| 15/05/2012 21:00:01 |

สมาคมวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย ร่วมกับ การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) จัดพิธีมองรางวัลการแข่งขันวอลเลย์บอลอาชีพ ไทยแลนด์ลีก ฤดูกาล 2011-2012 เมื่อวันที่ 15 พ.ค. 55 ที่ โรงแรมโกลเด้นทิวลิป โดยมี นายสมพร ใช้บางยาง นายกสมาคมวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย
นายสกล วรรณพงศ์ รองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย และ นายโอฬาร เชื้อบาง ผอ.กองบรรณธิการ บมจ.สยามสปอร์ต ซินดิเคท ร่วมเป็นประธาน พร้อม นายกิจ พฤกษ์ชะอุ่ม อุปนายกสมาคมฯ, นายสมควร รวิรัฐ ประธานฝ่ายกีฬาอาชีพ สมาคมวอลเลย์บอลฯ
โดยบรรยากาศในงานเป็นไปอย่างคึกคักผู้บริหารของทีมต่างๆ เข้าร่วมอย่างพร้อมหน้า ไม่ว่าจะเป็น ประเสริฐ กลิ่นชู ผู้จัดการทีม ชลบุรี-อี.เทค-แอร์ฟอร์ซ "แชมป์ทีมชาย" ปีล่าสุด, โอภาส สุขเจริญไกรศรี ประธานสโมสรเชียงราย วีซี, สงวนศักดิ์ พัชรวิทย์ ประธานสโมสร อยุธยา-กรุงเก่า-เอ.ที.ซี.ซี.
ชัยอนันต์ สิทธิกุล ประธานสโมสรวอลเลย์บอลเมืองกะทู้-ภูเก็ต, สมนึก ธนเดชากุล นายกเทศมนตรีนครนนทบุรี, สมศักดิ์ จิตติพลังศรี ประธานสโมสร ซัยโจเด็นกิ-นครนนทบุรี นอกจากนี้ยังมีนักกีฬาชื่อดังมาร่วมงาน อรอุมา สิทธิรักษ์ นักตบทีมชาติจากกะทู้-ภูเก็ต, วรรณา บัวแก้ว ทีมชาติ พร้อม คารีน่า เคร้าเซอ จาก ซัยโจเด็นกิ-นครนนทบุรี,จิรายุ รักษาแก้ว นักตบหนุ่มทีมชาติจาก ทีม ชลบุรี-อี.เทค-แอร์ฟอร์ซ และ สราญจิต เจริญสุข มือเซตทีมชาติ จากทีมนครสวรรค์
โดยการมอบรางวัลเริ่มด้วยทีมชาย แชมป์ ได้แก่สโมสร ชลบุรี-อี.เทค-แอร์ฟอร์ซ ได้รับเงินรางวัล 1 ล้านบาท, รองแชมป์ สโมสรเชียงราย วี.ซี. รับเงิน 5 แสนบาท, ที่ 3 สโมสรวอลเลย์บอลนครสวรรค์ รับเงิน 250,000 บาท, ที่ 4 สโมสรวอลเลย์บอลนครราชสีมา รับเงิน 125,000 บาท, ที่ 5 สวนดุสิต-นครนนทบุรี รับ 75,000 บาท และที่ 6 สโมสรวอลเลย์บอลเมืองชัยภูมิ รับ 50,000 บาท
ส่วนทีมหญิง แชมป์ ได้แก่ สโมสร ซัยโจเด็นกิ-นครนนทบุรี รับเงินรางวัล 1 ล้านบาท, รองแชมป์ สโมสรวอลเลย์บอล สุพรีม นครศรีธรรมราช รับเงิน 5 แสนบาท, ที่ 3 สโมสรวอลเลย์บอลเมืองกะทู้-ภูเก็ต รับ 250,000 บาท, ที่ 4 สโมสรวอลเลย์บอลนครราชสีมา รับเงิน 125,000 บาท, ที่ 5 สโมสรวอลเลย์บอลเอสซีจี ขอนแก่น รับ 75,000 บาท และที่ 6 สโมสรวอลเลย์บอล กรุงเก่า เอ.ที.ซี.ซี. รับเงิน 50,000 บาท รวมมูลค่าทั้งสิ้น 4 ล้านบาท
