8 พิโรธ โกรธแล้วซอยยิก

8 พิโรธ โกรธแล้วซอยยิก

ศึก เวิลด์ คัพ ฉบับน้องหมีซอยยิกมาถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายแล้วนะครับ

    ก่อนฟุตบอลโลก 2018 จะเปิดฉากฟาดแข้ง ผมทำตัวเป็นพ่อหมอพยากรณ์บนหน้ากระดาษแห่งนี้ว่า 8 ทีมที่จะทะลุเข้าสู่รอบควอร์เตอร์ไฟนั่ลน่าจะประกอบไปด้วย อุรุกวัย, ฝรั่งเศส, บราซิล, เบลเยียม, สเปน, อาร์เจนตินา, เยอรมัน และอังกฤษ

    ปรากฏว่าไม่มาตามคำทำนาย 3 ทีม คือ สเปน, อาร์เจนตินา และ เยอรมัน ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นทีมใหญ่ที่เคยคว้าแชมป์โลกมาแล้วทั้งนั้น

    ส่วนทีมที่เข้ามาแทน 3 ทีมนั้นประกอบด้วย สวีเดน, โครเอเชีย และเจ้าภาพอย่าง รัสเซีย ซึ่งถือว่าพลิกความคาดหมายพอสมควร

    เท่านั้นไม่พอทั้ง 3 ทีมนี้อยู่สายล่างทั้งหมด ซึ่งนั่นหมายความต่อมาว่าในศึกฟุตบอลโลกหนนี้จะต้องมี 1 ทีมที่ไม่เคยผ่านเข้าชิง หรือไม่ได้ผ่านเข้าชิง หรือเคยได้แชมป์เมื่อนานแสนนานมาแล้วอย่าง อังกฤษ เข้าไปสู่รอบชิงชนะเลิศ

    ...ว่าแล้วมาดูกันดีกว่าว่ามันจะเป็นอย่างไร หากพวกเขาได้แชมป์โลก

8 พิโรธ โกรธแล้วซอยยิก

    1. บราซิล

    นี่คือมหาอำนาจแห่งฟุตบอลโลกของแท้ที่เคยกะซวกแชมป์มาแล้วมากที่สุดถึง 5 สมัย แต่ไม่น่าเชื่อเหมือนกันว่าพวกเขาไม่เคยเป็นแชมป์ในบ้านตัวเองเลย ทั้งที่เคยเป็นเจ้าภาพมาถึง 2 ครั้ง 

    พลพรรคแซมบ้าคือ "เต็งหนึ่ง" ที่จะคว้าแชมป์ด้วยรูปแบบการเล่น ฟอร์มการเล่น และตัวผู้เล่นระดับอ๋อง เรียกว่าองค์ประกอบครบถ้วนเหมาะสมกับตำแหน่งแชมป์สมัยที่ 6 แบบไม่ขัดเขิน

    แชมป์โลกครั้งล่าสุดของ บราซิล เกิดขึ้นเมื่อ 16 ปีที่แล้ว ซึ่งสำหรับทีมนี้ถือว่านานจนเกิดรอเลยทีเดียว โดยเส้นทางสู่ดวงดาวสีแดงค่อนข้างหนักหนาสาหัสมิใช่เบานะครับ เพราะต้องเอาชนะทีมรวมดาราอย่าง เบลเยียม ให้ได้เสียก่อน แถมอาจต้องเจอทีมที่ตัวเองแพ้ทางอย่าง ฝรั่งเศส ในรอบตัดเชือกอีกต่างหาก กว่าจะตะลุยไปถึงนัดชิง

    ทุกครั้งที่ บราซิล คว้าแชมป์โลก พวกเขามักมีดาวเด่นอย่างน้อย 1 คนที่โชว์ฟอร์มเปรี้ยงปร้าง ยกตัวอย่าง เปเล่, โรมาริโอ, เบเบโต้, โรนัลโด้, ริวัลโด้ และ โรนัลดินโญ่

    เนย์มาร์ จึงอาจถีบตูดตัวเองเข้าไปอยู่ในทำเนียบเดียวกับดาวเตะรุ่นลุง รุ่นน้า และรุ่นพี่ของตัวเองเหล่านี้ แถมหากระเบิดฟอร์มสุดยอดออกมา และสามารถถล่มตาข่ายประตูได้อย่างต่อเนื่อง ดาวเตะค่าตัวแพงที่สุดในเมืองมนุษย์ผู้นี้ก็มีโอกาสคว้ารางวัล "บัลลงดอร์" อีกต่างหาก

