แนะนำทีมโอลิมปิกเกมส์ 2012 (กลุ่ม บี)
เม็กซิโก
มีดีที่โครงสร้างเยาวชน
ในฐานะชาติตัวแทนจากโซนคอนคาเคฟ ซึ่งหมายถึงทวีปอเมริกาเหนือ อเมริกากลาง และแคริบเบียน ที่เข้าร่วมกีฬาฟุตบอลชายในมหกรรมกีฬาโอลิมปิกเกมส์ เม็กซิโก ถือว่าเป็นรองแค่ สหรัฐอเมริกา ทีมเดียว
พลิกกลับไปดูหน้าประวัติศาสตร์ทีมจากโซนคอนคาเคฟ ทีมจังโก้ผ่านรอบคัดเลือก เข้าร่วมศึกโอลิมปิกเกมส์ ได้ถึง 10 ครั้ง รวมครั้งนี้ที่ลอนดอนเกมส์ด้วย แต่ก็ยังเป็นรองทีมมะกัน ที่เข้าสู่มาเล่นมากที่สุด 14 ครั้ง
สำหรับเม็กซิโก กลายเป็นชาติมหาอำนาจลูกหนังโซนคอนคาเคฟในช่วง 2 ทศวรรษที่ผ่านมาอย่างไม่ต้องสงสัย จากการกวาดแชมป์คอนคาเคฟ โกลด์ คัพ 6 จาก 10 ครั้งหลัง ตั้งแต่ปี 1993, 1996, 1998, 2003 และสองครั้งหลังสุด 2009 และ 2011 ฉีกหน้ายักษ์ใหญ่อย่าง สหรัฐอเมริกา กระจุยกระจาย
ทีมจังโก้ยังมีโอกาสไปสร้างชื่อในฐานะแขกรับเชิญศึกโคปา อเมริกา ของทางฝั่งอเมริกาใต้ อีกด้วย และผลงานโดยรวมก็ยอดเยี่ยม เคยเป็นรองแชมป์ในปี 1993 และ 2001 และคว้าอันดับ 3 ในปี 1997, 1999 และ 2007 แต่น่าเสียดายที่การขนชุดเด็กไปเล่นในทัวร์นาเมนต์ล่าสุดปี 2011 ทำให้พวกเขาต้องตกรอบแรก
ในทัวร์นาเมนต์ใหญ่ที่สุดอย่างฟุตบอลโลก นับตั้งแต่ที่โดนสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) สั่งแบนในปี 1990 หลังจากนั้นพวกเขาก็ได้เล่นรอบสุดท้ายมา 5 ครั้งติดต่อกัน และผลงานก็น่าพอใจในระดับหนึ่ง นั่นคือการผ่านรอบแบ่งกลุ่มทุกครั้ง แต่ก็จอดป้ายรอบ 16 ทีมสุดท้ายทุกครั้งเช่นกัน
เม็กซิโก ถือเป็นชาติหนึ่งที่มีโครงสร้างในการปลุกปั้นนักเตะดาวรุ่งไม่เป็นรองชาติใดในโลก จะเห็นได้จากผลงานเมื่อปี 2011 ที่พวกเขาคว้าแชมป์โลกรุ่น ยู-17 และซิวอันดับ 3 ในศึก ยู-20 ชิงแชมป์โลก ดังนั้นทีมชุด ยู-23 บวกโควต้าอายุเกินอีก 3 คนในโอลิมปิกเกมส์ 2012 ถือเป็นทีมที่ไม่ธรรมดาอีกทีมหนึ่ง
หลุยส์ เฟร์นานโด เตน่า เทรนเนอร์ทีมจังโก้ ชุดนี้ ตัดสินใจสร้างทีมชุดใหม่ขึ้นมา ยึดนักเตะอายุ 21-23 เป็นแกนหลัก ดังนั้นจึงมีเพียง เนสเตอร์ อเราโย, ฮอร์เก้ เอ็นริเกซ, ดิเอโก้ เรเยส และ โฮเซ่ อันโตนิโอ โรดริเกซ ที่มาจากทีมชุดอันดับ 3 เวิลด์ คัพ ยู-20 เมื่อปีที่แล้ว
กระนั้นผลงานในศึกโอลิมปิกเกมส์ ยังไม่น่าประทับใจเท่าที่ควร 3 ครั้งหลังสุดที่พวกเขาเข้าร่วมทัวร์นาเมนต์คือในปี 1992 ที่สเปน ตกรอบแรก, ปี 1996 ที่สหรัฐอเมริกา ผ่านเข้ารอบในฐานะทีมอันดับ 1 ของกลุ่ม แต่ก็จอดป้ายรอบก่อนรองฯ แพ้ให้กับไนจีเรีย ซึ่งคว้าเหรียญทองในปีนั้น ส่วนครั้งสุดท้ายปี 2004 ที่กรีซ พวกเขาก็ตกรอบแรกอีก
ดังนั้นต้องรอดูผลงานในปี 2012 ว่าเม็กซิโกจะไปได้ไกลสักแค่ไหน เพราะดูจากเพื่อนร่วมกลุ่ม บี แล้ว พวกเขามีโอกาสไปได้ไกลกว่ารอบแบ่งกลุ่มมากทีเดียว
