หน้าแรก | Columnist | Gallery| ทัวร์นาเม้นท์กีฬา
ผลบอล | วิเคราะห์บอล

กีฬาอื่นๆ
 

โตโยต้า หนุนลอนเทนนิสจัดหวดอช. วรัชญา ประเดิมแชมป์หนแรกรอบ5ปี

26/12/2012 11:56:38
จากความคิดที่หวังจะยกระดับนักเทนนิสเอเชียให้ติดโผอยู่ในแถวหน้าของโลกมากยิ่งขึ้นของ นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ นายกลอนเทนนิสสมาคมแห่งประเทศไทย ในฐานะที่เป็นรองประธานสหพันธ์เทนนิสเอเชีย และกรรมการบริหารสหพันธ์เทนนิสนานาชาติ

        ศึกเทนนิส "ชิงแชมป์เอเชีย" จึงได้กลับมาจัดอย่างยิ่งใหญ่อีกครั้ง หลังจากเริ่มจัดมาแล้วเมื่อ 5 ปีที่แล้ว

         และครั้งนี้ได้แรงหนุนที่ดีจากภาคเอกชนยักษ์ใหญ่ของไทยอย่าง บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด สปอนเซอร์หลักของลอนเทนนิสสมาคมแห่งประเทศไทย เป็นจำนวนกว่า 3.6 ล้านบาท

        นอกเหนือจากที่ มร.เคียวอิจิ ทานาดะ กรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ทุ่มงบประมาณ 60 ล้านบาท สนับสนุนงบประมาณ เป็นเวลา 3 ปี (พ.ศ. 2555-2557) ให้กับลอนเทนนิสสมาคมฯ เพื่อนำไปใช้ในการดำเนินกิจกรรมต่างๆ รวมถึงโครงการ "โตโยต้า ไรซิ่ง สตาร์ โปรเจกต์" ซึ่งเป็นโครงการฝึกสอนและอบรมเพื่อพัฒนานักเทนนิสไทยให้มีศักยภาพก้าวสู่ระดับโลก


        จึงทำให้ศึกเทนนิส "ชิงแชมป์เอเชีย" ที่กลับมาจัดในเมืองไทยอีกครั้งระหว่างวันที่ 3-8 ธ.ค. ที่ผ่านมา ได้ใช้ชื่อว่า "โตโยต้า เอเชียน แชมเปี้ยนชิพส์ 2012" โดยยังยึดที่ศูนย์พัฒนากีฬาเทนนิสแห่งชาติ เมืองทองธานี เป็นสังเวียนชิงชัยและล่าแชมป์ของนักหวดจากทั่วเอเชีย

        ที่พิเศษสุดนอกเหนือจากเงินรางวัลของการแข่งขันแล้ว ในศึกเทนนิสรายการนี้ยังมีรางวัลเกียรติยศที่ยิ่งใหญ่ คือ ถ้วยพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ สำหรับผู้ชนะเลิศชายเดี่ยว-หญิงเดี่ยว, ชายคู่ และ หญิงคู่อีกด้วย

        ขณะเดียวกัน ยังมีของแถมที่สำคัญคือ ไวลด์การ์ด หรือ สิทธิพิเศษ เข้าไปเล่นในศึกเทนนิสอาชีพรายการใหญ่ของไทย คือ การแข่งขันเทนนิสอาชีพชาย เอทีพี เวิลด์ ทัวร์ "แบงค็อก โอเพ่น" และศึกเทนนิสอาชีพหญิง ดับเบิลยูทีเอ ทัวร์ "พีทีที พัทยา โอเพ่น" ในปีหน้า

        ด้วยรางวัลที่ได้รับล้วนแต่เป็นสิ่งที่มีค่า มีความหมาย และสร้างความยิ่งใหญ่สมกับเป็นศึกเทนนิสชิงแชมป์เอเชีย จึงทำให้มีนักเทนนิสชั้นนำจากทั้ง 14 ชาติ ในเอเชียกระโดดเข้ามาแข่งขันกันเป็นจำนวนมาก


        โดยเฉพาะนักเทนนิสไทย ที่ได้สิทธิ์ในฐานะนักหวดเจ้าถิ่นลงสนามแข่งขันกันหลายชีวิต ไม่ใช่เพียงหวังที่เงินรางวัลจากการแข่งขัน แต่สิ่งที่เป็นเป้าหมายสูงสุดและเป็นสิ่งที่คนไทยต่างอยากได้คือ ถ้วยพระราชทานของในหลวง และ พระราชินี

        และแล้วคนไทยก็ได้ชื่นชม "แชมป์เอเชีย" คนแรกในรอบ 5 ปี ที่เป็นของนักเทนนิสไทย เมื่อในประเภทหญิงเดี่ยว "เพียซ" วรัชญา วงศ์เทียนชัย นักหวดสาวทีมชาติจากเชียงราย นักเทนนิสในโครงการของลอนเทนนิสสมาคมฯ พกดีกรีมือวาง  4 ของรายการ ต้อนชนะนักหวดรุ่นน้องร่วมชาติที่มีดีกรีเป็นถึง "เต็ง 2" ของรายการ "น้องลัก" ลักษิกา คำขำ ไป 2 เซตรวด ด้วยสกอร์ 6-4 และ  6-4 

