5 ประเด็นร้อน โครเอเชียส่งอังกฤษเข้าชิง(ที่3)

5 ประเด็นร้อน โครเอเชียส่งอังกฤษเข้าชิง(ที่3)

เป็นเกมที่ทีมชาติอังกฤษเริ่มต้นได้อย่างเหมือนฝันก่อนที่ตอนจบจะกลายเป็นฝันร้ายของเหล่าแข้งและแฟนๆสิงโตคำราม สุดท้ายต้องรอคอยแชมป์โลกสมัยที่สองต่อไปอย่างน้อยอีก 4 ปี

เรามาดูกันว่าในเกมที่ผ่านมา จะมีประเด็นที่น่าสนใจอะไรบ้าง ไปดูกันได้เลย

    1. เริ่มต้นได้เหมือนฝัน

5 ประเด็นร้อน โครเอเชียส่งอังกฤษเข้าชิง(ที่3)

    สิงโตคำรามชิงขึ้นนำโครเอเชีย ได้ตั้งแต่ต้นเกม จากลูกฟรีคิกของคีแรน ทริปเปียร์ ซึ่งจากนั้นอะไรๆก็ดูเหมือนจะเป็นใจให้กับอังกฤษ โดยเฉพาะในครึ่งแรกมีโอกาสจะทำประตูเพิ่มได้หลายครั้งแต่จังหวะสุดท้ายกลับไม่เฉียบคมกันเอง

    อย่างไรก็ดี ในครึ่งหลัง กลับกลายเป็นฝั่งตาหมากรุกที่แก้เกมมาได้เป็นอย่างดี ครองเกมได้ดีกว่า จนมาได้ประตูตีเสมอจากอิวาน เปริซิซ และจากนั้นเกมก็ตกกลายเป็นของเหล่าแข้งโครแอตอย่างสิ้นเชิง

    2. ลูกเซตพีซ ไม่ได้ผล

5 ประเด็นร้อน โครเอเชียส่งอังกฤษเข้าชิง(ที่3)

    จริงอยู่ที่ประตูแรกของอังกฤษ ได้มาจากลูกเซต พีซ แต่จุดเด่นที่เขาเคยเล่นงานคู่แข่งจนได้ 8 ประตูในฟุตบอลโลก2018 กลับใช้ไม่ได้ผลในเกมนี้โดยเฉพาะจังหวะลูกเตะมุม 

    ซลัตโก้ ดาลิช ทำการบ้านมาอย่างดีในการรับมือลูกโด่งของอังกฤษ และตัดไฟแต่ต้นลมโดยการบีบไม่ให้สิงโตคำรามได้เล่นลูกเตะมุมมากนัก ซึ่งผลที่ออกมาคือทีมชาติอังกฤษ ได้ลูกเตะมุมตลอด 120 นาที เพียง 4 ครั้งเท่านั้น

    ยิ่งในช่วงต่อเวลา ผู้เล่นที่เป็นตัวเตะฟรีคิก สามคนอย่าง แอชลี่ย์ ยัง, คีแรน ทริปเปียร์ และ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ต้องออกจาสนามไปหมด ทำให้ช่วงท้ายเกมที่ทีมได้ลุ้นจากลูกฟรีคิก ไม่ได้ลุ้นอะไรเลย

    3. แรชฟอร์ดไม่ตอบโจทย์ 

5 ประเด็นร้อน โครเอเชียส่งอังกฤษเข้าชิง(ที่3)

    ฟอร์มของราฮีม สเตอร์ลิ่ง ในทัวร์นาเมนต์นี้โดยกระแสวิจารณ์ในทางลบเป็นส่วนใหญ่ ถึงแม้เขาจะมีประโยชน์ในการใช้ความเร็วปั่นป่วนคู่แข่ง แต่จังหวะในพื้นที่สุดท้ายกลับตัดสินใจได้ไม่ดีเท่าไหร่

    หลังถูกตีเสมอ แกเร็ธ เซาธ์เกต เลือกที่จะถอดปีกจากแมนฯซิตี้ ออก โดยส่งมาร์คัส แรชฟอร์ด กองหน้าจากแมนฯยูไนเต็ด ลงมาเพื่อหวังจะทำลายแนวรับโครเอเชีย อย่างไรก็ตาม การลงมาของเจ้าหนูแรชนั้น กลับทำได้ไม่ดีกว่าสเตอร์ลิ่ง เลย หนำซ้ำยังดูจะมีประโยชน์น้อยกว่าปีกเรือใบอีกด้วย

    บางทีการได้เห็นฟอร์มแรชฟอร์ด ในเกมนี้แล้ว ทำให้สเตอร์ลิ่ง ดูเก่งขึ้นมาทันที..

