ฟุตบอลโลก 2026 : ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของวงการลูกหนัง

ฟุตบอลโลก 2026 : ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของวงการลูกหนัง

เป็นที่แน่นอนแล้วว่าทั้ง สหรัฐอเมริกา, เม็กซิโก และ แคนาดา เป็นสามชาติที่จับมือร่วมกันเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก 2026 หลังชนะโมร็อกโก ด้วยผลโหวตจากสมาชิกฟีฟ่า 134 ต่อ 65 เสียง ซึ่งทำให้เป็นครั้งแรกที่มือเจ้าภาพถึง 3 ชาติ หลังก่อนหน้านี้มี ญี่ปุ่น-เกาหลีใต้ ร่วมเป็นเจ้าภาพในปี 2002

    ก่อนอื่นต้องย้อนไปก่อนว่า ทั้งอเมริกา และเม็กซิโก ต่างเคยเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกมาแล้ว ในปี 1970 (เม็กซิโก) ,1986 (เม็กซิโก) และ 1994 (อเมริกา) 

ฟุตบอลโลก 2026 : ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของวงการลูกหนัง

    อย่างชื่อหัวเรื่องที่บอกไป นี่คือความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของฟุตบอลโลกอีกครั้ง ที่จะมีเจ้าภาพสามชาติเป็นครั้งแรก อีกทั้งยังจะมีการเพิ่มทีมในรอบสุดท้ายจากเดิม 32 ทีม เป็น 48 ทีม 

    นับเป็นการเพิ่มทีมครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1998 ซึ่งในตอนนั้นมีการเพิ่มทีมจาก 24 ทีม จากบอลโลก 1994 มาเป็น 32ทีม ในฟร้องซ์ 98 และจากนั้นมาในรอบสุดท้ายก็มี 32 ทีม จนได้ฤกษ์เป็น 48 ทีม ในปี 2026 นี่แหละ 

    ถามว่าการเพิ่มทีมอีก 16 ทีม จะแบ่งกลุ่มในรอบสุดท้ายกันอย่างไร?

    ก็จะแบ่งเป็น 16 กลุ่มกลุ่มละ 3 ทีม โดยจะเอาสองทีมที่ดีสุดของแต่ละกลุ่มผ่านไปเล่นรอบน็อกเอาท์ โดยในรอบน็อกเอาท์นี้ก็จะมี 32 ทีม 

    อีกคำถามหนึ่งคือจะมีการคัดเลือกจากแต่ละทวีปอย่างไร แล้วไทยจะมีโอกาสผ่านไปเล่นบอลโลกเพิ่มขึ้นไหม?

    ในปัจจุบันโควต้าของแต่ละทวีปคือ 

    แอฟริกา 5 ทีม    เอเชีย 4 ทีมครึ่ง

    โอเชียเนีย ครึ่งทีม    ยุโรป 13 ทีม

    อเมริกาใต้ 4 ทีมครึ่ง    คอนคาเคฟ(อเมริกาเหนือ) 3 ทีมครึ่ง 

    และบวกเจ้าภาพอีกหนึ่งทีม

    ส่วนในปี 2026 ตามการคาดการณ์ คือ 

    แอฟริกา จะเพิ่มเป็น 9 ทีม    

    เอเชีย เพิ่มเป็น 8 ทีมครึ่ง

    โอเชียเนีย จากเดิมที่ต้องไปเพลย์ออฟก็จะได้สิทธิ์แบบเต็มตัว

    ยุโรป เป็น 16 ทีม

    อเมริกาใต้ 6 ทีม 

    และคอนคาเคฟที่รวมเจ้าภาพแล้ว เป็น 6 ทีมครึ่ง 

    ส่วนโอกาสที่ทีมชาติไทยจะได้ไปโม่แข้งในบอลโลกเป็นหนแรกได้หรือไม่ โอกาสก็มีเพิ่มสูงขึ้นหากวัดจากผลงานในรอบคัดเลือกที่ผ่านมาที่เราได้เข้ารอบ 12 ทีมสุดท้ายของเอเชีย ถ้าหากเตรียมตัวกันดี โอกาสที่คนไทยจะได้เห็นทัพช้างศึกไปบอลโลกก็เป็นไปได้

ฟุตบอลโลก 2026 : ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของวงการลูกหนัง

    อีกหนึ่งคำถามคือ แล้วแคนาดา หละที่แทบจะไม่เคยได้เล่นบอลโลก ซึ่งครั้งเดียวที่พวกเขาได้ไปโม่แข้งในบอลโลกคือในปี 1986 ที่เม็กซิโกเป็นเจ้าภาพ ในตอนนั้นก็แพ้สามนัดรวด และยิงใครไม่ได้เลย

    ในเรื่องนี้เองฟีฟ่าจะมีการตัดสินใจอีกทีในงาน ฟีฟ่า คอนเกรส เดือนมิถุายน 2019 ว่าจะให้ทั้งสามชาติผ่านเข้าไปเล่นรอบอัตโนมัติเลยหรือไม่ แต่คาดว่าทั้งอเมริกาและเม็กซิโก ไม่น่ามีปัญหา แต่แคนาดานี่ละสิ ต้องขึ้นอยู่กับทางฟีฟ่าแล้วว่าจะตัดสินใจอย่างไร

    - ข้ามมาที่เรื่องของการแข่งขันและสนามที่ใช้แข่งกันบ้าง 

    จากเดิม 32 ทีมจะแข่งรวมกันทั้งสิ้น 64 นัด และหลังจากเพิ่มเป็น 48 นัดแล้ว การแข่งเพิ่มขึ้นเป็น 80 เกม โดยจะใช้เวลาแข่งขันกัน 34 วัน 

