3จุดสำคัญตัดสินเกมฝรั่งเศสปะทะเบลเยียม

3จุดสำคัญตัดสินเกมฝรั่งเศสปะทะเบลเยียม

เปิด 3 จุดสำคัญที่อาจเป็นตัวตัดสินเกมว่า ฝรั่งเศส กับ เบลเยียม ใครจะเป็นฝ่ายเข้ารอบชิงชนะเลิศ ฟุตบอลโลก 2018

ทีมชาติฝรั่งเศส จะลงเตะกับทีมชาติเบลเยียม ในศึกฟุตบอลโลก 2018 รอบรองชนะเลิศ คู่แรก คืนวันอังคารที่ 10 กรกฎาคมนี้

    ขณะที่ เมโทร สื่อดังของอังกฤษ วิเคราะห์ว่า มี 3 จุดสำคัญที่อาจตัดสินว่าทีมไหนจะได้ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ ไปพบกับผู้ชนะระหว่าง อังกฤษ กับ โครเอเชีย

    1. เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ปะทะ เควิน เดอ บรอยน์ 

3จุดสำคัญตัดสินเกมฝรั่งเศสปะทะเบลเยียม


    ทั้งคู่จะได้ดวลกันในแดนกลาง โดย ก็องเต้ เป็นกำลังสำคัญของ ฝรั่งเศส ในการตัดเกมของคู่แข่ง ขณะที่ เดอ บรอยน์ เป็นหัวใจในเกมรุกของเบลเยียม 

    ก็องเต้ ได้รับคำยกย่องอย่างมากในทัวร์นาเมนต์นี้ หลังจากที่วิ่งพล่านไปทั่วสนามได้อย่างไม่มีหมด และช่วยลดภาระให้กับกองหลังเพื่อนร่วมทีม

    ขณะที่ เดอ บรอยน์ ก็เริ่มมีฟอร์มที่น่ากลัวมากขึ้นเรื่อยๆ โดยในรอบ 8 ทีมสุดท้าย เป็นคนยิงประตูสุดงามให้ เบลเยียม เอาชนะเต็งแชมป์อย่าง บราซิล มาได้สำเร็จ

    หาก ก็องเต้ สามารถหยุดการเดินเกมของ เดอ บรอยน์ เอาไว้ได้ก็มีโอกาสที่ ฝรั่งเศส จะเป็นฝ่ายคว้าชัย แต่ถ้าหยุดไม่อยู่ เบลเยียม ก็มีสิทธิ์เข้าไปถึงรอบชิงชนะเลิศ 

    2. ราฟาเอล วาราน ปะทะ เอแด็น อาซาร์ 

3จุดสำคัญตัดสินเกมฝรั่งเศสปะทะเบลเยียม


    วาราน กองหลังทีมชาติฝรั่งเศส เป็นนักเตะอีกคนที่ทำผลงานได้เยี่ยมในฟุตบอลโลกครั้งนี้ โดยนอกจากมีความเร็ว, แข็งแกร่ง, และยืนตำแหน่งได้ดีแล้ว ยังอันตรายในการขึ้นไปโหม่งทำประตูเวลาที่ทีมได้ลูกตั้งเตะอีกด้วย  

    ด้าน อาซาร์ แสดงให้เห็นแล้วว่า มีฟอร์มยอดเยี่ยมขนาดไหน หลัง เบลเยียม เก็บชัยมาได้ทุกนัด โดยเฉพาะเกมที่ผ่าน บราซิล มาได้นั้น เพลย์เมกเกอร์ เชลซี ได้สร้างสถิติใหม่ขึ้นมาด้วยการเลี้ยงบอลหลบคู่แข่งได้ถึง 10 ครั้ง และสำเร็จ 100 เปอร์เซ็นต์อีกด้วย โดยถือเป็นคนแรกที่ทำได้นับตั้งแต่เริ่มมีการบันทึกสถิติเมื่อปี 1966 

    หาก วาราน ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ประกบ อาซาร์ เขาก็มีความเร็วและพละกำลังที่จะสู้ได้แน่ อย่างไรก็ตาม เขาไม่สามารถปล่อยให้แข้งเบลเจี้ยน หลุดพ้นจากสายตาไปได้แม้แต่วินาทีเดียว

    3. ดีดิเย่ร์ เดส์ช็องส์ ปะทะ โรเบร์โต้ มาร์ติเนซ 

3จุดสำคัญตัดสินเกมฝรั่งเศสปะทะเบลเยียม


    นี่คือการสู้กันของกุนซือทั้งสองฝั่ง โดยหากใครวางแผนและแก้เกมได้ดีกว่าก็มีสิทธิ์ที่จะพาทีมของตัวเองทะลุไปถึงนัดชิงชนะเลิศ 

    เดส์ช็องส์ ทำทีมชาติฝรั่งเศส ให้มีความสมดุลทั้งรุกและรับ โดยสามารถเค้นฟอร์มเก่งของลูกทีมออกมาได้ โดยเฉพาะ คิลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ กองหน้าดาวรุ่ง และ ปอล ป็อกบา กองกลาง แมนฯ ยูไนเต็ด 

    ด้าน มาร์ติเนซ ก็ทำให้ทีมมีความสมดุลเช่นกัน รวมทั้งแสดงให้เห็นถึงการตัดสินใจแก้เกมได้อย่างยอดเยี่ยม อย่างในรอบ 16 ทีมสุดท้าย ที่โดน ญี่ปุ่น นำ 2-0 ก็ส่ง นาเซอร์ ชาดลี่ และ มารูยาน เฟลไลนี่ มาเล่นลูกกลางอากาศใส่คู่แข่ง  ก่อนพลิกกลับมาชนะ 3-2 
 

อีกหนึ่งช่องทางในการติดตามข่าวสาร
Add friend ที่ @Siamsport
เพิ่มเพื่อน