    อย่างไรก็ตาม หาก บราซิล คว้าแชมป์ได้สำเร็จ มันคงไม่ใช่เรื่องที่แปลกใหม่ และไม่มีอะไรน่าแปลกใจ

    เพราะแชมป์โลกเป็นสิ่งที่คู่กับทีมชาติบราซิลอยู่แล้ว

8 พิโรธ โกรธแล้วซอยยิก

    2. ฝรั่งเศส

    พลพรรค "เลส เบลอส์" เคยผ่านเข้าชิงมาแล้ว 2 สมัย โดยคว้าแชมป์ได้สำเร็จ 1 ครั้งตอนที่ตัวเองเป็นเจ้าภาพ เมื่อ 1998

    สังเกตได้ว่าในประวัติศาสตร์ลูกหนังของทีมชาติฝรั่งเศสที่เคยคว้าแชมป์รายการใหญ่ๆ มาแล้วทั้งหมด 3 ครั้ง คือแชมป์โลก 1998 และแชมป์ยุโรป 1984 กับ 2000 โดยทั้ง 3 ครั้ง พวกเขาต้องมีดาวเตะคนหนึ่งที่สปนาตัวเองเป็น "จอมทัพ" ระดับนโปเลียนลูกหนังอย่าง มิเชล พลาตินี่ และ ซีเนดีน ซีดาน

    แล้วถามว่าดาวเด่นของ ฝรั่งเศส ใน เวิลด์ คัพ ขบวนนี้คือใคร?

    ขอบอกว่าไม่ใช่ อองตวน กรีซมันน์ แต่ท่านผู้ชมทางบ้านอย่างกลับผมมองว่าดาวรุ่งพุ่งกระฉูดแตกแล้วแหกชิมิวัยแค่ 19 ขวบอย่าง คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ คือดาวเด่นคนนั้น หลังจากฟอร์มการเล่นเริ่มร้อนแรงและทะลุนรกขึ้นตามลำดับ

    อย่าลืมว่าฟุตบอลโลกมักจะสร้างดาวดวงใหม่มาประดับการแข่งขันเสมอ

8 พิโรธ โกรธแล้วซอยยิก

    3. อุรุกวัย

    ทีมชาติที่มีสมญาเป็นภาษาอังกฤษว่า "สกายบลู" เคยได้แชมป์มาแล้ว 2 สมัย เพียงแต่มันบังเกิดขึ้นในฟุตบอลโลก ยุคโบราณตั้งแต่ปี 1930 กับ 1950 ที่ตอนโน้นการชิงชัยมันยังไม่เข้มข้นและดุดันขนาดนี้

    ดังนั้นหากพวกเขาคว้าแชมป์ได้สำเร็จจึงอนุโลมว่าเป็นทีมหน้าใหม่ได้เหมือนกัน

    ทีเด็ดของ อุรุกวัย อยู่ที่คู่กองหน้าระดับตีนพระกาฬอย่าง เอดิสัน คาวานี่ และ หลุยส์ ซัวเรซ แต่คงเป็นเรื่องยากที่จะฝากความหวังของคนทั้งชาติไว้ที่ดาวเตะเพียง 2 คนนี้ที่ไม่ใช่เทวดา

    สมมุติว่าพวกเขาคว้าแชมป์โลกได้สำเร็จ 

    บางทีตอนรับโทรฟี่ หลุยส์ ซัวเรซ อาจสร้างความฮือฮาระดับโลกตะลึงด้วยการใช้ฟันหน้ามหาประลัยบรรจงแทะมันต่อหน้าประธานฟีฟ่า...ก็...เป็น...ได้ !!!

8 พิโรธ โกรธแล้วซอยยิก

    4. เบลเยียม 

    "ปีศาจแดงแห่งยุโรป" ไม่เคยมีเกียรติประวัติระดับทวีปหรือระดับโลกเลยนะครับ

    แต่ขอประทานโทษ เบลเยียม ชุดนี้ได้ชื่อว่าเป็น เบลเยียม ยุค "โกลเดน เจเนอเรชั่น" ที่อุดมด้วยนักเตะระดับดาวดังในทุกขุมกำลังมากที่สุดในประวัติศาสตร์  

    ข้อเสียอย่างเดียวของพวกเขาคือจิตใจที่ยังไม่เยือกเย็นพอจึงมักจะหลุดวงโคจรแบบง่ายๆ อย่างไม่มีเหตุผล และไม่ต้องการความเข้าใจใดๆ ทั้งสิ้น

