วิเคราะห์ 3 กองหลังทีมชาติอังกฤษ ทำอย่างไรถึงได้ลงตัว

วิเคราะห์ 3 กองหลังทีมชาติอังกฤษ ทำอย่างไรถึงได้ลงตัว

ถึงตอนนี้ไม่มีใครปฏิเสธว่าทั้ง"วอล์คเกอร์-สโตนส์-แม็คไกวร์" คือสามประสานแนวรับที่แข็งแกร่งอย่างยิ่งของทีมชาติอังกฤษในฟุตบอลโลก 2018 ในสกู๊ปนี้เราจะมาวิเคราะห์กันว่าเพราะเหตุใดทั้งสามคนคือฟันเฟืองสำคัญให้สิงโตคำรามผงาดในทัวร์นาเม้นต์นี้

     แม้ระบบหลังสาม จะไม่ใช่เรื่องใหม่ในวงการฟุตบอล แต่มันก็ห่างหายจากวงการฟุตบอลไปนาน จนอันโตนิโอ คอนเต้ เข้ามาปลุกระบบนี้ให้กลับมาคืนชีพอีกครั้งและพาเชลซี ผงาดแชมป์พรีเมียร์ลีกเมื่อสองฤดูกาลที่แล้ว ต่อเนื่องด้วยเป๊ป กวาร์ดิโอล่า ก็ใช้ระบบนี้เป็นหลักที่พาแมนฯซิตี้ กลับมาทวงแชมป์ลีกได้สำเร็จ

    และสำหรับอังกฤษ ระบบแผงหลังสามคน ก็ไม่ใช่สิ่งที่แปลกใหม่แต่อย่างใด เพราะในยุค 90 สิงโตคำราม ก็ใช้ระบบนี้ ในรายการ ฟุตบอลโลก 1990 ยุคของเซอร์ บ็อบบี้ ร็อบสัน และครั้งสุดท้ายคือในยุคของเกล็น ฮ็อดเดิ้ล ในบอลโลก ฟร้องซ์98

    ทีนี้เรามาดูกันว่า ในปัจจุบันนั้น หน้าที่ของทั้งวอล์คเกอร์-สโตนส์-แม็คไกวร์ แต่ละรายหน้าที่เป็นอย่างไร

วิเคราะห์ 3 กองหลังทีมชาติอังกฤษ ทำอย่างไรถึงได้ลงตัว

    แฮร์รี่ แม็คไกวร์ 

วิเคราะห์ 3 กองหลังทีมชาติอังกฤษ ทำอย่างไรถึงได้ลงตัว

    เจ้าของส่วนสูง 192 ซม. บวกกับน้ำหนักเกือบ 100 กิโลกรัม แม็คไกวร์เปรียบเสมือนยักษ์ปักหลั่นบนแนวรับของอังกฤษที่คอยป้องกันแนวรุกฝ่ายตรงข้ามจากทุกทิศทุกทาง

    ไม่เพียงแต่ลูกกลางอากาศที่โดดเด่นในการเล่นเกมรับแล้ว กลับกันยามที่ทีมเป็นฝ่ายทำเกมบุกการเล่นลูกโด่งของแนวรับจากเลสเตอร์ก็เป็นปัจจัยสำคัญในการเข้าทำ โดยเฉพาะเขามักจะเป็นตัวชงให้กับเพื่อนบริเวณเสาสองรวมถึงยังสามารถทำประตูเองได้ด้วยในเกมกับสวีเดนที่ผ่านมา

    มันคงไม่ยุติธรรมนักหากจะบอกว่าแม็คไกวร์มีดีเพียงแค่การใช้หัว เขาเป็นกองหลังอีกคนหนึ่งที่สามารถพาบอลขึ้นเกมเองได้อย่างที่เห็นบ่อยๆกับสุนัขจิ้งจอก

    หากเปรียบหน้าที่ของแม็คไกวร์ ก็เหมือนกำแพงอิฐที่ช่วยป้องกันผู้บุกรุก ซึ่งกำแพงนี้เป็นกำแพงที่ใหญ่เอามากๆ

    สถิติ : แฮร์รี่ แม็คไกวร์ เอาชนะลูกกลางอากาศได้ 33 ครั้งในฟุตบอลโลกครั้งนี้ ซึ่งมีค่าเฉลี่ย 6.8 ครั้งต่อเกม

    จอห์น สโตนส์ 

วิเคราะห์ 3 กองหลังทีมชาติอังกฤษ ทำอย่างไรถึงได้ลงตัว

    หากแม็คไกวร์ คือกล้ามเนื้อของแผงหลังอังกฤษ จอห์น สโตนส์ ก็เหมือนกับมันสมองที่คอยสั่งการในแนวรับ

