เส้นทางสู่แชมป์โลก 2018 ภาค 1

เส้นทางสู่แชมป์โลก 2018 ภาค 1

ขอต้อนรับทุกท่านเข้าสู่บรรยากาศของฟุตบอลโลกนะครับ

    บางท่านหรือหลายท่านอาจยังไม่ทราบด้วยซ้ำว่าฟุตบอลโลก 2018 หรือศึกเวิลด์ คัพ ฉบับรัสเซีย กำลังจะเปิดฉากเผดียงแข้งกันอย่างเมามันในวันพฤหัสฯ ที่ 14 มิถุนายนนี้แล้ว เนื่องเพราะบรรยากาศมันค่อนข้างจะซึม เศร้า เหงา แฮงก์ แตกต่างจากมหกรรมลูกหนังถล่มโลกหนที่ผ่านๆ มาอย่างสิ้นเชิง จึงขอประกาศให้ทราบทั่วกันอีกครั้งว่าฟุตบอลโลก 2018 กำลังจะเริ่มต้นขึ้นในสัปดาห์นี้ โดยจะเรื่อยไปจนถึงวันที่ 15 กรกฎาคมเลยทีเดียว

    สำหรับคำถามยอดฮิตที่มาพร้อมกับศึกเวิลด์ คัพ ทุกครั้ง คือทีมใดจะเป็นแชมป์โลก ???

    นี่คือคำถามที่ผมเองก็โดนบ่อยที่สุดในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งคอลัมนิสต์ลูกหนังผู้มีอาการทางจิตเล็กน้อยอย่างผมก็มีคำตอบในใจอยู่แล้วทั้งด้วยเหตุผลเรื่องของฟุตบอลที่สามารถพิสูจน์ได้ทางวิทยาศาสตร์ และก็เหตุผลที่ไม่สามารถพิสูจน์ได้ทางวิทยาศาสตร์ คือหนักไปทาง "ความเชื่อ" ที่โปรดใช้วิจารณญาณอย่างจงหนัก

    พูดง่ายๆ ว่าผมมีหลักเกณฑ์ในการพยากรณ์ว่าทีมใดจะคว้าแชมป์โลกเป็นของตัวเอง โดยคำนึงถึงศักยภาพของแต่ละทีม และฟอร์มการเล่นเป็นหลัก ผนวกกับความเชื่อส่วนบุคคลอีกเล็กน้อย เพียงแต่หากตอบไปเลยแบบฟันธงว่าทีมใดจะผงาดง้ำค้ำโลก มันก็ดูจะห้วนและสั้นเกินไปหน่อย ว่าแล้วมาสอยกันไปทีละกลุ่มเลยดีกว่าว่าทีมใดจะผ่านเข้ารอบเป็นที่ 1 และที่ 2 ก่อนไขว้สายไปทีละรอบตามที่ฟีฟ่าได้ประกบเอาไว้เรียบร้อยแบบทีละรอบๆ ไปจนถึงนัดชิงชนะเลิศ

เส้นทางสู่แชมป์โลก 2018 ภาค 1

    กลุ่ม เอ. (ประกอบด้วย รัสเซีย, ซาอุดิอาระเบีย, อิยิปต์ และอุรุกวัย)

    เรียนตามตรงว่าผมไม่เชื่อทั้งน้ำยาและน้ำพริกของทีมเจ้าภาพเลยว่ะ

    รัสเซีย จัดเป็นเจ้าบ้านที่ขี้เหร่มากนะครับ ตัวผู้เล่นก็ดาดๆ ฟอร์มการเล่นก็ห่วยแตก แถมไม่ได้ลง "ลับแข้ง" ในรอบคัดเลือกอีกต่างหาก ส่งผลให้ไม่เจอเกมที่จริงจังและมีความหมายมาตลอด 2 ปีที่ผ่านมา 

