ลูกฟุตบอล บอลโลก 2010

กลายเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่ขาดไปไม่ได้ซะแล้วกับศึกฟุตบอลโลกทุกสมัย ที่จะต้องมีการเปิดตัวลูกฟุตบอลอย่างเป็นทางการ
นับตั้งแต่ปี 1970 ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ “อาดิดาส” ค่ายผลิตอุปกรณ์กีฬายักษ์ใหญ่จากเมืองเบียร์ ได้รับเลือกให้เป็นผู้ผลิตลูกหนังกลมๆ ลูกนี้อย่างเป็นทางการ และผูกขาดสัมปทานมายาวนานจนถึงปัจจุบัน
เช่นเดียวกับในทัวร์นาเมนต์ “เวิลด์ คัพ” ฉบับล่าสุด บนแผ่นดินกาฬทวีป ประเทศแอฟริกาใต้ ที่จัดการเปิดตัวเรียกเสียงฮือฮาไปแล้ว ณ กรุงเคปทาวน์ ตั้งแต่เมื่อวันพุธที่ 4 ธันวาคม ที่ผ่านมา
ภายใต้ชื่อเสียงเรียงนาม “จาบูลานี่” ที่บางคนอาจไม่กระดิกหู แต่มีความหมายถึง “การเฉลิมฉลอง” (to celebrate) ในภาษาซูลู ซึ่งเป็น 1 ในภาษาท้องถิ่นแอฟริกาใต้
ว่ากันว่า จาบูลานี่ เป็นลูกบอลที่ถูกออกแบบให้มีความ “กลม” ที่สุดเท่าที่เคยมีมาเลยทีเดียว
ด้วยเทคโนโลยีการผลิตแบบใหม่ล่าสุด ผ่านการทดสอบมาแล้วกับนักเตะระดับโลกจากทีมชั้นนำต่างๆ
โดยมีจุดเด่นสำคัญอยู่ที่ “Grip 'n' Groove” หรือส่วนที่เป็นเกล็ดและร่องบนผิวลูกบอล ทำให้มีความเที่ยงตรงแม่นยำมากที่สุดเวลาลอยอยู่บนอากาศ จับบอลได้แน่นอนทุกสภาพอากาศพื้นผิว
ส่วนวัสดุที่ใช้มีส่วนประกอบที่เป็นโฟม EVA และ TPU 3 มิติ 8 ชิ้นประกอบกันเป็นลูกฟุตบอล ยึดติดด้วยเทคโนโลยี 3D Thermal Bonding อัดด้วยแรงดันความร้อน ทำให้ลูกบอลกลมกลึงไร้รอยเย็บ แตกต่างจาก “ทีมไกสต์” ลูกฟุตบอลประจำทัวร์นาเมนต์ “เวิลด์ คัพ 2006” ที่เยอรมนี ซึ่งมีเพียง 14 ชิ้น แต่ละชิ้นเป็นรูปยาวรี และรูปทรงกลมสม่ำเสมอทุกด้าน

 

ทดสอบ “จาบูลานี่”
จากข้อมูลการทดสอบลูกบอล จาบูลานี่ ผ่านการฝึกซ้อมก่อนใช้จริงในสนามแข่งขัน ได้ค้นพบว่ามีคุณสมบัติเป็นเอกลักษณ์สุดพิเศษซ่อนอยู่ในลูกหนัง “สุดกลมกลึง” ใบนี้
มันมีวิถีการพุ่งที่เหลือเชื่อชนิดที่เรียกว่าไม่เหมาะเลยกับผู้ทดสอบที่ยังไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจให้พร้อม
ต้นเหตุนั้นก็มาจากเทคโนโลยี “Grip 'n' Groove” บนพื้นผิวที่ “อาดิดาส” เพิ่มเกล็ดร่องเล็กๆให้รีดกระแสลมขณะเคลื่อนที่ ซึ่งเป็นหลักการเดียวกับปุ่มบนลูกกอล์ฟนั่นเอง หรือจะให้พูดอีกอย่างคือเทคโนโลยีตัวนี้ได้เพิ่มแรงเคลื่อนไหวอากาศให้กับลูกบอล ส่งผลให้ จาบูลานี่ ลอยอยู่กลางอากาศได้นานกว่าลูกฟุตบอลธรรมดา จนผู้ทดสอบพากันพูดว่ามันมักจะตกลงพื้นไกลกว่าจุดที่คาดเอาไว้อยู่เสมอ
จาบูลานี่ ยังมีคุณสมบัติสำคัญอีกประการที่ว่าไม่มีรอยเย็บตะเข็บให้เห็นเลย นี่คือกุญแจสำคัญที่ทำให้ลูกบอลนี้พุ่งฉิวราบ