สตาร์ดัง
โจวานี่ โดส ซานโต๊ส
แม้ทีมจังโก้ชุดนี้จะมีดาวรุ่งที่น่าจับตามองหลายต่อหลายคน ไม่ว่าจะเป็น มาร์โก ฟาเบียน มิดฟิลด์จากกัวดาลาฮาร่า, เนสเตอร์ อเราโย เซนเตอร์ฮาล์ฟจากครูซ อาซูล หรือจะเป็นแข้งอายุเกินอย่าง คาร์ลอส ซัลซิโด้ แบ็กซ้ายตัวเก๋า กับ โอริเบ เปราลต้า ศูนย์หน้าวัย 28 แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าทีเด็ดของทีมชุดนี้อยู่ที่จอมทัพในแนวรุก โจวานี่ โดส ซานโตส
ในศึกคอนคาเคฟ โกลด์ คัพ เมื่อปีที่แล้ว เม็กซิโก คว้าแชมป์ด้วยการเอาชนะ สหรัฐอเมริกา อย่างยิ่งใหญ่ 4-2 แม้คนที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดจะเป็น ฮาเวียร์ เอร์นานเดซ ''ชิชาริโต้'' ที่คว้าทั้งรองเท้าทองคำและนักเตะทรงคุณค่าของทัวร์นาเมนต์ แต่คนที่มีส่วนร่วมและมีประโยชน์กับเกมรุกของทีมจังโก้มากที่สุดนั่นคือ โจวานี่ ที่คว้ารางวัลประตูสุดสวยที่ยิงสหรัฐฯ ในนัดชิงด้วย
แม้ โจวานี่ ไม่ได้รับโอกาสลงสนามกับสโมสรท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ แต่ในระดับทีมชาติเขาคือตัวหลักของทีมแทบทุกชุดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และครั้งนี้ก็ถูกฝากหวังในแนวรุกเอาไว้มากทีเดียว
เทรนเนอร์
หลุยส์ เฟร์นานโด เตน่า
โค้ชวัย 54 ปี ก้าวเข้ามาทำงานกับสหพันธ์ลูกหนังจังโก้ ในฐานะมือขวาของ โฮเซ่ มานูเอล เด ลา ตอร์เร่ เทรนเนอร์ทีมชาติชุดใหญ่ ตั้งแต่ปี 2010 และด้วยโปรแกรมของทีมที่ต้องเตะมากมายหลายรายการ ทำให้เตน่ามีโอกาสรับหน้าที่เป็นเฮดโค้ชของทีมชุด ยู-22 ที่ไปเล่นศึกโคปา อเมริกา 2011 มาแล้ว
แม้ครั้งนั้นทีมจังโก้จะร่วงรอบแรก แต่ผลงานโดยรวมถือว่ารูปเกมไม่เป็นรองคู่แข่งมากนัก แม้จะแพ้รวดต่อชิลี 1-2, เปรู 0-1 และอุรุกวัย 0-1 ก็ตาม ซึ่งด้วยศักยภาพของทีมที่เอาเด็กมาเล่น เพราะโปรแกรมใกล้เคียงกับศึกคอนคาเคฟ โกลด์ คัพ ที่ทีมชุดใหญ่ไปคว้าแชมป์ที่สหรัฐอเมริกา ทำให้เตน่าไม่มีทางเลือกในการทำทีมมากนัก
เรื่องประสบการณ์ในการคุมทีม เตน่าเก็บเกี่ยวมาจากเด ลา ตอร์เร่ อย่างเต็มที่แล้ว ก่อนจะมาเพิ่มพูนอย่างเต็มตัวในศึกโคปา อเมริกา ซึ่งมีประโยชน์อย่างมากกับการทำทีมลุยศึกโอลิมปิกเกมส์ 2012
ฟันธง : คงไม่มีใครว่าหากจะตัดชื่อกาบองออกจากการลุ้นเข้ารอบ ดังนั้นเม็กซิโกมีโอกาสดีทีเดียวกับการลุ้นเข้ารอบแย่งกับสวิตเซอร์แลนด์ และเกาหลีใต้ ซึ่งดูแล้วเวลานี้ทีมจังโก้ไม่เป็นรองทั้งสองชาติ
----------------------------------------------------------------------------

เกาหลีใต้
ขอสู้ด้วยพลังโสม
อาจไม่ใช่เบอร์ 1 ของทวีปเอเชีย แต่ เกาหลีใต้ ก็เป็นชาติที่เข้าร่วมศึกโอลิมปิกเกมส์มาติดต่อกัน 7 ครั้งแล้วรวมครั้งนี้ที่ ลอนดอน เกมส์ ด้วย