        จากชัยชนะในครั้งนี้ทำให้วรัชญาได้ครองถ้วยพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ถ้วยรางวัลเกียรติยศที่สูงสุดในชีวิต พร้อมรับไวลด์การ์ด เมนดรอว์ พีทีที พัทยา โอเพ่น 2013 และเงินรางวัล 8,000 เหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 240,000 บาท

        ขณะที่แชมป์ชายเดี่ยวตกเป็นของ "จอง ซุก ยอง" นักหวดมือวาง 5 จากเกาหลีใต้ ที่พลิกชนะ "เฉิน ตี้" มือวาง 1 ของรายการจากไต้หวัน 2 เซตรวด ด้วยสกอร์ 7-6 ไทยเบรก 7-3 และ 6-3 ได้ครองถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมไวลด์การ์ดรอบเมนดรอว์ ศึกอาชีพ ไทยแลนด์ โอเพ่น ปี 2013 และเงินรางวัล 8,000 เหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 240,000 บาท


        ด้านประเภทคู่ นักหวดชาวเอเชียที่ได้ครองถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พร้อมเงินรางวัล 3,800 เหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 1.14 แสนบาท ซึ่งแชมป์ชายคู่ เป็นของ ลี เซียะ ฮาน และ เป็ง เซียน ยิน จากไต้หวัน ส่วนแชมป์หญิงคู่ คือสองสาวไทย ลักษิกา คำขำ และ เพียงธาร ผลิพืช

        "แม้การแข่งขันครั้งนี้นักหวดที่เข้าร่วมแข่งขันอาจไม่ใช่ระดับซูเปอร์สตาร์ดังที่ติดท็อป 100 ของโลก แต่ทุกคนที่ร่วมศึกครั้งนี้ คือ นักเทนนิสระดับดาวรุ่งของเอเชีย ที่กำลังจะก้าวขึ้นมาสู่มือท็อปของโลกในอีกไม่ช้านี้"


        นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ
นายกลอนเทนนิสสมาคมฯ กล่าวหลังจบการแข่งขันพร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่าการแข่งขันเทนนิสรายการนี้จะช่วยพัฒนาศักยภาพของนักเทนนิสเอเชียได้อย่างดี


        พร้อมกันนี้ ยังจะยืนหยัดที่จะเดินหน้าจัดการแข่งขันและผลักดันให้ศึกเทนนิสรายการนี้มีความยิ่งใหญ่ และมีคะแนนสะสมโลกที่ไม่ต่างจากการแข่งขันเทนนิสอาชีพ


        นายสุวัจน์เชื่อว่า ประโยชน์ที่ได้ไม่ใช่อยู่แค่นักเทนนิสต่างชาติในเอเชียเท่านั้น ในส่วนของนักเทนนิสไทยถือว่าได้ประโยชน์มากกว่าทุกชาติ 

        "หากรายการนี้สามารถพัฒนาไปมีคะแนนสะสมโลก และมีไวลด์การ์ดแข่งขันระดับแกรนด์สแลม หรือการแข่งขันเทนนิสอาชีพรายการอื่นๆ อีก นักเทนนิสไทยถ้าได้พัฒนาศักยภาพที่ดีมีโอกาสก้าวมาสู่แชมป์ก็จะมีโอกาสเก็บคะแนนสะสมโลกเพิ่ม และมีสิทธิ์ได้แข่งเทนนิสรายการที่ใหญ่ๆ มากขึ้น ซึ่งนั่นก็หมายถึงโอกาสที่จะก้าวไปสู่ระดับท็อปของโลกก็มีมากขึ้น"


        แม้ว่าขณะนี้วงการเทนนิสไทยยังมีช่องว่าง ขาดช่วงการพัฒนาที่เห็นได้ชัดคือ นักหวดชายที่ยังไม่โดดเด่นมากพอเท่ากับนักเทนนิสหญิง

        แต่สำหรับนายกลอนเทนนิสสมาคมฯ ที่ชื่อ "สุวัจน์ ลิปตพัลลภ" พร้อมที่จะให้การสนับสนุนในทุกด้านเพื่อผลักดันให้นักหวดไทยมีการพัฒนาที่ไม่หยุดนิ่ง และก้าวสู่การเป็นมือท็อปของโลกในเร็วๆ วันนี้ได้


        และศึกเทนนิส "โตโยต้า เอเชียน แชมเปี้ยนชิพส์ 2012" เป็นอีกหนึ่งจุดเริ่มต้นของการพัฒนาที่ถูกจุด ตรงตามเป้าหมายที่นักหวดไทยต้องการ...
Comment