เรียบ และมีแรงขับเคลื่อนเร็วกว่าของธรรมดาทั่วไป

 

กลเม็ดเคล็ดลับ
เมื่อเริ่มสร้างความคุ้นเคยกับ จาบูลานี่ จนรู้ซึ้งถึงวิถีการพุ่งแล้ว คุณจะพบว่ามันกลายเป็นลูกบอลที่ง่ายแก่การเล่นโยนยาว
เพราะถ้าออกแรงยิงเน้นให้ตรง จะพุ่งตรงมากขึ้นเป็นพิเศษ พร้อมแถมระยะร่วงหล่นจากอากาศเป็นพิเศษอีกราว 10 หลา
แต่ถ้าคุณลองเปลี่ยนเป็นซัดแบบปั่น มันกลับออกแรงส่ายขยับไปด้วยเหมือนเต้นตามจังหวะเท้ายังไงยังงั้น
นี่แหละคือเหตุผลว่าทำไมลูกบอลรุ่นใหม่ตัวนี้ถึงถูกตั้งสมญานามเป็น “นักเต้นรำ”
เพราะฉะนั้น จาบูลานี่ จึงถือเป็นฝันร้าย สำหรับผู้รักษาประตูทุกคน แต่กลับเป็นสุดยอดของขวัญกับบรรดาดาวยิง
ลองจินตนาการดูสิว่า คริสเตียโน่ โรนัลโด้ วิ่งเข้ามาซัดฟรีคิกลูกจาบูลานี่เต็มหลังเท้า มันจะพุ่งแรงสะใจขนาดไหน!!!
และจากการทดลองยิงดูทุกท่วงท่าพบว่า จาบูลานี่ มีรูปลักษณ์ภายนอกเบาหวิว และมีเสียงเด้งกระทบพื้นผิวที่ให้ความรู้สึกเหมือนบอลพลาสติก
แต่เรื่องของแรงส่งกลับเป็นคนละอย่างไปเลย มันดูเหมือนจะมีพลังงานรายล้อมรอบลูกบอลเมื่อคุณสัมผัสด้วยเท้า แถมยังมีพลังงานบรรจุพร้อมปลดปล่อยอีกเพียบด้วย

 