    แบ่งเป็น อเมริกา จะรับหน้าที่เจ้าภาพ 60 นัด แคนาดา และ เม็กซิโก อีกชาติละ 10 นัด 

    โดยในปี 1994 ที่อเมริกา เป็นเจ้าภาพนั้น ถูกบันทึกว่าเป็นฟุตบอลโลกครั้งที่มีผู้ชมมากสุด คือ 3.6 ล้านคน จาก 52 แมตช์

    และความพร้อมของสหรัฐฯ ก็อยู่ในขั้นที่สมบูรณ์ คือมีทั้งสนามและมีระบบการเดินทางที่ดีเยี่ยม

ฟุตบอลโลก 2026 : ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของวงการลูกหนัง

    ส่วนข้อสำคัญที่ทำให้ทั้งสามประเทศ ถูกเลือกเป็นเจ้าภาพคือ มีสนามที่พร้อมจะใช้การแข่งขัน 17 สนาม ซึ่งโมร็อคโกคู่แข่งที่แย่งชิงนั้น ยังไม่มีสนามที่พร้อมใช้ในมหกรรมลูกหนังโลกนี้เลย

    จุดแข็งอีกจุดหนึ่งคือการรองรับผู้ชม สนามที่จุคนดูได้มากที่สุดคือ สนาม เอทีแอนด์ที ในดัลลาส มีความจุถึง92,000 ที่นั่ง ส่วนสนามที่จุคนดูได้น้อยสุดแต่ก็ยังเยอะอยู่ คือ สนามบีเอ็มโอ ฟิลด์ ความจุ 45,000 ที่นั่ง ณ เมืองโตรอนโต้แคนาดา

ฟุตบอลโลก 2026 : ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของวงการลูกหนัง

    ซึ่งตั้งแต่รอบ 8 ทีมสุดท้ายเป็นต้นไปจะแข่งที่ประเทศสหรัฐฯ โดยในนัดชิงชนะเลิศจะเล่นที่สนาม เม็ตไลฟ์ ณ เมืองนิวยอร์ค ที่มีความจุ 82,500 ที่นั่ง

    สำหรับเมืองที่จะจัดการแข่งขันนั้น จะใช้ทั้งสิ้น 23 เมือง คือ 3 ที่ในเม็กซิโก, 3 ที่ในแคนาดา และ 17 ที่ในอเมริกา

ฟุตบอลโลก 2026 : ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของวงการลูกหนัง

    - มาถึงเรื่องของการเดินทางละ?

    เป็นที่ทราบกันดีว่า ทั้งสามประเทศมีพื้นที่รวมกันกว้างใหญ่ไพศาลเหลือเกิน และหลายฝ่ายคงเป็นกังวลว่า ถ้าจะเดินทางไปแต่ละที่อาจต้องใช้เวลาเดินทางนานพอดู ซึ่งในเรื่องนี้จะใช้การเดินทางโดยเครื่องบินซึ่งจะทำให้อุปสรรคการเดินทางลดลงไป

    ส่วนเรื่องโซนเวลา ที่เอาแค่อเมริกาประเทศเดียวก็มีการแบ่งโซนเวลาถึง 4 โซนเข้าให้แล้ว นั่นหมายความว่าน่าจะมีช่วงเวลาการแข่งขันกัน 4 ช่วงต่อวันเลยทีเดียว

    และเนื่องจากภูมิอากาศจะแตกต่างกันมาก เช่นในเมืองเดนเวอร์ และเม็กซิโก ซิตี้ ที่เป็นพื้นที่สูง โดยในเรื่องนี้จะมีการอนุญาตให้มีการแข่งขันภายใต้สภาพแวดล้อมที่ควบคุมได้ ซึ่งน่าจะมีการเล่นในระบบปิดคือปิดหลังคานั่นเอง

    - ความสัมพันธ์ของทั้งสามชาติ ?

ฟุตบอลโลก 2026 : ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของวงการลูกหนัง

    ในเรื่องของการเมือง เป็นที่รู้กันว่านายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ มีนโยบายต่อต้านการอพยพและเคยเสนอแผนสร้างกำแพงกันชายแดนสหรัฐฯ-เม็กซิโกเพื่อสกัดกั้นการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายและยาเสพติด โดยจะให้เม็กซิโกเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายนี้ แต่ประธานาธิบดี เอนริเก เปนญา นีเอโต ของเม็กซิโก ปฏิเสธแนวคิดนี้ 

    อย่างไรก็ตามในฟุตบอลโลก 2026 ทรัมป์จะไม่ได้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของสหรัฐฯแล้วแน่นอน เพราะหากแม้ทรัมป์ จะได้รับเลือกเป็นประธานาธิปดีสมัยที่สอง วาระของเขาก็จะหมดก่อนปี 2026 อยู่ดี

    นอกจากนี้ จัสติน ทรูโด นายกรัฐมนตรีแคนาดา ก็เพิ่งโดนทรัมป์โจมตีในการประชุมกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำของโลก 7 ชาติ หรือ จี 7 

    ...

    แรงสนับสนุนในครั้งนี้ จะขาดใครไปไม่ได้เลยโดยเฉพาะเดวิด เบ็คแฮม ที่เป็นผู้อยู่เบื้องหลังผลักดันทั้งสามชาติจนได้เป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก 2026 นั่นเอง

ฟุตบอลโลก 2026 : ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของวงการลูกหนัง

เรียบเรียงจาก Sky Sport