    อย่างไรก็ตาม

    หากพวกเขาสามารถผ่านด่านอรหันต์อย่าง บราซิล ในรอบ 8 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ บางทีฟุตบอลโลกครั้งนี้อาจมีแชมป์หน้าใหม่เป็นทีมที่ 9 ในประวัติศาสตร์

8 พิโรธ โกรธแล้วซอยยิก

    5. โครเอเชีย

    ทีมจากยุโรปตะวันออกไม่เคยพุ่งชนความสำเร็จบนเวทีใหญ่ที่สุดอย่างฟุตบอลโลกเลยนะครับ 

    สำหรับทีมตาหมากรุกชุดนี้ หากนำไปเทียบกับชุดที่เข้ารอบตัดเชือก ก่อนได้อันดับ 3 เมื่อ 1998 ขอบอกว่าพวกเขายังเป็นรองทีมชุดนั้นเรื่องขุมกำลัง แต่เส้นทางเข้าสู่รอบชิงฯ ที่ มอสโก กลับสะดวกกว่า เพราะมีแค่ รัสเซีย กับผู้ชนะระหว่าง สวีเดน กับ อังกฤษ ที่เป็นอุปสรรค ซึ่งถือว่าพอฟัดพอเหวี่ยง

    หาก โครเอเชีย คว้าแชมป์โลกได้สำเร็จ เวิลด์ คัพ ครั้งนี้คงจะมีความแปลกประหลาดมิใช่น้อย เพราะจัดเป็นทีมหน้าใหม่และเป็นทีมจากยุโรปตะวันออกทีมแรกที่คว้าแชมป์ 

    มิซ้ำพวกเขายังไม่ใช่ทีมที่ดีที่สุดในทัวร์นาเมนต์นี้อีกต่างหาก ขณะที่ "จอมทัพ" อย่าง ลูก้า โมดริช มีสิทธิ์ลุ้นรางวัลบัลลงดอร์กับเขาเหมือนกัน 

8 พิโรธ โกรธแล้วซอยยิก

    6. รัสเซีย

    บันทึกว่าในศึกฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายทั้ง 20 ครั้งที่ผ่านมา เจ้าภาพคว้าแชมป์ไปทั้งหมดแค่ 6 ครั้งเท่านั้นนะครับ 

    สำหรับเจ้าภาพทีมล่าสุดที่คว้าแชมป์คือ ฝรั่งเศส ในปี 1998 โดยนับแต่นั้นเป็นต้นมาก็ไม่เคยมีเจ้าภาพทีมไหนทำได้อีก

    ในฐานะที่เป็นเจ้าภาพ - รัสเซีย ได้เปรียบเสียงเชียร์ สภาพแวดล้อม และแน่นอนว่าผู้ตัดสิน แม้ฟุตบอลโลกหนนี้จะใช้เทคโนโลยี "ตาวิเศษ" ที่เรียกว่า "วีเออาร์" เข้ามาช่วยผดุงความยุติธรรมก็ตาม

    เหนือสิ่งอื่นใด พวกเขามีดาวเตะพิเศษที่เพียบด้วยพลังอำนาจอย่าง วลาดิเมียร์ ปูติน คอยหนุนหลังทำให้อะไรก็เกิดขึ้นได้

    คิดง่ายๆ ครับว่าก่อนฟุตบอลโลก 2018 จะเริ่มต้นขึ้น ฟอร์มการเล่นของเจ้าภาพนั้นห่วยแตกสิ้นดี แต่พอถึงเวลากลับเล่นดีขึ้นแบบผิดหูผิดตา

    ข้อสันนิษฐานคือก่อนหน้านั้นมันเป็นแค่เกมอุ่นเครื่อง โค้ชและผู้เล่นตระหนักดีว่ามันไม่ได้มีความหมายอะไรมากกว่าการทดสอบฝีเท้า และทดลองระบบหรือรูปแบบการเล่น

    ต่อเมื่อฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายเดินทางมาถึงจึงต้องเอาจริง ซึ่งหากคว้าแชมป์ได้สำเร็จก็จะเป็นการประกาศแสนยานุภาพแห่งความยิ่งใหญ่ของอาณาจักรรัสเซียเลยทีเดียว

8 พิโรธ โกรธแล้วซอยยิก

    7. สวีเดน

    "ไวกิ้ง" เคยเข้าชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกมาแล้ว 1 ครั้ง ตอนที่ตัวเองเป็นเจ้าภาพ เมื่อ 1958 นอกจากนี้ยังเคยทะลุเข้าไปถึงรอบตัดเชือกในศึก เวิลด์ คัพ เมื่อ 1994