นอกจากนี้ยังมีพิธีมอบรางวัลนักกีฬายอดเยี่ยมแต่ละตำแหน่งจำนวน 16 รางวัลๆ ละ 5,000 บาท โดยทีมชาย จิรายุ รักษาแก้ว มือตบทีมชาติ จาก ชลบุรี-อี.เทค-แอร์ฟอร์ซ รับรางวัลมากสุดถึง 4 รางวัลคือ นักกีฬาทรงคุณค่า, ผู้ทำคะแนนสูงสุด, ตบยอดเยี่ยม, และเสิร์ฟยอดเยี่ยม คนเดียวคว้าไป 2 หมื่นบาท
ขณะที่ ทีมหญิง วรรณา บัวแก้ว จากซัยโจเด็นกิ-นครนนทบุรี รับคนเดียว 3 รางวัลคือ ผู้เล่นทรงคุณค่า, รับลูกเสิร์ฟยอดเยี่ยม, และตัวรับอิสระยอดเยี่ยม รวม 15,000 บาท สำหรับรางวัลต่างๆ มีดังนี้ ทำคะแนนสุงสุด หญิง อรอุมา สิทธิรักษ์ ทีมกะทู้-ภูเก็ต, ตบยอดเยี่ยม หญิง คารีน่า เคร้าเซอ จากซัยโจเด็นกิ-นครนนทบุรี
เสิร์ฟยอดเยี่ยม หญิง โสรยา พรมหล้า จากสโมสรอยุธยา กรุงเก่า เอ.ที.ซี.ซี., บล็อกยอดเยี่ยม หญิง พัชรีย์ ดีเสมอ สโมสรเอสซีจี ขอนแก่น, ชาย พงษ์เพชร นามขุนทด จากนครสวรรค์, เซตยอดเยี่ยม หญิง สิริมา มานะกิจ จากนครราชสีมา ชาย สราญจิต เจริญสุข จากนครสวรรค์, รับเสิร์ฟยอดเยี่ยม ชาย มนตรี พ่วงลิบ จากนครสวรรค์, ตั้งรับอิสระยอดเยี่ยม ชาย มนตรี พ่วงลิบ จากนครสวรรค์
หลังพิธีมอบรางวัล นายสกล วรรณพงษ์ รองผู้ว่า กกท. เผยว่า การแข่งขันในฤดูกาลที่ผ่านมาโดยส่วนตัวรู้สึกพอใจ ที่เห็นการพัฒนาของกีฬาวอลเลย์บอลอาชีพในทิศทางที่ดีขึ้น อย่างไรก็ตามเรามีแผนที่จะทำงานกันต่อไป โดยปีหน้าจะพยายามปรับจุดอ่อนของแต่ละทีมให้แข็งแกร่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความสัมพันธ์กับชุมชน หรือแฟนคลับ
แม้ว่าในฤดูกาลที่ผ่านมาจะดีขึ้น แต่ต้องพัฒนาต่อ รวมทั้งเรื่องการบริหารทีม การเพิ่มขีดความสามารถของนักกีฬา และการสร้างอะคาเดมี่ ที่จะเป็นแห่งผลิตนักกีฬาป้อนทีมชุดใหญ่ และจะเป็นแหล่งสร้างรายได้ให้กับทีมที่จะมีการซื้อขายตัวนักกีฬาในอนาคต
พร้อมพัฒนาการแข่งขันในระดับโปรชาลเลนจ์ หรือระดับดิวิชั่น 1 ให้สอดคล้องกับโปรแกรมการแข่งขันไทยลีก ซึ่งจะมีทีมขึ้นชั้น ตกชั้น โดยส่วนตัวเชื่อว่าภายใน 3 ปีวอลเลย์บอลอาชีพไทยจะแจ้งเกิดได้อย่างเต็มตัว รองผู้ว่าการกีฬาแห่งประเทศไทยกล่าว
สำหรับการจัดสรรเงินรางวัลนั้น ทาง กฤษฎา พุทธิพิพัฒน์ขจร เลขาฯ ทีมชลบุรี-อี.เทค-แอร์ฟอร์ซ เผยว่าทางสโมสรไม่มีการหักเงินรางวัลแต่อย่างใด โดยจะมอบให้นักกีฬาทั้งหมด ให้ผู้ฝึกสอนเป็นผู้จัดสรรเอง
ขณะที่ ว่าที่ ร.ต.ธนกิจ อินเลี้ยง ผู้ช่วยผู้ฝึกสอนทีม ซัยโจเด็นกิ-นครนนทบุรี เผยว่า ทางสโมสรจะมีการหักเงินรางวัล 10 เปอร์เซ็นต์เข้าเป็นค่าใช้จ่ายของทีม และอีก 10 เปอร์เซ็นต์ เป็นเงินโบนัสให้กับสตาฟฟ์โค้ช ส่วนนักกีฬาจะได้ทั้งหมด 80 เปอร์เซ็นต์ อย่างไรก็ตามแม้สโมสรจะมีการหักเงินรางวัล 10 เปอร์เซ็นต์
