ลุ้น 3 นักเบ่งกล้ามไทยพิชิตทองเพาะกายโลก - siamsport tablet

ลุ้น 3 นักเบ่งกล้ามไทยพิชิตทองเพาะกายโลก

Update:  07/12/2012 12:46:45
Post: 
View: 
ลุ้น 3 นักเบ่งกล้ามไทยพิชิตทองเพาะกายโลก

7 ธ.ค. 55 วันแรกที่นักเพาะกายทีมชาติไทยจะลงประเดิมล่าเหรียญ กับศึกเพาะกายและฟิตเนส ชิงแชมป์โลก 2012

        13 เหรียญทองคือจำนวนวันแรกที่ให้นักกีฬาเพาะกายจาก 42 ประเทศได้ลงล่าเหรียญกัน โดยเฉพาะนักกีฬาเพาะกายทีมชาติไทย ซึ่งในวันแรก (7 ธ.ค.) นั้น ซูเปอร์สตาร์ของเพาะกายไทยลงทำการแข่งขันเพื่อป้องกันแชมป์โลก 2 คน ทั้งรุ่นเพาะกายรุ่นน้ำหนักไม่เกิน 60 กก. ซึ่งถือเป็นรุ่นรองเล็กสุดของรายการ จีรพันธ์ โป่งคำ นักเพาะกายจากเมืองเชียงราย ที่คว้าแชมป์โลกที่ประเทศมาเลเซีย นี่คือความหวังแรกที่จะต้องลงชิงชัยเพื่อล่าเหรียญทองให้กับประเทศไทย


        แต่อีก 1 ทองซึ่งคาดหวังในวันแรกอีกเช่นกัน ก็คือเพาะกายรุ่นขยับขึ้นมา ที่ 65 กก. เจ้าของแชมป์โลก สมคิด สุเมโธเวชกุล หนุ่มนักเพาะกายคนที่สองที่สามารถสร้างชื่อด้วยการคว้าเหรียญทองโลกต่อจาก สิทธิ เจริญฤทธิ์ ได้สำเร็จ แต่เมื่อปีที่ผ่านมาเนื่องจากสมคิดขยับขึ้นไปเล่นในรุ่น 70 กก. ซึ่งเป็นรุ่นที่ไม่ถนัด ทำให้ได้แค่เหรียญเงินเท่านั้น และปีนี้จะเป็นการกลับมาเล่นรุ่น 65 กก. ที่เคยพิชิตแชมป์โลกมาแล้วอีกครั้ง
 
        สำหรับความคาดหวังของนักเพาะกายไทยใน 2 รุ่นนี้นั้น ค่อนข้างจะมากเลยทีเดียว เพราะทั้ง 2 คนนั้นคือนักเพาะกายทีมชาติไทยที่มีดีกรีสูงสุด และการเตรียมฟิตกล้ามของทั้งสองคนก็ทำอย่างเต็มที่ แม้ว่าก่อนหน้านี้นักเพาะกายทุกคนจะเก็บตัวและฟิตกล้ามด้วยตัวเอง เนื่องจากหลายคนอยู่ต่างจังหวัดจึงไม่สะดวกที่จะมาซ้อมที่กรุงเทพฯ แต่การฝึกซ้อมเองก็ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ เพราะทุกคนต่างมีระเบียบวินัยการฝึกซ้อม และการควบคุมอาหารที่จะต้องทำอย่างเคร่งครัด เพราะเป้าหมายของทุกคนคือการทำเหรียญรางวัลบนแผ่นดินไทย


        แม้ว่าทุกคนจะเตรียมตัวมาเต็มร้อย แต่แน่นอนว่าก็ต้องมีความกดดันพอสมควร โดยเฉพาะกับนักกีฬาความหวังเหรียญทองของประเทศไทย จีรพันธ์ โป่งคำ นักเพาะกายรุ่นน้ำหนัก 60 กก. ซึ่งถูกคาดหวังว่าจะทำเหรียญทองแรกประเดิมให้นักเพาะกายไทย กล่าวว่า "ในความรู้สึกก็กดดันนะ ถ้าจะบอกว่าไม่กดดันก็คงจะเป็นการโกหก เพราะตนเชื่อว่านักกีฬาเพาะกายที่มาทำการแข่งขันครั้งนี้ ทุกคนล้วนเตรียมตัวมาพร้อมและก็เก่งกันทุกคน โดยเฉพาะชาติแถบตะวันออกกลางที่ค่อนข้างจะเป็นคู่แข่งที่น่ากลัว แต่สำหรับตนนั้นการเตรียมตัวก็เกินร้อย เพราะเตรียมตัวมาเป็นเวลากว่า 3 เดือนแม้ว่าจะเก็บตัวเอง แต่พอถึงเวลาสมาคมฯ เรียกมาเพื่อดูความฟิตตนก็มาเช็กตลอด ซึ่งทางสมาคมฯ ก็จะคอยให้ผู้ฝึกสอนปรับว่าเรายังขาดในเรื่องไหนบ้าง และก็กลับไปทำด้วยตัวเอง เช่นเดียวกับอาหารนั้นตนควบคุมเป็นอย่างดีและเคร่งครัดมาก ดังนั้นเชื่อว่าครั้งนี้ผลการแข่งขันน่าจะออกมาดี ซึ่งแน่นอนว่าตนตั้งหวังไว้ที่การป้องกันเหรียญทองให้ได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องดูด้วยว่า คู่แข่งเราทำได้ดีแค่ไหนด้วย ก็ไม่อยากจะกดดันจนสร้างความเครียดให้กับตัวเองมากเกินไป แต่ก็จะทำให้เต็มที่และทำเหรียญทองให้กับพี่น้องชาวไทยให้ได้"


