ตัดเชือกบอลโลก!ฝรั่งเศสดวลเดือดเบลเยี่ยม,จัด 'กรีซมันน์' วัดคม 'อาซาร์'

ตัดเชือกบอลโลก!ฝรั่งเศสดวลเดือดเบลเยี่ยม,จัด 'กรีซมันน์' วัดคม 'อาซาร์'

เดินทางมาถึงรอบสี่ทีมสุดท้าย..."ตราไก่" ฝรั่งเศส เตรียมส่ง อองตวน กรีซมันน์ ปิดสกอร์ เกมพบ "ปีศาจแดง-ดำแห่งยุโรป" เบลเยียม ที่มี เอแด็น อาซาร์ พร้อมล่าตาข่าย ลุ้นระทึกได้ในศึกฟุตบอลโลก (รอบรองชนะเลิศ) คืนวันอังคารที่ 10 ก.ค. ศกนี้ ถ่ายทอดสด : TrueSport HD3, True4U, AmarinTV และ TV5 เวลา : 01.00 น.

ปรีวิวฟุตบอลโลก 2018
(รอบรองชนะเลิศ)
วันอังคารที่ 10 กรกฎาคม 2561
ฝรั่งเศส   -   เบลเยียม
ถ่ายทอดสด
: TrueSport HD3, True4U, AmarinTV และ TV5 เวลา : 01.00 น.

สนาม : เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก สเตเดี้ยม, เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก, ประเทศรัสเซีย (สนามกลาง)


    ทีมชาติฝรั่งเศส จะปะทะ เบลเยียม ในฟุตบอลโลก 2018 รอบรองชนะเลิศ ที่ เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก สเตเดี้ยม ซึ่งมีความจุ 64,468 ที่นั่ง อยู่ใน เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก ประเทศ รัสเซีย
    
    ดีดิเย่ร์ เดส์ชองส์ เซเล็กซิยอนเนอร์ทีมชาติฝรั่งเศส วัย 49 ปี นำทีมไม่แพ้ 9 เกมติดต่อกัน (ชนะ 7 เสมอ 2) และไม่แพ้ 9 นัดหลังสุดในฟุตบอลโลก

ตัดเชือกบอลโลก!ฝรั่งเศสดวลเดือดเบลเยี่ยม,จัด 'กรีซมันน์' วัดคม 'อาซาร์'

     ผลงานในรอบ 8 ทีมสุดท้าย ฝรั่งเศส ชนะ อุรุกวัย 2-0 ที่ นิซนี่ นอฟโกรอด สเตเดี้ยม, นิซนี่ นอฟโกรอด เมื่อวันศุกร์ที่ 6 กรกฎาคม โดย ตราไก่ ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศ เป็นครั้งที่ 6 ในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก  (1958, 1982, 1986, 1998, 2006, 2018)

    เดส์ชองส์ ได้ชื่อว่าเป็นเทรนเนอร์ที่คุมทีมชาติฝรั่งเศส มากที่สุดที่จำนวน 81 เกม  (ชนะ 51, เสมอ 15, แพ้ 15) หลังจากเขาคุมทีมมาตั้งแต่ปี 2012 เขาชนะสถิติของ เรย์มงด์ โดเมเน็ค อดีตกุนซือเลส์ เบลอส์ ที่คุมทีม 79 นัด ชนะ 41 เสมอ 24 แพ้ 14 ระหว่างปี 2004 - 2010

    เวลานี้ เลส์ เบลอส์ ฟูลทีม ได้ แบลส มาตุยดี้ มิดฟิลด์สารพัดประโยชน์พ้นโทษแบน 1 นัด และ เบนฌาแม็ง เมนดี้ แบ็กซ้ายหายเจ็บหัวเข่ากลับมาฝึกซ้อมได้แล้ว

ตัดเชือกบอลโลก!ฝรั่งเศสดวลเดือดเบลเยี่ยม,จัด 'กรีซมันน์' วัดคม 'อาซาร์'