    สิ่งเดียวที่เจ้าของบ้านได้เปรียบคือเสียงเชียร์และความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมของประเทศตัวเอง แต่มันก็คงช่วยอะไรไม่ได้สักเท่าไหร่ - ครั้นจะพึ่งพาพลังอำนาจลึกลับจากมนุษย์ผู้ตัดสินก็คงทำได้ไม่ถนัดนัก เพราะต้องไม่ลืมว่าฟุตบอลโลกหนนี้มีเทคโนโลยี "VAR" มาช่วยผดุงความยุติธรรม

    แม้คู่แข่งในกลุ่มเดียวกันจะไม่โหดสัสสำหรับ รัสเซีย มากนัก แต่ผมมองว่าพวกเขาจะกระเด็นตกรอบแรกแบบเสียน้องหมาให้เป็นที่น่าอับอายในขณะที่ อุรุกวัย ซี่งตัวผู้เล่นดูดีมีชาติตระกูลที่สุด นำโดย หลุยส์ ซัวเรซ กับ เอดิสัน กาวานี่ น่าจะผ่านเข้ารอบเป็นอันดับหนึ่งของกลุ่มได้สำเร็จ

    ส่วนอันดับ 2 ที่จะตามอุรุกวัยเข้ารอบ 16 ทีม ผมขอยกให้ทีมของน้อง "โมโม่" โมฮาเหม็ด ซาล่าห์ ก็แล้วกัน อิอิอิ

เส้นทางสู่แชมป์โลก 2018 ภาค 1

    กลุ่ม บี. (โปรตุเกส, สเปน, โมร็อคโก และอิหร่าน)

    กลุ่มนี้ค่อนข้างดูง่ายแบบไม่ต้องคิดมากให้สับสนครับ

    เพราะชาติตระกูลทางลูกหนังของ สเปน กับ โปรตุเกส เหนือกว่าอีก 2 ทีมชาติในกลุ่มเดียวกันแบบเพลงของน้องเจ้านาย บุตรชายของพี่เจ-เจตริน 

    คนละชั้นครับ - คนละชั้น

    พลพรรคกระทิงดุน่าจะคว้าแชมป์กลุ่มนี้ได้แบบไม่ระบมหัวแม่ตีนมากนัก ขณะที่แชมป์ ยูโร 2016 ที่มี คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เป็นตัวชูโรงอาจจะเหนื่อยหนัก ก่อนตามเพื่อนบ้านของตัวเองเข้าไปในรอบ 16 ทีม

เส้นทางสู่แชมป์โลก 2018 ภาค 1

    กลุ่ม ซี. (ฝรั่งเศส, ออสเตรเลีย, เปรู และเดนมาร์ก)

    แน่นอนว่ากลุ่มนี้ "เลส เบลอส์" นอนมาด้วยคุณภาพผู้เล่นที่คับตูดในทุกตำแหน่ง จึงน่าจะผ่านเข้ารอบต่อไปในฐานะทีมอันดับหนึ่งของกลุ่ม ซึ่งถือเป็นเรื่องที่จำเป็นนะครับ เพราะหากทะลึ่งหลุดเป็นอันดับ 2 อาจเจอของแข็งในรอบ 16 ทีม

    อันดับ 2 จึงต้องแย่งกันระหว่าง ออสเตรียเลีย, เปรู และเดนมาร์ก ว่าแล้วขออนุญาตตัดทีมจิงโจ้โล้สำเภาออกไปเป็นทีมแรก เพราะรอบคัดเลือกเจอกับทีมชาติไทยยังไม่มีปัญญาเอาชนะเลยครับ ขณะที่ทีมพันธุ์หนองโพก็ใช่ว่าจะไฉไลอะไรมากมาย เพียงแต่ก็ยังเหนือกว่าคู่แข่งจากอเมริกาใต้อยู่นิดๆ

    ผมให้ เดนมาร์ก ตามตูด ฝรั่งเศส เข้ารอบต่อไปครับ

เส้นทางสู่แชมป์โลก 2018 ภาค 1

    กลุ่มดี. (อาร์เจนติน่า, ไอซ์แลนด์, โครเอเชีย และไนจีเรีย)