        นี่คือความพร้อมของนักเพาะกายที่คาดว่าจะทำเหรียญทองแรกให้กับไทย และอีก 1 คนที่ทางสมาคมฯ ตั้งความหวังไว้เช่นกันก็คือ สมคิด สุเมโธเวชกุล นักเพาะกายทีมชาติไทย เจ้าของดีกรีแชมป์โลกรุ่นน้ำหนัก 65 กก. ซึ่งสมคิดนั้นได้มีการเก็บตัวฝึกซ้อมที่กรุงเทพฯ และซ้อมที่เพาเวอร์โซน ฟิตกล้าม ซึ่งในตอนนี้ก็พร้อมเกือบเต็มร้อยแล้วเช่นกัน ซึ่งเจ้าตัวกล่าวว่า "ตอนนี้ก็เตรียมตัวพร้อมแล้วครับสำหรับการแข่งขัน และก็จะทำให้เต็มที่พยายามทำเหรียญทองในรุ่นนี้ให้ได้ และก็อยากให้พี่น้องชาวไทยเป็นกำลังใจให้ด้วยครับ"


        นอกจาก 2  นักเพาะกายทั้ง 2 รุ่นแล้ว อีก 1 สาวสวยของไทยซึ่งสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยเสมอ "ซิงห์" รุ้งตะวัน จินดาซิงห์ จะลงล่าเหรียญทองในการแข่งขันแอธเลติก ฟิสิกส์ หญิง รุ่นความสูงเกิน 165 เซนติเมตร ซึ่งรุ้งตะวันเปิดเผยว่า "สำหรับการเก็บตัวครั้งนี้ตนตั้งใจมาก ฟิตเกินร้อย พยายามมาก เพราะครั้งนี้ไทยเราได้รับเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันชิงแชมป์โลก เป็นแมตช์ใหญ่ก็อยากจะทำให้พี่น้องชาวไทยได้ชื่นใจกัน และตนเชื่อว่าครั้งนี้ตนจะทำทุกอย่างออกมาได้ดี และน่าจะนำเหรียญมาคล้องคอได้"

        ศุกรีย์ สุภาวรีกุล เลขาธิการสมาคมเพาะกายแห่งประเทศไทย กล่าวว่า "ตอนนี้เรายังคงมั่นใจกับ 5 เหรียญทองที่ตั้งไว้ ก็คือจากเจ้าของแชมป์โลก จีรพันธ์ โป่งคำ เพาะกายในรุ่นน้ำหนัก 60 กก., สมคิด สุเมโธเวชกุล แชมป์เก่าเพาะรุ่นน้ำหนักไม่เกิน 65 กก., วันชัย กาญจนพิมาย ฟิตเนสรุ่นความสูงไม่เกิน 165 ซม., จรัญญา ดวงคำ เพาะกายหญิงรุ่นน้ำหนักเกิน 50 กก. และ รุ้งตะวัน จินดาซิงห์ ฟิตเนสหญิงรุ่นความสูง 165 ซม. นี่คือที่เราตั้งไว้ แต่ก็ไม่อยากให้นักกีฬากดดัน เพราะนักกีฬาที่มาทำการแข่งขันครั้งนี้ มาจากทั่วโลกและทุกคนก็เก่งมากทีเดียว"

        "นักกีฬาของเราในตอนนี้ก็พร้อมแล้ว นอกจาก 5 เหรียญทองที่เราวาดหวังข้างต้น เรายังเชื่อว่าน่าจะมีเหรียญเพิ่มอีกจากเหล่าดีกรีแชมป์เอเชีย เช่น สุวิทย์ มีศิลป์, แสวง ปานะโปย, สาคร มาตรวังแสง, วรกร วงศกรเมือง รายชื่อที่กล่าวมาทั้งหมดนี่คือนักกีฬาความหวังของเรา โดยชาติที่เป็นคู่แข่งที่ค่อนข้างน่ากลัว ส่วนใหญ่ก็จะเป็นตะวันออกกลาง อาทิ อิหร่าน, บาห์เรน, ยูเออี และยุโรปก็หลายชาติเช่นกัน ซึ่งทุกคนก็เดินทางมาครบหมดแล้ว และเท่าที่เห็นทุกชาติก็พร้อมมาก ก็อยากจะเชิญชวนคนไทยมาชมการแข่งขันกัน เพราะโอกาสที่จะชมความสวยงามของนักเพาะกายระดับโลกนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แต่นี่พวกเขาบินมาถึงประเทศไทยเลยทีเดียว ก็อยากจะให้ทุกคนได้มาร่วมเชียร์นักกีฬาไทยและมาชมความยิ่งใหญ่ในครั้งนี้ด้วย"
 
        มาร่วมลุ้นกันว่าประเดิมการแข่งขันเพาะกายและฟิตเนสชิงแชมป์โลกวันแรก 7 ธ.ค. นี้ ที่นิมิบุตร สนามกีฬาแห่งชาติ ทัพนักเพาะกายไทยจะสามารถหยิบมาครองได้กี่เหรียญ
        โดยการแข่งขันครั้งนี้จะมีขึ้นระหว่าง 7-9 ธ.ค. นี้ ที่อาคารนิมิตรบุตร สนามกีฬาแห่งชาติ ร่วมลุ้นร่วมเชียร์นักกีฬาไทยให้คว้าชัยในครั้งนี้

© Copyright 2010 www.siamsport.co.th
All rights reserved.Siam Sport Syndicate Public Co.,Ltd.