    ขณะที่ เบนฌาแม็ง ปาวาร์ แบ็กขวาตัวหลักหายเจ็บกล้ามเนื้อต้นขาซ้าย พร้อมลงสนาม และ ฌิบริล ซิดิเบ้ แบ็กขวา โมนาโก หายเจ็บข้อเท้าขวา กลับมาฝึกซ้อมได้ตามปกติ

    เดส์ชองส์ จะใช้แผนการเล่น 4-2-3-1 เหมือนเดิม แบลส มาตุยดี้ กลับมายืนมิดฟิลด์ฝั่งซ้ายเคียงข้าง คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ และ อองตวน กรีซมันน์ ซึ่งทั้ง เอ็มบั๊ปเป้ กับ กรีซมันน์ ต่างยิงไปแล้วคนละ 3 ประตู นำดาวซัลโวร่วมของตราไก่ ในศึกนี้ โดยมี โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ทำหน้าที่กองหน้าตัวเป้า

    ทางด้าน โรเบร์โต้ มาร์ติเนซ กุนซือชาวสเปนของเบลเยียมนำทีมพลิกล็อกโค่น บราซิล ทีมเต็งแชมป์ 2-1 ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย ที่ คาซาน อารีน่า, คาซาน เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดย เบลเยียม ไม่แพ้ 23 เกมติดต่อกัน และพวกเขาผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศ ฟุตบอลโลก เป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ปี 1986

ตัดเชือกบอลโลก!ฝรั่งเศสดวลเดือดเบลเยี่ยม,จัด 'กรีซมันน์' วัดคม 'อาซาร์'

    นัดนี้ทีมขาด โธมัส เมอนิเย่ร์ วิงแบ็กกราบขวาติดโทษแบน 1 นัด จากการสะสมใบเหลือง 2 ใบ และจะเป็น นาเซอร์ ชาดลี่ ลงเล่นแทน พร้อมกับที่ แยน แฟร์ตองเก้น เล่นทางฝั่งซ้าย ในระบบการเล่น 3-4-3 ตามเดิม

ตัดเชือกบอลโลก!ฝรั่งเศสดวลเดือดเบลเยี่ยม,จัด 'กรีซมันน์' วัดคม 'อาซาร์'

    ส่วน เควิน เดอ บรอยน์, โรเมลู ลูกากู, เอแด็น อาซาร์ กัปตันทีม ประสานงานร่วมกันในแดนหน้า

    
รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม
    ฝรั่งเศส : อูโก้ โยริส (กัปตันทีม) - เบนฌาแม็ง ปาวาร์, ราฟาแอล วาราน, ซามูแอล อุมติตี้, ลูกัส แอร์กน็องเดซ - เอ็นโกโล่ ก็องเต้, ปอล ป็อกบา - คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้, อองตวน กรีซมันน์, แบลส มาตุยดี้ - โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์

    เบลเยียม : ติโบต์ กูร์กตัวส์ - โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์, แว็งซ็องต์ ก็องปานี, โธมัส แฟร์มาเล่น - นาเซอร์ ชาดลี่, มารูยาน เฟลไลนี่, อักเซล วิตเซล, แยน แฟร์ตองเก้น - เควิน เดอ บรอยน์, โรเมลู ลูกากู, เอแด็น อาซาร์ (กัปตันทีม)

    ผู้ตัดสิน : อันเดรส คุนญ่า (อุรุกวัย)