แต่ก่อนหน้านี้ได้มอบเงินอัดฉีดให้กับนักกีฬาแล้ว 1.5 แสนบาท หลังจบเลกแรก และเมื่อคว้าแชมป์ได้มอบเงินอัดฉีดเพิ่มให้อีก 6 แสนบาทด้วย ถือว่าเม็ดเงินอัดฉีดมากกว่าที่หักไป และนักกีฬาทุกคนต่างพอใจกับการจัดสรรเงินรางวัลนี้
อย่างไรก็ตามก่อนเข้าสู่พิธีมอบเงินรางวัลได้มีการบรรยายพิเศษเกี่ยวกับการบริหารจัดการสโมสร โดยมี นายสมพร ใช้บางยาง นายกสมาคมวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย รวมทั้ง นายสกล วรรณพงษ์ รองผู้ว่าการ กกท. และโอฬาร เชื้อบาง ผอ.กองบรรณาธิการ บ.สยามสปอร์ต ซินดิเคท จำกัด
โดย นายสมพร ใช้บางยาง นายกสมาคมวอลเลย์บอลฯ กล่าวถึงภาพรวมของวอลเลย์บอลอาชีพ ไทยแลนด์ ลีก 2011-2012 ว่า ผมถือว่าปีที่แล้วเราเริ่มต้นเข้าสู่การเป็นอาชีพอย่างแท้จริง สมาคมฯ พยายามใช้ประสบการณ์ภายในและภายนอกที่ได้ไปเรียนรู้จากต่างประเทศเพื่อนำมาพัฒนาทำให้วอลเลย์บอลอาชีพฤดูกาลที่ผ่านมามีกระแสตอบรับที่ดีกว่าทุกครั้ง
แม้ว่าจะมีบางสโมสรที่ยังขาดความเป็นมืออาชีพ แต่โดยรวมถือว่าเป็นที่น่าพอใจ ที่สำคัญเรามีสื่อจากสยามสปอร์ตฯ เข้ามาช่วยเผยแพร่อย่างเป็นทางการ ขณะที่การกีฬาแห่งประเทศไทย ถือเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนจากกีฬาเพื่อความเป็นเลิศสู่กีฬาอาชีพ
"แม้ปีที่ผ่านมาอาจจะมีอะไรหลายอย่างที่ไม่เข้าร่องเข้ารอย โดยเฉพาะกฎเกณฑ์บางอย่างที่ไม่สามารถกำหนดได้เป็นสากลเต็มที่ อาทิ การจำกัดผู้เล่นทีมชาติ อย่างไรก็ตามเราไม่ได้มุ่งหวังให้ทีมได้ชัยชนะอย่างเดียว เพราะถ้ามีเพียงทีมเดียวที่ผูกขาดแชมป์ไปตลอดจะทำให้การแข่งขันไม่มีความน่าสนใจและมันก็ตายไปในที่สุด
ฉะนั้นในช่วงแรกที่ผ่านมาเราจึงพยามทำให้เกิดความสมดุลระหว่างศักยภาพสโมสร และ ศักยภาพการจัดการแข่งขัน ส่วนกระแสตอบรับ หลังจากได้สยามกีฬาเข้ามาช่วยทำให้สร้างงกระแสแรงมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตามต่อจากนี้วอลเลย์บอลอาชีพจะอยู่รอดหรือพัฒนาได้อย่างยั่งยืนหรือไม่อยู่ที่มือท่าน แต่สำหรับผม ผมคิดว่าการเริ่มต้นที่ดีในปีที่ก็คือความสำเร็จได้เกิดขึ้นแล้ว"
นายสกล วรรณพงศ์ รองผู้ว่าการ กกท. บรรยายเรื่องการบริหารจัดการสโมสรเพื่อให้เป็นกีฬาอาชีพอย่างแท้จริง โดยได้กล่าวถึงจุดอ่อนของการกีฬาแห่งประเทศไทย ที่ยังไม่สามารถดำเนินการให้ประสบความสำเร็จคือถ่ายทอดสดยังน้อยไป แต่ในฤดูกาลหน้าจะพยายามขอให้ฝ่ายสิทธิประโยชน์มีการถ่ายทอดสดทางฟรีทีวี
