ฟุตบอลยูโร 2018

ฟุตบอลยูโร 2018

ในที่สุด ฟุตบอลโลกที่แดนหมีขาวก็กลายพันธุ์ไปเป็นฟุตบอลยูโรแทนมันซะอย่างนั้น

    ก็ดูเอาซะ สี่ทีมที่รอเล่นในรอบตัดเชือกมีทีมจากทวีปอื่นซะที่ไหนนอกจากทีมในยุโรป

    จึงแน่นอนว่าฟุตบอลโลกคราวนี้ แชมป์โลกจะเป็นทีมของฝรั่งอั้งม้อไม่ว่าจะเป็นฝรั่งเศส , เบลเยี่ยม , โครเอเชีย หรือว่าอังกฤษก็ตาม

    แต่จากการออกราคาต่อรองของบริษัทรับพนัน เป็นที่เชื่อว่าคู่ชิงดำในปีนี้จะได้แก่ตราไก่กับสิงโตคำรามซึ่งทั้งสองชาตินี้ต่างก็เคยได้แชมป์โลกมาแล้ว

    แต่ถ้าเผอิญแชมป์โลกคราวนี้เป็นทีมหน้าใหม่ที่ไม่เคยได้สัมผัสกับโทรฟี่ใบเขื่องอย่างปีศาจแดงแห่งยุโรป หรือว่าทีมตาหมากรุกก็ถือว่าร้านรับพนันหน้าแหกกันไป 

    ถึงอย่างนั้นก็เถอะ มันไม่ใช่เรื่องที่น่าเซอร์ไพส์อะไรเลยหากสถานการณ์จะเป็นอย่างนั้นเนื่องจากฟุตบอลลูกกลมๆมันจะกลิ้งไปทางไหนก็ได้ไม่มีใครรู้

    อย่างคราวนี้ ทีมเจ้าภาพอย่างรัสเซียมีผลงานที่ดีเกินห้ามใจซึ่งถือว่าผิดไปจากที่หลายคนคาดเอาไว้ในเมื่อหมีขาวมีฟอร์มที่ไม่เอาอ่าวเอาทะเลแม้แต่น้อยตลอดการอุ่นแข้งที่ผ่านมา

    แต่บางที การได้แรงเชียร์เหนือใครในฐานะทีมเจ้าถิ่น จึงอาจช่วยทำให้รัสเซียระเบิดฟอร์มได้อย่างน่าประทับใจจนทำเอาใครต่อใครเริ่มคิดกันไปไกลว่าบางทีเจ้าภาพอาจผงาดไปถึงตำแหน่งแชมป์โลกก็เป็นได้

    ถึงกระนั้น สุดท้ายพวกเขาก็มาแพ้การดวลลูกโทษให้กับโครเอเชียอย่างน่าเสียดาย  และทำให้ทีมตาหมากรุกกลายเป็นทีมที่น่าเกรงขามขึ้นมาโดยพลันหากเกมมีอันต้องยืดเยื้อเนื่องจากพวกเขาผ่านเกมแบบนี้มาก่อนแล้วเช่นกันกับเดนมาร์คในรอบ 16 ทีม

    แต่ก็นั่นแหละ โครเอเชียถูกมองว่าจะจอดป้ายในรอบตัดเชือกเนื่องจากสภาพร่างกายของนักเตะกรอบเป็นข้าวเกรียบ และอ่อนล้ากว่าทีมเมืองผู้ดี

    พูดถึงอังกฤษ จะบอกว่าทีมของแกเร็ธ เซาธ์เกตเฮงที่มากับดวงก็น่าจะได้เพราะขณะที่หลายๆทีมเจองานยาก สิงโตคำรามแทบไม่ได้ต่อกรกับทีมยักษ์ใหญ่เลยในทัวร์นาเมนต์นี้

    ส่วนเกมแพ้เบลเยี่ยมในรอบแรก หากจะนับรวมไปด้วยก็คงใช่ที่ในเมื่อทั้งสองทีมผ่านเข้ารอบไปแล้ว และปรับทัพโรเตชั่นนักเตะกันแบบอุตลุด

    และอย่างที่บอก เข้ามาถึงรอบตัดเชือกนัดดวลกับโครเอเชีย อังกฤษก็ยังถูกมองว่ามีเกรดที่เหนือกว่าอยู่ดี

    เผลอๆจึงเป็นไปได้ไม่น้อยที่ทรี ไลอ้อนส์จะทะยานเข้าไปถึงรอบชิงชนะเลิศ แต่จะเป็นฝรั่งเศสหรือว่าเบลเยี่ยมที่เป็นคู่ชิงดำของพวกเขาก็ต้องรอดูกัน

     อย่างไรก็ดี ผ่านมาถึงรอบนี้แล้ว ไม่ว่าทีมไหนก็ย่อมต้องเชื่อมั่นในโอกาสของตัวเองมากเป็นธรรมดา

    แต่ในฐานะโฮม ออฟ ฟุตบอล อังกฤษจึงหวังกับตำแหน่งแชมป์โลกในปีนี้มากที่สุดหลังจากพวกเขารอคอยมานานแสนนาน และต้องอกหักอย่างซ้ำซากซ้ำแล้วซ้ำอีก

    อันที่จริงในศึกฟุตบอลโลกครั้งนี้ ไม่มีใครมองมาที่อังกฤษเลยด้วยซ้ำเนื่องจากศักยภาพของนักเตะยังเทียบชั้นกับบรรดาทีมยักษ์ใหญ่ไม่ได้ แล้วไหนกุนซืออย่างเซาธ์เกตก็ออกจะมีชื่อชั้นที่ต่ำต้อย

    แต่แล้วหลังผลการจับสลากปรากฏออกมา มันกลายเป็นว่าทีมเมืองผู้ดีได้อยู่ในสายอ่อน แถมเข้าสู่รอบน็อคเอาท์แต่ละรอบก็เอาตัวรอดไปจากทีมระดับพระกาฬทั้งเยอรมัน , อาร์เจนติน่า , บราซิล และ ฯลฯ ที่กลับบ้านเร็วไปได้เรียบวุธ

    ถึงอย่างนั้นก็เถอะ อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิดไม่ว่าสุดท้ายแล้วที่ไหนที่จะได้แชมป์โลกไปเชยชมก็ตาม

                                                                                      ธีระ