    ถ้าดูจากชื่อชั้นและศักดิ์ศรี แน่นอนว่าทีมฟ้า-ขาวมีมากกว่าคู่แข่งร่วมกลุ่ม

    ว่าแล้วดูรายชื่อผู้เล่นในหน่วยล่าสังหารของพวกเขาที่นำมาโดย ลีโอเนล เมสซี่ นะครับ นอกจากดาวเตะจากต่างดาวยังประกอบด้วย กุน อเกวโร่, กอนซาโล่ อิกวาอิน และเปาโล ดิบาล่า แม้นเกมรับจะอุดมด้วยจุดอ่อนจะประสิทธิ์ภาพของเกมรุกจะช่วยให้ อาร์เจนติน่า พิชิตคู่แข่งได้สำเร็จ แถมจำเป็นต้องจบรอบแรกด้วยการเป็นอันดับ 1 ของกลุ่ม เพราะหากหลุดมาเป็นอันดับ 2 หมายความว่าอาจจะต้องชนกับ ฝรั่งเศส ตั้งแต่รอบ 16 ทีมน่ะซี่ย์ย์ย์

    ทางด้านของ ไอซ์แลนด์ คงมาเล่นทัวร์นาเมนต์นี้ด้วยแผน "รถบัส" แบบเต็มสูบ ซึ่งมันจะช่วยให้พวกเขาแพ้ยาก แต่ขณะเดียวกันก็คงเอาชนะคู่แข่งยาก ขณะที่ตัวผู้เล่นของ ไนจีเรีย ก็ไม่สะเด่าเหมือนก่อน ผิดกับ โครแอต ที่มีผู้เล่นประเภท "ดาวดัง" มากกว่า 

    ดังนั้น อาร์เจนติน่า กับ โครเอเชีย จะเป็นที่ 1 และที่ 2 ตามสูตรแบบไม่พลิกความคาดหมายครับ

เส้นทางสู่แชมป์โลก 2018 ภาค 1

    กลุ่ม อี. (บราซิล, สวิตเซอร์แลนด์, คอสตาริก้า และเซอร์เบีย)

    กลุ่มนี้ไม่ต้องคิดมาก เพราะเต็งแชมป์อย่างพลพรรคแซมบ้าจองอันดับ 1 ของกลุ่มตั้งแต่จับสลาก โดยไม่จำเป็นต้องบรรยายสรรพคุณ

    สิ่งที่น่าสนใจคือทีมใดจะตาม บราซิล เข้ารอบต่อไป ว่าแล้วขอตัด คอสตาริก้า ออกไปเป็นทีมแรกด้วยคุณภาพของผู้เล่น รวมถึงระบบการเล่นที่ด้อยกว่าทั้ง สวิตเซอร์แลนด์ และเซอร์เบีย

    หมายความว่าทีมนาฬิกากับพวกเซิร์บต้องตัดสินในเกมที่ปะทะกัน ซึ่งดูจากรายชื่อผู้เล่นทั้ง 2 ทีมรวมถึงสถิติเก่าๆ ในฟุตบอลโลก ผมเชื่อว่า "สวิสส์" จะตะเกียกตะกายเข้ารอบต่อไปได้สำเร็จ

เส้นทางสู่แชมป์โลก 2018 ภาค 1

    กลุ่ม เอฟ. (เยอรมัน, เม็กซิโก, สวีเดน และเกาหลีใต้)

    "เมด อิน เยอรมัน" บ่งถึงคุณภาพและมาตรฐานอย่างชัดเจนอยู่แล้ว จึงขอยกอันดับ 1 ของกลุ่มให้พลพรรคอินทรีโลหะไปแบบไม่ต้องคิดมาก

    คำถามคือทีมใดน่าจะได้อันดับ 2 ของกลุ่ม

    สวีเดน เกมรับเหนียวแน่นเฉพาะกับ อิตาลี ในรอบเพลย์ออฟ นอกนั้นไม่มีอะไรเป็นทีเด็ดเลย - เม็กซิโก มีความหวือหวาตามสไตล์ละติน ขณะที่ทีมพลังโสมก็วิ่งสู้ฟัดกัดไม่ปล่อย