ฉะนั้นสิ่งที่อยากเน้นย้ำสำหรับสโมสรคือการจัดให้ได้มาตรฐาน และเน้นยุทธศาสตร์ความสัมพันธ์กับชุมชน คือ ระบบการสร้างแฟนคลับ เพราะปีที่แล้วสิ่งที่หลายทีมขาดคือนักกีฬาของท้องถิ่น ซึ่งมันจะเกี่ยวเนื่องไปยังรายได้ของนักกีฬา เนื่องจากถ้ามีนักกีฬาท้องถิ่นเล่นการมีสัมพันธ์กับชุมชนก็จะตามมา
และจะได้กลุ่มกองเชียร์และแฟนคลับติดตามมาด้วย ขณะที่การประเมินผล ก็จะเข้มมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งระบบการบริหารจัดการ และองค์ประกอบต่างๆ สำหรับปีนี้ผมดูการถ่ายทอดสดแล้วรู้สึกชื่นใจมาก อยากให้คนทั่งประเทศเห็นเหมือนที่ผมเห็น ณ ตอนนี้ความสำเร็จต่างๆ มีประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ ส่วนที่เหลือ 20 เปอร์เซ็นต์ อยู่กับพวกท่านทุกคน
ด้าน นายโอฬาร เชื้อบาง ผอ.กองบรรณาธิการ บ.สยามสปอร์ต ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) ในฐานะสื่อมวลชน กล่าวผ่านมุมมองสื่อมวลชน ว่า อยากให้แต่ละสโมสรสร้างมูลค่าให้กับทีมของตน ไม่จะเป็นว่าจะต้องมีคนสวย คนหล่อ ถึงจะขายได้ แต่คนที่มีจุดเด่นด้านอื่นๆ สามารถทำให้เป็นจุดขายได้เช่นเดียวกัน สิ่งต่างๆ เหล่านี้จะส่งผลต่อการหาสปอนเซอร์
เพราะเมื่อมีการรับรู้อย่างหว้างขวาง เวลาสปอนเซอร์นำเข้าที่ประชุมบอร์ดเพื่อพิจารณาถ้าเขาเห็นความคุ้มค่าโอกาสที่เราจะได้งบสนับสนุนก็มีมาก เช่นเดียวกับการประชาสัมพันธ์สโมสร ต้องทำอย่างครบวงจร อาจจะเริ่มต้นจากเล็กๆ ไปก่อน ค่อยเป็นค่อยไป เพราะถึงแม้ว่าปัจจุบันจะมีสยามสปอร์ตฯ ช่วยในการกระจายข่าว แต่สิ่งที่นอกเหนือจากการแข่งขันที่ทีมสามารถส่งข่าวให้สื่อต่างๆ ได้จะทำให้ทีมมีความเคลื่อนไหว และเข้าถึงฐานแฟนวอลเลย์บอลได้ทั่วถึง
ส่วนการสร้างแฟนคลับหรือกองเชียร์ อาจจะมีการจัดกิจกรรมระหว่างผู้เล่นกับแฟนคลับ หรือการออกไปช่วยเหลือสังคม ให้สิทธิพิเศษ เรื่องราคาบัตร การถ่ายภาพกับนักกีฬา ทุกอย่างเหล่านี้เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อสร้างความใกล้ชิดระหว่างสโมสรกับแฟนคลับหรือกองเชียร์ ถือว่ามีส่วนในการเพิ่มมูลค่า มีการสร้างภาพลักษณ์ที่ดี ให้อยู่ในสายตาและการพูดถึงตลอดเวลาของสื่อและคนทั่วไป
นอกจากนี้ นายโอฬาร ยังได้แนะนำเกี่ยวกับการตั้งฉายา และ ชื่อทีม ให้มีความกระชับเพื่อสร้างความจดจำที่ง่ายแก่กองเชียร์และแฟนคลับอีกด้วย
|
|
Recommend on Google |