟรี) , โรเมลู ลูกากู (ยืม)

เชลซี เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ภายในสโมสรหลังจาก ท็อดด์ โบลีห์ เศรษฐีอเมริกันเข้ามาเทคโอเวอร์แทนที่ โรมัน อบราโมวิช เจ้าสัวชาว รัสเซีย ที่พาทีมประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูง

แม้จะประสบกับความยุ่งยาก โบลีห์ ก็จัดแจงคว้า ราฮีม สเตอร์ลิ่ง มาจากทีมแชมป์ พรีเมียร์ลีก ได้ แต่พวกเขายังต้องควานหาตัวแทนของ โรเมลู ลูกากู กันต่อหลังจากกองหน้าผิวสีถูกปล่อยให้ อินเตอร์ มิลาน สโมสรเก่าใน เซเรียอา ยืมตัวเนื่องจากสตาร์ร่างยักษ์มีปัญหากับกุนซือ โธมัส ทูเคิ่ล

อันที่จริง มีอยู่ช่วงหนึ่งเมื่อซีซั่นก่อนที่ สิงห์บลูส์ รั้งตำแหน่งจ่าฝูงด้วย แต่เข้าสู่ครึ่งซีซั่นหลังเศรษฐีลอนดอนก็ฟอร์มตก และหากไม่มีตัวแทน ลูกากู ก็หมายความว่า ทูเคิ่ล จะต้องพึ่งพา ไค ฮาแวร์ตซ์ กับ คริสเตียน พูลิซิช

ยิ่งไปกว่านั้น คีย์แมนในเกมรับอย่าง อันโตนิโอ รือดิเกอร์ ก็อำลาสังเวียนแข้ง สแตมฟอร์ด บริดจ์ ไปแล้ว แต่ยังดีที่พวกเขาได้ คาลิดู คูลิบาลี กัปตันทีมชาติ เซเนกัล มาเสียบแทน

-สเปอร์ส

อันดับซีซั่นก่อน : 4

นักเตะย้ายเข้า : อีวาน เปริซิช (ฟรี) ,เฟรเซอร์ ฟอร์สเตอร์ (ฟรี) , อีฟส์ บิสซูม่า (35 ล้านปอนด์) , ริชาร์ลิซอน (60 ล้านปอนด์) , เกลม็องต์ ลองเลต์ (ยืม) , เฌด สเปนซ์ (20 ล้านปอนด์)

นักเตะย้ายออก : สตีเว่น เบิร์กไวจ์น (26 ล้านปอนด์) , แจ็ค คลาร์ก (10 ล้านปอนด์)

หลังจากออกสตาร์ตซีซั่นก่อนได้อย่างกระท่อนกระแท่น สเปอร์ส ก็มีผลงานที่กระเตื้องขึ้นเมื่อแต่งตั้งให้ อันโตนิโอ คอนเต้ คุมทีมจนกระทั่งพวกเขาคว้าโควต้าฟุตบอล แชมเปี้ยนส์ลีก ได้สำเร็จ

ด้วยเหตุนี้ นายใหญ่สัญชาติมะกะโรนีจึงได้งบช็อปปิ้งแบบไม่อั้นดังจะเห็นว่า ไก่เดือยทอง จ่ายเงิน 60 ล้านปอนด์แลกกับ ริชาร์ลิซอน ดาวยิงทีม เอฟเวอร์ตัน แม้ดาวเตะแซมบ้าไม่มีทางสอดแทรกเป็นตัวจริงในทีมได้ก็ตาม

นอกจากนี้ บิสซูม่า ก็ถูกเพิ่มเติมเข้ามาในแดนกลางร่วมกับ เปริซิช สตาร์โครแอตซึ่งมีผลงาน 8 ประตูกับ 7 แอสซิสต์ในทีม อินเตอร์ มิลาน เมื่อซีซั่นที่ผ่านมา

ขณะเดียวกัน อย่าลืมว่า คอนเต้ เคยพาทีม ยูเวนตุส ซิวแชมป์ลีกมาแล้วเช่นเดียวกับ เชลซี และ อินเตอร์ ฉะนั้นแล้วการเสริมทัพในซัมเมอร์นี้ของ ไก่เดือยทอง จึงถูกจับตามองว่าพวกเขาอาจเป็นมือที่สามต่อการแย่งแชมป์ พรีเมียร์ลีก ของสองยักษ์ใหญ่ก็เป็นได้

-อาร์เซน่อล

อันดับซีซั่นก่อน : 5

นักเตะย้ายเข้า : มาร์กินญอส (3 ล้านปอนด์) ,ฟาบิโอ ริเอร่า (30 ล้านปอนด์) , แม็ตต์ เทอร์เนอร์ (8 ล้านปอนด์) , กาเบรียล เชซุส (45 ล้านปอนด์) , โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้ (30 ล้านปอนด์)

นักเตะย้ายออก : คอนสแตนตินอส มาฟโรปานอส (ไม่เผย) , อเล็กซองด์ ลากาแซ็ตต์ (ฟรี) , มัตเตโอ เกนดูซี่ (9 ล้านปอนด์)