    4. กึ๋นของสองกุนซือ

5 ประเด็นร้อน โครเอเชียส่งอังกฤษเข้าชิง(ที่3)

    หากจะตัดเกรดคะแนนในตัวกุนซือของทั้งสองทีม ต้องบอกเลยว่า กุนซือฝั่งอังกฤษ สอบตกอย่างสิ้นเชิง ส่วนกุนซือโครแอตนั้น ผ่านฉลุยแบบไม่ต้องสงสัย

    ในขณะที่ทีมนำ 1-0 เซาธ์เกตเลือกที่จะให้อังกฤษ เน้นรับตามแบบฉบับของตัวเอง ซึ่งพอโดนตีเสมอ 1-1 แทนที่จะเปิดเกมรุกเพื่อขู่ฝั่งตรงข้ามบ้าง แต่สิงโตคำรามกลับต้องเล่นเกมรับมากกว่าเดิม โดยไม่สามารถทำเกมบุกใส่ตาหมากรุกได้เลย ยิ่งพื้นที่แดนกลางจากที่ต้นเกมดูเหนือกว่าแต่พอเล่นไปเรื่อยๆ ก็ตกเป็นรองอย่างชัดเจน โดยที่แผงมิดฟิลด์ ไม่สามารถสร้างสรรค์เกมได้เลย ซึ่งการเปลี่ยนตัวของเซาธ์เกตในแดนกลางที่ส่ง เอริค ดายเออร์ ลงมาแทน จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ก็ไม่ส่งผลอะไรได้ดีขึ้น ซึ่งในจุดนี้น่าคิดว่า ในตอนนั้นเซาธ์เกต หวังเปลี่ยนดายเออร์ลงมาเพื่อจะยิงจุดโทษ เร็วขนาดนั้นเลยหรือ?
    
    ฝั่งซลัตโก้ ดาลิช แม้เริ่มต้นเกมตกเป็นรองอังกฤษ โดยเฉพาะหัวใจของทีมอย่างลูก้า โมดริช ที่วันนี้ดูจะฟอร์มตก แต่ในครึ่งหลังเขาปรับสไตล์การเล่นของทีมโดยเน้นไปที่การขึ้นเกมทางริมเส้นทั้งสองฝั่ง โดยใช้ความสามารถของอีวาน เปริซิช และอันเต้ เรบิช คอยป่วนนแอชลี่ย์ ยัง และทริปเปียร์ ซึ่งประตูตีเสมอก็มาจากการเจาะทางริมเส้นที่ ซิเม่ เวอร์ซัลจ์โก้ ครอสบอลมาในกรอบเขตโทษให้กับ เปริซิช ยิงเข้าประตูไป

    5. เกมที่เหลืออีกหนึ่งนัด

5 ประเด็นร้อน โครเอเชียส่งอังกฤษเข้าชิง(ที่3)

    แม้จะไม่ได้เข้าชิงชนะเลิศ แต่ยังเหลือโปรแกรมให้อังกฤษ ลงเล่นอีกหนึ่งนัด ในเกมชิงอันดับที่ 3 น่าสนใจว่า เซาธ์เกตจะเลือกใช้ตัวผู้เล่นอย่างไร จะยังใช้ผู้เล่นชุดเดิมอีกนรึเปล่า หรือจะเปิดโอกาสให้บรรดาตัวสำรองลงมายืดเส้นยืดสาย
    
    ส่วนโครเอเชีย 3 เกมรอบน็อกเอาท์ที่ผ่านมา พวกเขาต้องเล่นกันถึง 120 นาที ทุกเกม แน่นอนว่าย่อมทำให้บรรดาแข้งตัวหลักรายหลายต้องอาการอ่อนล้ากันมาก แต่ถ้าเรื่องของจิตใจแล้ว แข้งโครแอตไม่มีความอ่อนล้าอย่างแน่นอน

อีกหนึ่งช่องทางในการติดตามข่าวสาร
Add friend ที่ @Siamsport
เพิ่มเพื่อน
Getty Images

[ ไม่อนุญาตให้คัดลอกรูปภาพหรือนำไปเผยแพร่รูปภาพต่อไม่ว่าวิธีใดๆ ถ้าฝ่าฝืนมีความผิดตามกฎหมายที่ระบุไว้สูงสุด ]