    การเล่นระบบหลังสามนั้น จำเป็นต้องมีคนที่คอยควบคุมและมีการครอบครองบอลที่ดี และสโตนส์ ก็สามารถตอบโจทย์ข้อนี้ได้ โดยเขามีเป็นคนที่ผ่านบอลมากที่สุดของทีมชาติอังกฤษที่ 339 ครั้ง ซึ่งผ่านบอลสำเร็จถึง 319 ครั้งเลยทีเดียว

    บ่อยครั้งที่เห็นสโตนส์ เป็นผู้ที่ลำเลียงบอลขึ้นมาทำเกมบุกเอง ซึ่งเป็นจุดเด่นของเขา นอกจากจะสามารถใช้เท้าได้ดีแล้วเรื่องลูกกลางอากาศของสโตนส์ก็มีดีไม่แพ้กัน ทั้งสโตนส์และแม็คไกวร์ คือคีย์แมนในเกมเล่นลูกเซตพีซ ที่อังกฤษใช้เป็นลูกทีเด็ดประจำรายการนี้

    สถิติ : จอห์น สโตนส์ มีเปอร์เซ็นผ่านบอลสำเร็จ 94.1% ในฟุตบอลโลก 2018 มากที่สุดในทีมชาติอังกฤษ นับเฉพาะผู้ที่ได้ลง 2 เกมขึ้นไป

    ไคล์ วอล์คเกอร์

วิเคราะห์ 3 กองหลังทีมชาติอังกฤษ ทำอย่างไรถึงได้ลงตัว

    ขณะที่สโตนส์และแม็คไกวร์ ขึ้นสูงในจังหวะเล่นลูกเซต พีซ หน้าที่ของวอล์เกอร์ คือคอยยืนเป็นคนสุดท้ายเพื่อระวังการเล่นจังหวะโต้กลับของฝ่ายตรงข้าม

    ทุกคนรู้ดีว่า ตำแหน่งที่เขาเล่นอยู่ในตอนนี้ไม่ใช่ตำแหน่งที่ถนัดของเขา การที่ตัวเองถนัดในตำแหน่งฟูลแบ็คแล้วต้องมายืนเป็นกองหลังตัวกลางย่อมไม่ใช่งานที่ง่ายนัก

    เพียงเกมแรกกับตูนีเซีย วอล์คเกอร์ก็ก่อความผิดพลาดด้วยการยืนตำแหน่งไม่ดีจนทำให้ทีมต้องเสียลูกจุดโทษแต่หลังจากนั้นเขาก็ทำได้ดีขึ้นเรื่อยๆในตำแหน่งนี้

    การมีเขาอยู่ในฝั่งขวาของแนวรับ สามารถช่วยให้คีแรน ทริปเปียร์ เติมเกมรุกได้แบบไม่พะวงหลังมากนัก เพราะยามใดที่วิงแบ็คจากสเปอร์สเสียตำแหน่ง จะมีวอล์คเกอร์ ไปช่วยบนพื้นที่ว่างเสมอซึ่งจุดเด่นที่เขาสามารถไปปกคลุมพื้นที่ว่างได้นั้น คือความเร็วที่เขามี โดยมีการวัดความเร็วของวอล์คเกอร์ด้วยว่าเขามีความเร็วถึง 33.52 กม./ชม. ซึ่งเร็วที่สุดของทีมชาติอังกฤษ ในเวิลด์ คัพ 2018

    ไม่เพียงแต่ช่วยเรื่องของเกมรับแล้ว วอล์เกอร์ยังสามารถช่วนเรื่องเกมบุก ซึ่งเขามีมีสถิติการผ่านบอลเข้าพื้นที่สุดท้าย 26 ครั้ง มีเพียงจอร์แดน เฮนเดอร์สัน เท่านั้นที่ทำได้มากกว่าเขา(37 ครั้ง)

    สถิติ : ไคล์ วอล์เกอร์ สามารถแย่งบอลคืนจากฝ่ายตรงข้ามได้ 28 ครั้งในฟุตบอลโลก 2018 มากที่สุดของทีมชาติอังกฤษชุดนี้

อีกหนึ่งช่องทางในการติดตามข่าวสาร
Add friend ที่ @Siamsport
เพิ่มเพื่อน
Getty Images

[ ไม่อนุญาตให้คัดลอกรูปภาพหรือนำไปเผยแพร่รูปภาพต่อไม่ว่าวิธีใดๆ ถ้าฝ่าฝืนมีความผิดตามกฎหมายที่ระบุไว้สูงสุด ]