ความสำเร็จของชาติจากทวีปเอเชียอาจยังห่างไกลชาติจากทวีปอื่นๆ อยู่มาก 11 ครั้งที่ เกาหลีใต้ เคยเข้าร่วมกีฬาฟุตบอลชายในโอลิมปิกเกมส์ พวกเขาไม่เคยคว้าเหรียญรางวัลใดๆ ไปครองเลย ขณะที่ผลงานจากทุกชาติ ทุกทัวร์นาเมนต์ มีเพียง ญี่ปุ่น ที่คว้าเหรียญทองได้ครั้งเดียวเมื่อปี 1968 ที่ เม็กซิโก
จาก 6 ครั้งหลังสุดของ เกาหลีใต้ ที่ลงเล่นในโอลิมปิกเกมส์ พวกเขาโชคร้ายหลายครั้งที่ต้องตกรอบแรก มีเพียงครั้งเดียวที่ผ่านรอบแรกไปได้แต่ก็จอดป้ายรอบก่อนรองชนะเลิศด้วยการแพ้ ปารากวัย 2-3
อีก 5 ครั้งที่ตกรอบแรก ทีมโสมขาวไม่เคยเป็นทีมบ๊วยของกลุ่มเลย พวกเขามีลุ้นจนถึงนัดสุดท้ายรอบแบ่งกลุ่มทุกครั้ง แต่สุดท้ายก็ต้องผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำเล่า
สำหรับทีมชาติชุดใหญ่ เกาหลีใต้ ยังต้องใช้เวลาในการไล่ล่าการเป็นเบอร์ 1 ของทวีปอยู่หลังมี ออสเตรเลีย ย้ายสัมโนครัวเข้ามาเป็นเบอร์ 2 รองจาก ญี่ปุ่น ส่งผลให้ โสมขาว ต้องคว้าอันดับ 3 ในศึกเอเชียน คัพ มาสองครั้งหลังสุดปี 2007 และ 2011
กับศึกฟุตบอลโลก เกาหลีใต้ เริ่มยกระดับตัวเองขึ้นมาได้มากหากไม่นับเวิลด์ คัพ 2002 ที่พวกเขาเป็นเจ้าภาพร่วมและจบด้วยการคว้าอันดับ 4 ไปอย่างยิ่งใหญ่ เวิลด์ คัพ 2010 ที่ แอฟริกาใต้ โสมขาว ขยับหนีรอบแบ่งกลุ่มได้แล้วแม้ต้องจอดป้ายในรอบ 16 ทีมสุดท้ายก็ถือเป็นความสำเร็จอีกระดับหนึ่ง
สำหรับทีมชุดโอลิมปิกเกมส์ 2012 ภายใต้การคุมทีมของอดีตกองหลัง ฮอง มยอง-โบ ผู้เคยผ่านประสบการณ์ในศึกฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายมาแล้ว มีนักเตะหลายคนที่ผ่านประสบการณ์ในเวทียุโรป
อย่าง พาร์ค ชู-ยอง กองหน้าจาก อาร์เซน่อล แม้ไม่มีโอกาสได้ลงสนามกับสโมสร แต่สำหรับทีมชาตินี่เป็นโอกาสครั้งสำคัญที่เขาได้รับเพื่อพิสูจน์ผลงานของตัวเอง โดย ชู-ยอง เป็น 1 ใน 3 นักเตะอายุเกินร่วมกับ คู ชา-โชล กองกลางกัปตันทีมจาก เอาก์สบวร์ก ในบุนเดสลีกา เยอรมัน และ ชอง ซอง-รยอง นายทวารมือ 1 ทีมชาติชุดใหญ่
สตาร์ดัง
คี ซอง-ยอง
อันที่จริง เกาหลีใต้ เป็นทีมที่มีจุดเด่นในเรื่องทีมเวิร์กและพละกำลัง ดังนั้นการจะมองหานักเตะที่เด่นที่สุดในทีมอาจไม่ใช่เรื่องง่ายแต่ถ้าพิจารณาจากประสบการณ์กับสโมสรด้วยแล้วเวลานี้ต้องยกให้มิดฟิลด์จากกลาสโกว์ เซลติก
พาร์ค ชู-ยอง กับ ชี ทง-วอน อาจเป็นที่ชื่นชอบและมีชื่อเสียงมากกว่าในฐานะสองนักเตะที่อยู่ในทีมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ อย่าง อาร์เซน่อล กับ ซันเดอร์แลนด์ แต่เมื่อดูจากโอกาสการลงเล่นที่แทบจะไม่ได้รับเลย ทำให้ ซอง-ยอง กลายเป็นนักเตะที่เก็บเกี่ยวประสบการณ์มากที่สุดในศึกสกอตติช พรีเมียร์ลีก