แฟนบอล อาร์เซน่อล น่าจะต้องการให้ซีซั่นใหม่เปิดฉากในวันนี้พรุ่งนี้เลยเนื่องจากสโมสรเสริมทัพได้อย่างจัดจ้านดีแท้ต่อการพยายามคว้าอันดับท็อปโฟร์ หรืออาจมองสูงไปถึงเป้าหมายที่ใหญ่กว่านั้นก็ได้

ดังจะเห็นว่า มิเกล อาร์เตต้า ลงทุนดึง เชซุส มาจาก แมนฯ ซิตี้ และเหมือนว่าดาวยิงแซมบ้าจะตอบแทน เดอะ กันเนอร์ส ได้อย่างรวดเร็วเกินคาดตั้งแต่เกมปรีซีซั่นเลยทีเดียว

เท่านั้นไม่พอ ซินเชนโก้ ยังย้ายจาก เรือใบสีฟ้า ตามมาสมทบอีกราย แล้วไหนทีมเมืองหลวงยังมีการเปลี่ยนให้ มาร์ติน โอเดการ์ด รับบทกัปตันคนใหม่อีกต่างหากหลังจาก ลากาแซ็ตต์ กลับบ้านเกิดไปร่วมทีม ลียง อีกรอบ

ถึงตรงนี้ มันจึงขึ้นอยู่กับว่าทีมพลังหนุ่มจาก เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม เก๋าพอที่จะยืนระยะหรือเปล่าเท่านั้นหลังจากซีซั่นก่อนพวกเขาแผ่วปลายจนหลุดจากอันดับท็อปโฟร์อย่างไม่น่าเชื่อ

-แมนฯ ยูไนเต็ด

OSLO, NORWAY – JULY 30: The Manchester United team (Back Row L-R: David de Gea, Anthony Elanga, Diogo Dalot, Harry Maguire, Anthony Martial, Victor Lindelof. Front Row L-R: Scott McTominay, Tyrell Malacia, Fred, Marcus Rashford, Bruno Fernandes) lines up ahead of the pre-season friendly match between Manchester United and Atletico Madrid at Ullevaal Stadion on July 30, 2022 in Oslo, Norway. (Photo by Ash Donelon/Manchester United via Getty Images)

อันดับซีซั่นก่อน : 6

นักเตะย้ายเข้า : ไทเรลล์ มาลาเซีย (13 ล้านปอนด์) , คริสเตียน เอริคเซ่น (ฟรี) , ลิซานโดร มาร์ติเนซ (55 ล้านปอนด์)

นักเตะย้ายออก : ดีน เฮนเดอร์สัน (ยืม) , เอดินสัน คาวานี่ (ฟรี) , ฆวน มาต้า (ฟรี) , ปอล ป็อกบา (ฟรี) , เจสซี่ ลินการ์ด (ฟรี) , ลี แกรนท์ (รีไทร์) , เนมานย่า มาติช (ฟรี) , อันเดรียส เปเรยร่า (10 ล้านปอนด์)

ซีซั่นนี้นับเป็นวาระครบรอบ 10 ปีแล้วที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้แชมป์ พรีเมียร์ลีก มาครอบครองเป็นครั้งสุดท้ายโดยมี เอริค เทน ฮาก เข้ามาสืบทอดเพื่อพยายามพาทีมกลับคืนสู่ความยิ่งใหญ่เฉกเช่นยุคทองของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน หลังจาก ราล์ฟ รังนิก คุมทีมจบซีซั่นก่อนในอันดับหก พร้อมทั้งพาทีมเก็บแต้มได้น้อยที่สุดในประวัติศาสตร์การทำศึก พรีเมียร์ลีก ของสโมสร

ยิ่งไปกว่านั้น ผีแดง ยังเสียนักเตะที่หมดสัญญาไปพร้อมๆกันหลายราย แม้จะได้ตัว เอริคเซ่น จอมทัพเลือดเดนส์มาเสริมแบบฟรีๆ

ขณะเดียวกัน ปัญหาในรั้ว โอลด์ แทรฟฟอร์ด ยังรอการแก้ไขอีกเพียบทั้งตำแหน่งกัปตันที่ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ โดนแฟนบอล ผีแดง โห่ใส่ไม่เลิกแม้กุนซือดัตช์จะยืนยันไม่เปลี่ยนตัวผู้นำก็ตาม

นอกจากนี้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดาวยิงคนสำคัญยังก่อหวอดหวังย้ายสโมสรด้วยแม้จะลงเล่นเกมปรีซีซั่นเป็นนัดแรกของตัวเองที่เสมอกับ ราโย บาเยกาโน่ ไปแล้วก็ตามซึ่งทั้งหมดนี้จะเป็นบทพิสูจน์ฝีมืออดีตโค้ชทีม อาแจ็กซ์ ว่าแกร่งพอที่จะประคับประคองทีมไปได้อย่างตลอดรอดฝั่งหรือเปล่า

RELATED ARTICLES
- Advertisment -

Most Popular

Recent Comments