    ผู้เล่นของ สวีเดน ชุดนี้ไม่มีนักเตะระดับดาวดัง แถมตะเกียกตะกายมาเล่นในศึกฟุตบอลโลกที่ รัสเซีย ด้วยการ "เพลย์ออฟ" ซะด้วย ทว่ากลับเป็นหนึ่งใน 8 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จแบบไม่มีใครคาดคิด

    อืมมมม...นะ ดาวดังก็ไม่มีกับเขา รูปแบบการเล่นก็แข็งๆ ทื่อๆ เน้นเกมรับเหนียวแน่นและดูน่าเบื่อซะมากกว่า หากทีมแบบนี้ได้แชมป์ ถือเป็นการปฏิวัติวงการลูกหนังครั้งยิ่งใหญ่เลยทีเดียว

    ว่าแล้วก็ขออย่าให้เป็นเช่นนั้นเลย!

8 พิโรธ โกรธแล้วซอยยิก

    8. อังกฤษ 

    ประเทศอังกฤษคือเจ้าของหยดอสุจิคุงผู้ให้กำเนิดเกมลูกหนัง

    แต่อนิจจา

    สิงโตคำรามเคยสัมผัสตำแหน่งแชมป์โลกเพียงแค่ครั้งเท่านั้นเดียวตอนตัวเองเป็นเจ้าภาพ เมื่อ 52 ปีที่แล้ว!

    เท่านั้นไม่พอ

    ประเทศที่ได้ชื่อว่าเป็นบ้านของฟุตบอลดันเคยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกเพียงแค่ครั้งเดียว...ซะอย่างนั้น ว่าแล้วขออนุญาตใช้พื้นที่แห่งนี้ประณาม "ฟีฟ่า" ว่าเป็นภาษาอิงลิชว่า "Yer Dad Dead" หรือ "พ่อมึงตาย" ทำไมพวกมึงถึงได้ใจร้ายไส้ระกำกับประเทศที่ให้กำเนิดเกมลูกหนังถึงเพียงนี้

    สำหรับพลพพรรคสิงโตคำรามชุดนี้ ถือว่าไม่ใช่ทีมที่ดีสักเท่าไหร่ เฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อเทียบกับยุคทองที่อุดมด้วยดาวดังอย่าง เดวิด เบ็คแฮม, สตีเว่น เจอร์ราร์ด, แฟร้งค์ แลมพาร์ด, ไมเคิ่ล โอเว่น และ เวย์น รูนี่ย์ ขณะที่ฟอร์มการเล่นก็งั้นๆ แหละ ไม่ได้น่าขามเกรงอะไรมากมาย แต่กลับโชคดีมิใช่น้อยที่พระเจ้ามอบทางสะดวกสู่รอบชิงชนะเลิศเอาไว้ให้

    ดูเหมือนตอนนี้กองเชียร์สิงโตคำรามจะมีความเชื่อมั่นลึกๆ ว่ามันถึงเวลาแล้วที่ทีมชาติของพวกเขาจะประกาศศักดาแห่งการเป็นต้นตำรับลูกหนัง นั่นจึงเป็นที่มาของสโลแกนที่ว่า "It's coming home"

    ลองคิดดูนะครับว่าถ้า อังกฤษ คว้าแชมป์โลก 2018 ได้สำเร็จ วงการฟุตบอลมันจะคึกคักมากขึ้นขนาดไหน?

    

8 พิโรธ โกรธแล้วซอยยิก

    ทีนี้ถามว่าทั้ง 8 ทีมที่ผ่านเข้ามาถึงรอบควอร์เตอร์ ไฟนั่ล คอลัมนิสต์ลูกหนังผู้มีอาการทางจิตเล็กน้อยอย่างผมอยากเห็นทีมไหนคว้าแชมป์โลกมากที่สุด?

    สารภาพตามตรงเลยแล้วกันว่าผมอยากให้ อังกฤษ นี่แหละคว้าแชมป์มากที่สุด เพราะตั้งแต่เกิดมาจากท้องพ่อท้องแม่ยังไม่เคยเห็นพวกเขาประสบความสำเร็จในระดับนี้ แถมผูกพันกับฟุตบอลอังกฤษเหมือนเป็นญาติสนิทอีกต่างหาก

    ปัญหาคือผมดันไปมีหุ้นกับทีมชาติบราซิลเอาไว้ว่าพวกเขาจะเป็นแชมป์โลกในอัตรา 5-1 น่ะซี่ย์ย์ย์

    แต่ไม่เป็นไร ขอให้ อังกฤษ ได้แชมป์ก็แล้วกัน

    กูยอม

    -บอ.บู๋-