    ใจผมอยากให้ทีมจากเอเชียอย่าง เกาหลี ผ่านเข้ารอบต่อไปนะครับ แต่สมองที่บรรจุด้วยลูกฟุตบอลล้วนๆ สั่งการว่าความเจนจบมากกว่าของพลพรรคจังโก้จะช่วยให้พวกเขาเอาตัวรอดได้อย่างหวุดหวิด 

เส้นทางสู่แชมป์โลก 2018 ภาค 1

    กลุ่ม จี. (เบลเยี่ยม, ปานามา, ตูนิเซีย และอังกฤษ)

    ฟันธงแบบไม่กลัวหน้าแหกว่ากลุ่มนี้ อังกฤษ กับ เบลเยี่ยม ผ่านเข้ารอบต่อไปแน่ๆ เพียงแต่ใครจะเป็นอันดับ 1 หรืออันดับ 2

    ปีศาจแดงแห่งยุโรปมาทำศึกฟุตบอลโลกหนนี้แบบล้นหลามด้วยดาวดัง ตัวอย่างเช่น เอแด็น อาซาร์, เควิน เดอ บรอยด์, โรเมลู ลูกากู, ดรีส มาร์เท่นส์, แยน แฟร์ตองเก้น, โทมัส แฟร์มาเล่น, และมารูยาน เฟลไลนี่ ขณะที่ทีมสิงโตคำรามการปราศจากซึ่งนักเตะระดับมหาดาราทำให้พวกเขาทำการศึกฟุตบอลโลกขบวนนี้ด้วยกลยุทธิ์การเล่นโดยเฉพาะ

    สุดท้ายแล้วน่าจะเป็น เบลเยี่ยม ที่พุ่งเข้าป้ายเป็นอันดับ 1 ด้วยผลต่างประตูได้-เสียที่ดีกว่าลูกทีมของ แกเร็ธ เซาธ์เกต

เส้นทางสู่แชมป์โลก 2018 ภาค 1

    กลุ่ม เอช. (โปแลนด์, เซเนกัล, โคลอมเบีย, ญี่ปุ่น)

    ขอบอกว่านี่แหละคือกลุ่มที่มีความเป็น "กรุ๊ป ออฟ เดธห่า" มากที่สุดในศึก เวิลด์ คัพ ฉบับหมีขาวนั่งชักว่าวยิกๆๆๆๆ ครั้งนี้ เพราะแต่ละทีมมีโอกาสผ่านเข้ารอบและตกรอบพอๆ กันเลยทีเดียว เพราะค่อนข้างสูสีไม่ทิ้งห่างกันจนเกินไป

    อย่างไรก็ตาม ผมมองว่า โคลอมเบีย น่าจะมีภาษีดีที่สุดด้วยตัวผู้เล่นและประสบการณ์ในศึกใหญ่ที่มีมากกว่าทีมอื่นๆ ความเมามันจึงอยู่ที่การแย่งชิงอันดับ 2 ระหว่าง โปแลนด์, เซเนกัล และญี่ปุ่น ซึ่งมีโอกาสเป็นไปได้ทั้ง 3 ทีม ขึ้นอยู่กับจังหวะและสถานการณ์ ณ ขณะนั้น

    ว่าแล้วขอกลั้นใจเลือกทีมชาติซามูไรสีน้ำเงินที่มีสิทธิ์พลิกล็อคผ่านเข้ารอบต่อไปแบบพลิกความคาดหมายนะครับ

เส้นทางสู่แชมป์โลก 2018 ภาค 1

    สรุปว่าในรอบ 16 ทีมสุดท้ายจะเป็นการดวลกันระหว่าง...
    อุรุกวัย - โปรตุเกส
    ฝรั่งเศส - โครเอเชีย
    บราซิล - เม็กซิโก
    เบลเยี่ยม - ญี่ปุ่น
    สเปน - อียิปต์
    อาร์เจนติน่า - เดนมาร์ก
    เยอรมัน - สวิตเซอร์แลนด์
    โคลอมเบีย - อังกฤษ

    น่าเสียดายที่เนื้อที่บนหน้ากระดาษหมดพอดี ว่าแล้วในรอบน็อคเอาต์มาต่อกันพรุ่งนี้แล้วกันนะครับ

    บอ.บู๋