ข้อมูลเพิ่มเติมที่น่าสนใจ
- คู่นี้เคยเจอกันในฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย 2 ครั้ง โดยฝรั่งเศสซิวชัยรวดทั้ง 3-1 รอบแรกปี 1938 และต่อเวลาเฉือน 4-2 นัดชิงอันดับ 3 ปี 1986
- นับเฉพาะเกมทางการคู่นี้เจอกัน 11 นัด ฝรั่งเศสชนะ 5 (รวมต่อเวลา 1) เบลเยียมชนะ 3 เสมอ 3
- 8 นัดหลังสุดที่เจอกันเป็นเกมกระชับมิตรทั้งหมด ฝรั่งเศสชนะ 3 เสมอ 3 เบลเยียม ชนะ 2
- ทว่า 3 เกมเจอกันครั้งสุด เบลเยียมชนะ 1 เสมอ 2 ไม่แพ้เลยตั้งแต่เปิดบ้านเสียท่า 0-2 จากประตู ซิดเน่ย์ โกวู กับ หลุยส์ ซาฮา เมื่อ 18 ก.พ. 2004
- รวมการเจอกันทั้งหมด 19 นัด ฝรั่งเศสชนะ 8 เบลเยียมชนะ 5 เสมอ 6 ฝรั่งเศสยิง 36 เบลเยียมยิง 24
- ฝรั่งเศสไร้พ่ายใน 9 เกมฟุตบอลโลกหลังสุด (รวมรอบคัดเลือก) ชนะ 7 เสมอ 2 ตั้งแต่แพ้สวีเดน 1-2 เมื่อ 9 มิ.ย. 2017
- นับเฉพาะเกมฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย ฝรั่งเศส ชนะ 4 เสมอ 1 ใน 5 นัดหลังตั้งแต่แพ้เยอรมัน 0-1 ในรอบก่อนรองชนะเลิศ เวิลด์ คัพ 2014 เมื่อ 4 ก.ค. 2014
- ฝรั่งเศสไร้พ่ายตลอด 9 เกมหลังรวมทุกถ้วย (ชนะ 7 เสมอ 2) ตั้งแต่อุ่นแข้งแพ้โคลอมเบีย 2-3 เมื่อ 23 มี.ค. ที่ผานมา
- เบลเยียมชนะรวดใน 10 เกมฟุตบอลโลกหลังสุด (รวมรอบคัดเลือก) นับจากสะดุดเปิดบ้านเสมอกรีซ 1-1 ในรอบคัดเลือก เมื่อ 25 มี.ค. 2017
- เบลเยียมชนะรวดใน 7 เกมหลังรวมทุกถ้วย ตั้งแต่เปิดบ้านอุ่นแข้งเสมอโปรตุเกส 0-0 เมื่อ 3 มิ.ย. ที่ผ่านมา
- นับเฉพาะเกมฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย เบลเยียมชนะรวด 5 นัด ตั้งแต่แพ้อาร์เจนตินา 0-1 ในรอบก่อนรองชนะเลิศ เวิลด์ คัพ 2014 เมื่อ 5 ก.ค. 2014
- 8 จาก 9 เกมฟุตบอลโลกหลังสุด (รวมรอบคัดเลือก) ของเบลเยียม มีการยิงประตูรวมเกินนัดละ 2.5 ประตู
- เบลเยียมยิงอย่างน้อย 2 ประตู ใน 9 จาก 10 เกมฟุตบอลโลกหลังสุด (รวมรอบคัดเลือก)
- เบลเยียมไร้พ่ายตลอด 24 เกมหลังรวมทุกถ้วย (ชนะ 19 เสมอ 5) ตั้งแต่อุ่นแข้งแพ้สเปน 0-2 เมื่อ 1 ก.ย. 2016 หรือเกมแรกในยุค โรเบร์โต้ มาร์ติเนซ


อันดับดาวซัลโวฟุตบอลโลก 2018 (ล่าสุด)
6 ประตู - แฮร์รี่ เคน (อังกฤษ)
4 ประตู - โรเมลู ลูกากู (เบลเยียม), คริสเตียโน่ โรนัลโด้ (โปรตุเกส), เดนิส เชอริเชฟ (รัสเซีย)
3 ประตู - เยร์รี่ มีน่า (โคลอมเบีย), คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ (ฝรั่งเศส), อองตวน กรีซมันน์ (ฝรั่งเศส), ดีเอโก้ คอสต้า (สเปน), เอดินสัน คาวานี่ (อุรุกวัย), อาร์เตม ซิวบา (รัสเซีย)

อีกหนึ่งช่องทางในการติดตามข่าวสาร
Add friend ที่ @Siamsport
เพิ่มเพื่อน
Getty Images

[ ไม่อนุญาตให้คัดลอกรูปภาพหรือนำไปเผยแพร่รูปภาพต่อไม่ว่าวิธีใดๆ ถ้าฝ่าฝืนมีความผิดตามกฎหมายที่ระบุไว้สูงสุด ]