แอนดี้ มาร์รี่ย์ นักหวดชายคนเก่งเลือดสกอตต์ เดินทางถึงประเทศอังกฤษแล้ว เมื่อวันพุธที่ผ่านมา โดยเจ้าตัวได้รับการต้อนรับอย่างชื่นมื่น จากการที่คว้าแชมป์ ยูเอส โอเพ่น มาได้ แถมยังมีแอร์โฮสเตสสุดสวย 2 คนเดินขนาบข้างอีกต่างหาก แต่เขากลับปล่อยให้ คิม เซียร์ส หวานใจของตัวเองต้องรับมือกับกระเป๋าเต็มรถเข็นเสียอย่างนั้น โดยนักหวดวัย 25 ปี เปิดอก การได้แชมป์ระดับ แกรนด์สแลม รายการแรกในชีวิต ทำให้ตอนนี้ตนสามารถแขวนแร็กเกตได้อย่างมีความสุขแล้ว
แอนดี้ มาร์รี่ย์ ยอดนักเทนนิสชายมือ 3 ของโลกจากสหราชอาณาจักร ปล่อยให้ คิม เซียร์ส แฟนสาวสุดสวยของเขาต้องลำบากคนเดียวเสียอย่างนั้น เมื่อเจ้าตัวเดินทอดน่องอย่างสบายอารมณ์ หลังจากเดินทางมาถึงประเทศอังกฤษแล้ว ในขณะที่หวานใจของเขากลับต้องเข็นกระเป๋าออกมาอย่างยากลำบาก
มาร์รี่ย์ เพิ่งประสบความสำเร็จครั้งใหญ่ ด้วยการได้แชมป์ ยูเอส โอเพ่น ที่ ฟลัชชิ่ง เมโดว์ส มหานครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา ครั้งล่าสุดมาครอง จากการเอาชนะ โนวัค ยอโควิช ยอดแร็กเกตมือ 2 ของโลกเลือดเซิร์บ 3-2 เซต 7-6 (12-10), 7-5, 2-6, 3-6, 6-2 ในการแข่งประเภทชายเดี่ยว รอบชิงชนะเลิศ เมื่อวันจันทร์ที่ 10 กันยายน ที่ผ่านมา ซึ่งนี่นับเป็นแชมป์ระดับ แกรนด์สแลม รายการแรก ในชีวิตการเป็นนักเทนนิสอาชีพของเขาด้วย
หลังจากเสร็จภารกิจแล้วนั้น นักหวดเลือดสกอตต์วัย 25 ปี ก็เดินทางมาถึงสนามบินฮีทโธรว์ ในกรุงลอนดอน เมื่อวันพุธที่ 12 กันายน ที่ผ่านมา ซึ่ง มาร์รี่ย์ ก็ได้ดี๊ด๊าสุดๆ เพราะเขามีแอร์โฮสเตสคนงามของสายการบิน บริติช แอร์เวย์ส 2 คน เดินขนาบข้างมาด้วย แถมยังได้รับการแสดงความยินดี ทั้งจากความสำเร็จในครั้งนี้ และจากการเป็นแร็กเกตชายคนแรกของสหราชอาณาจักรในรอบ 76 ปี ที่ซิวแชมป์ระดับ แกรนด์สแลม ได้อีกต่างหาก แต่แฟนสาวของเขาอย่าง เซียร์ส กลับต้องทนทุกข์แบกรถเข็นที่มีกระเป๋าอัดอยู่เต็มเพียงตัวคนเดียวเสียอย่างนั้น
ทั้งนี้ มาร์รี่ย์ ยอมรับว่า ถ้าตนต้องเลิกเล่นเทนนิสอาชีพแล้วนั้น ตนก็สามารถแขวนแร็กเกตได้อย่างมีความสุขแล้ว เพราะตนสามารถซิวแชมป์ระดับ แกรนด์สแลม มาครองได้เสียที พร้อมเปิดเผยว่า รู้สึกเบื่อเหลือเกิน กับการพยายามปกป้อง และให้เหตุผลต่อเรื่องที่ว่า ทำไมก่อนหน้านี้ตนถึงไม่เคยได้แชมป์ระดับ แกรนด์สแลม มาก่อนเลย
เจ้าของเหรียญทองจากการแข่งเทนนิส ประเภทชายเดี่ยว ของศึก โอลิมปิกเกมส์ 2012 ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เพิ่งเป็นเจ้าภาพ กล่าวว่า "ผมถูกถามด้วยคำถามนั้นตั้งแต่ตอนที่ผมอายุ 21 ปี และปีนี้มันก็เริ่มมีการถามผมแบบนั้นเร็วกว่าเดิม ไม่ว่าผมจะไปที่ไหน ผมก็มักจะถูกถามแบบเดิมอยู่ตลอด ผู้คนมักจะมาหาผม และบอกว่า -นายจะได้แชมป์รายการหน้าแน่ อย่าห่วงไปเลย- ซึ่งที่จริงแล้วมันเกือบทำให้ทุกอย่างแย่ไปกว่าเดิมอีก"
"แต่ตอนนี้ผมดีใจมากๆ ที่สามารถเดินหน้าต่อไปในอาชีพการเป็นนักเทนนิสของผมได้แล้ว ถ้าเกิดผมต้องเลิกเล่นเทนนิสตอนนี้เลยล่ะก็ ผมก็จะแขวนแร็กเกตอย่างมีความสุขสุดๆ แต่ก็หวังว่า ผมจะสามารถเล่นได้ในจุดสูงสุดอีก 5 ปี หรือประมาณนั้นล่ะนะ ผมจะพยายามทำอย่างนั้นให้ได้ ซึ่งถ้าเกิดผมยังมีสุขภาพที่แข็งแรง และดูแลร่างกายของตัวเองได้ดีแล้วล่ะก็ ผมก็สามารถเล่นได้อีกนาน และนั่นเป็นแผนของผม" มาร์รี่ย์ ระบุ

ภาพ : Thesun