ทดลองสนามจริง
เพื่อไม่ให้มีใครตกเทรนด์ตามกระแสไม่ทัน จาบูลานี่ จึงได้ฤกษ์ประเดิมใช้งานบนสนามไปแล้ว โดยส่งชิมลางในศึกบุนเดสลีกา เยอรมัน เป็นที่เรียบร้อย
ซึ่งเกมประวัติศาสตร์นัดแรกของจาบูลานี่คือ แมตช์ที่ เอฟเซ โคโลญจน์ เปิดรังเสมอ แวร์เดอร์ เบรเมน 0-0 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 6 ธันวาคม ปีก่อน
จนก่อให้เกิดเสียงนินทาตามมาจากสื่อดังเกาะอังกฤษว่า “อาดิดาส” เอื้อประโยชน์ให้เมืองเบียร์ ประเทศแม่ตัวเอง เปิดโอกาสให้ทดลองใช้งานลูกบอลใหม่ก่อนใครเพื่อน
แต่ค่ายกีฬายักษ์ใหญ่รายนี้จัดการปฏิเสธตามฟอร์ม พร้อมยืนยันไม่มี ลับ ลวง พราง อะไรสักหน่อย
งานนี้จะจริงหรือเท็จก็...ใช้วิจารณญาณตัดสินกันเองจะดีกว่าครับพี่น้อง
ขณะที่เมืองไทยบ้านเราได้เห็นหน้าค่าตาลูกบอลอินเทรนด์ลูกนี้กันไปแล้วในศึกลูกหนัง 4 เส้า ซูเปอร์คัพ 2009 อันประกอบไปด้วยทีมยักษ์ใหญ่อย่าง เมืองทองฯ ยูไนเต็ด, ชลบุรี เอฟซี, บางกอกกล๊าส เอฟซี และ บีอีซี เทโรศาสน ลงสังฆกรรรมเมื่อปลายเดือนธันวาคมที่ผ่านมานี้เอง
นอกจากนั้น ลูกบอลจาบูลานี่ยังได้โคจรไปร่วมงาน แอฟริกัน เนชั่นส์ คัพ 2010 ที่ประเทศแองโกล่า
ด้วยรูปลักษณ์เก๋ไก๋ดัดแปลงสีสันบนตัวลูกบอลให้เป็นลายธงชาติแองโกล่า ประเทศเจ้าภาพเสียด้วย เลยเป็นที่ว่าของชื่อเวอร์ชั่นพิเศษว่า “Adidas Jabulani Angola”
และอันว่าเดิมทีนั้นได้มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่าลูกบอล จาบูลานี่ เจ้ากรรม อาจทำให้ศึกฟุตบอลโลกงานกร่อย มีจำนวนประตูเฉลี่ยลดลงต่ำกว่าครั้งก่อนๆ
เนื่องด้วยคุณสมบัติพุ่งตรงได้ไกลกว่าเดิม จึงน่าจะทำให้จับทางง่ายยิ่งขึ้น
แต่เอาเข้าจริง จาบูลานี่ พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่ามันไม่ใช่เลย เมื่อแมตช์ประเดิมชิงแชมป์กาฬทวีป จบลงด้วยผลเสมอสุดคลาสสิก 4-4 ระหว่างแองโกล่า กับมาลี
พร้อมกับที่แฟนลูกหนังทั่วโลกได้เห็นกันทั่วว่าลูกบอลจาบูลานี่มันพุ่งส่ายไปมาน่าวิงเวียนศีรษะขนาดไหน!!!

 

ลูกบอล “เวิลด์ คัพ”
เราได้รู้จัก จาบูลานี่ จากสกู๊ปหน้าไปแล้ว และว่ากันว่ามันคือลูกบอลที่มี “ความกลม” มากที่สุดในประวัติศาสตร์จากการวัดด้วยมาตรฐาน
หาความกลม ส่วนลูกฟุตบอลที่ใช้เตะกันโครมๆ ในศึก เวิลด์ คัพ แต่ละครั้งที่ผ่านมานั้นอาจจะกลม
กลึงไม่เท่าเทียบไม่ติด แต่เชื่อได้เลยว่าพวกมันต่าง
มีความคลาสสิกยากจะทำเหมือนอยู่ในตัวเองด้วยกันทั้งนั้น ฉบับนี้จึงถือโอกาสพาผู้อ่าน
นั่งไทม์แมชชีนย้อนไปดูหน้าตาของลูกฟุตบอลทั้ง 10 เวอร์ชั่นของ “อาดิดาส” ก่อนจะพัฒนาการมาเป็น จาบูลานี่ ในปัจจุบัน

 
© copyright 2010 by siamsport syndicate company limited. All rights reserved