หน้าแรก | Columnist | iBlog | iAuction | Gallery| ทัวร์นาเม้นท์กีฬา
ผลบอล | วิเคราะห์บอล

กีฬาอื่นๆ
 
โค้ชหรั่งปรับตำแหน่งนั่งเก้าอี้รองอธิบดีกรมพลฯ
08/08/2012 23:44:16


''โค้ชหรั่ง'' ชาญวิทย์ ผลชีวิน ผู้อำนวยการสำนักวิทยาศาสตร์การกีฬา กรมพลศึกษา อดีตกุนซือฟุตบอลทีมชาติไทย ปรับตำแหน่งนั่งเก้าอี้รองอธิบดีกรมพลศึกษา มีผลตั้งแต่วันที่ 6 ส.ค. ที่ผ่านมา เจ้าตัวประกาศทุ่มเททำงานเต็มที่ อุทิศเวลา 3 ปี ที่เหลือให้กรมพลศึกษา พร้อมสานต่องานเก่าและงานใหม่ตามนโยบายกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ชี้ไม่มีอะไรหนักใจ เพราะทำงานมาขนาดนี้แล้ว ส่วนเรื่องฟุตบอลวางมือมานานแล้ว เต็มที่คงเป็นได้แค่ที่ปรึกษาเท่านั้น



         ตามที่กรมพลศึกษาได้ตั้งคณะกรรมการสรรหาฯ เพื่อสรรหาบุคคลเข้ามาดำรงตำแหน่งรองอธิบดีกรมพลศึกษา ที่ว่างลงหลังจาก ดร.พัฒนาชาติ กฤดิบวร รองอธิบดีกรมพลศึกษา ได้รับการแต่งตั้งให้ไปดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา แล้วนั้น

 
         ล่าสุดเมื่อวันที่ 8 ส.ค. ที่ผ่านมา คณะกรรมการสรรหาฯ ได้พิจารณาบุคคลที่เข้ามาดำรงตำแหน่งรองอธิบดีกรมพลศึกษาเรียบร้อยแล้ว โดยมีมติให้ "โค้ชหรั่ง" ชาญวิทย์ ผลชีวิน ผู้อำนวยการสำนักวิทยาศาสตร์การกีฬา กรมพลศึกษา ขึ้นมาดำรงตำแหน่งเป็นรองอธิบดีกรมพลศึกษาแทน โดยคำสั่งมีผลตั้งแต่วันที่ 6 ส.ค. ที่ผ่านมา

 
         ด้าน "โค้ชหรั่ง" ชาญวิทย์ ผลชีวิน รองอธิบดีกรมพลศึกษาป้ายแดง เผยว่า ขอบคุณผู้ใหญ่ทุกคน ไม่ว่าจะเป็น นายชุมพล ศิลปอาชา รมว.กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, นายสมบัติ คุรุพันธ์ ผช.รัฐมนตรีประจำกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

 
         นายสุวัตร สุทธิหล่อ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และ นางแสงจันทร์ วรสุมันต์ อธิบดีกรมพลศึกษา ที่ให้โอกาสตนในการเข้ามารับใช้งานกรมพลศึกษา ขอบคุณทุกท่านจริงๆ ที่ให้โอกาส ขอบคุณครูบาอาจารย์ ขอบคุณครอบครัวที่ให้กำลังใจตลอดมา

 
         "ตอนนี้ต้องขอเคลียร์งานเก่าให้เสร็จก่อน ซึ่งคาดว่าอีกสักอาทิตย์น่าจะเรียบร้อย และสามารถเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ได้ สำหรับนโยบายก็ยังต้องสานต่อนโยบายเดิมคือ ยุทธศาสตร์พัฒนาการกีฬาขั้นพื้นฐานและพัฒนาการกีฬาเพื่อมวลชนให้สำเร็จ และต้องเข้าไปรับนโยบายจากกระทวงการท่องเที่ยวและกีฬาอีกครั้ง"

 
         "ในเมื่อผู้ใหญ่ให้โอกาสก็ต้องทุ่มเททำงานอย่างเต็มที่ และที่ผ่านมาเราก็ตั้งใจทำงานมาตลอด ไม่หนักใจหรือกังวลอะไร เพราะตนเองทำงานมาขนาดนี้แล้ว มีแต่จะเดินหน้าต่อ เหลือเวลาอีกสามปีก็จะอุทิศให้กับงานราชการ ส่วนเรื่องการเป็นโค้ชฟุตบอลจริงๆ ตนวางมือมานานแล้ว เต็มที่คงเป็นแค่ที่ปรึกษา แต่การอบรมโค้ชก็ยังต้องทำอยู่ และมาอยู่ตรงนี้ยิ่งต้องทำเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม"  

 
         สำหรับ "โค้ชหรั่ง" ชาญวิทย์ ผลชีวิน รับตำแหน่งเป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนฟุตบอลทีมชาติไทย ในช่วงปี 2547-2550 โดยปี พ.ศ. 2537 เคยพาทีมสโมสรธนาคารกสิกรไทยคว้าแชมป์ฟุตบอลเอเชียนแชมเปี้ยนส์ คัพ (ฟุตบอลสโมสรชิงแชมป์เอเชีย) สองสมัยติดต่อกัน และพาทีมเยาวชน 17 ปี ของไทยไปเล่นฟุตบอลเยาวชนโลกเป็นครั้งแรก ที่อียิปต์ เมื่อปี พ.ศ. 2540

 
         โดย "โค้ชหรั่ง" ถือเป็นยอดโค้ชที่ได้รับการยอมรับว่าเก่งที่สุดในเมืองไทย ซึ่งสามารถนำทีมชาติไทยชุดเยาวชนอายุไม่เกิน 23 ปี (ยู-23) คว้าแชมป์กีฬาซีเกมส์ที่ประเทศฟิลิปปินส์ ในปี พ.ศ. 2548 และคว้าแชมป์ฟุตบอล 4 เส้า อกรีแบงก์ คัพ ที่เวียดนาม ในปี พ.ศ. 2549 พาทีมชาติไทยชุดเยาวชนอายุไม่เกิน 23 ปี (ยู-23) ผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายฟุตบอลเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 15 ที่ประเทศกาตาร์ ก่อนแพ้ทีมชาติกาตาร์ 0-3 ต่อมาในปีเดียวกันพาทีมชาติไทยชุดใหญ่คว้าแชมป์ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์ คัพ 2006 โดยในนัดชิงชนะเสิศสามารถเอาชนะทีมชาติเวียดนาม 3-1

ข่าวอื่นๆ ในหมวดนี้
Comment