ช่วงปิดฤดูกาลนี้ ซอง-ยอง ตกเป็นข่าวกับสโมสรดังในพรีเมียร์ลีกทั้ง ลิเวอร์พูล และ ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส ทำให้ชื่อเสียงของมิดฟิลด์เท้าหนักรายนี้เพิ่มขึ้นและจะเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัวหากโชว์ฟอร์มโดดเด่นในโอลิมปิกเกมส์ 2012
เทรนเนอร์
ฮอง มยอง-โบ
อดีตปราการหลังระดับตำนานของประเทศที่เคยผ่านศึกฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย มาถึง 4 ครั้ง ตั้งแต่ปี 1990-2002 ซึ่งเป็นครั้งที่ทีมโสมขาวสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้วงการฟุตบอลของประเทศก่อนที่เขาจะประกาศอำลาทีมชาติ
สำหรับงานโค้ช มยอง-โบ เคยผ่านประสบการณ์ในฐานะมือขวากุนซือทีมชุดใหญ่มาแล้วระหว่างปี 2005-2007 ก่อนจะทำหน้าที่มือขวาอีกครั้งในทีมชุดโอลิมปิกเกมส์ 2008 ก่อนจะขยับมาคุมทีมชาติชุดยู-20 ในปี 2009 ดังนั้นเรื่องประสบการณ์กับทีมชาติชุดเล็กถือว่าหายห่วงโดยเฉพาะอย่างยิ่งการเคยสัมผัสศึกโอลิมปิกเกมส์ มาแล้วทั้งในฐานะนักเตะและผู้ช่วยโค้ชน่าจะช่วยทีมชุดนี้ได้มากทีเดียว
ฟันธง : หากใช้จุดเด่นในเรื่องพละกำลังและวิ่งสู้ฟัดแล้วรับรอง สวิตเซอร์แลนด์ กับ เม็กซิโก อาจเจอผลการแข่งขันสุดช็อกเกิดขึ้นได้ซึ่ง โสมขาว อยู่ในสถานะที่ดีกับการมีลุ้นเข้ารอบเช่นกัน
----------------------------------------------------------------------------
สวิตเซอร์แลนด์
'นาฬิกาอันตราย'
หนึ่งในเป้าหมายของการส่งทีมเข้าร่วมชิงเหรียญในฟุตบอลชายโอลิมปิก ก็คือการสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิตให้กับขุนพลวัยกระเตาะ เพื่อผลักดันสู่ทีมชาติชุดใหญ่ต่อไป
สวิตเซอร์แลนด์ กำลังดำเนินแผนการนั้นอย่างเข้มข้น
ทีมของกุนซือ ปิแอร์ลุยจิ ทามี่ เข้าตะลุยทัวร์นาเมนต์ชิงแชมป์ยุโรป รุ่น ยู-21 เมื่อกลางปี 2011 ที่เดนมาร์ก โดยที่ไปไกลถึงการเป็นรองแชมป์ (แพ้สเปน 0-2 นัดชิงชนะเลิศ) ซึ่งทีมชุดรองแชมป์ทวีปนี้ ก็แทบจะยกชุดมาเล่นใน ลอนดอนเกมส์ นี่เหมือนกัน
ในทีมยอดเยี่ยมยูฟ่า ทัวร์นาเมนต์ ที่ว่า นักเตะทัพนาฬิกาติดอยู่ถึง 5 ราย คือ ยันน์ ซอมเมอร์, ทิม โคลเซ่, โจนาธาน รอสซินี่, อัดเมียร์ เมห์เมดี้ และ เซอร์ดาน ชากิรี่ ซึ่งโคลเซ่กับเมห์เมดี้ก็คือตัวหลักของทีมชุดลุยโอลิมปิกนี้ ที่เสริมด้วยแข้งอายุเกินอย่างผู้รักษาประตูมือหนึ่ง ดีเอโก้ เบนาโญ่ (28) จากโวล์ฟสบวร์ก, ซาเวียร์ ฮอชสตราสเซอร์ (24) กองกลางลูเซิร์น และโคลเซ่ กองหลังเนิร์นแบร์ก ที่อายุเกินไปแค่ปีเดียวเท่านั้น
สวิตเซอร์แลนด์ เดินหน้ากำชัย 3 เกมรวดในรอบแรกของศึกยูโรรุ่นเล็ก ก่อนสยบสาธารณรัฐเช็ก ในรอบตัดเชือก ซึ่ง 4 เกมนี้ สวิตเซอร์แลนด์ ชนะรวดแบบไม่เสียแม้แต่ประตูเดียว ยิงได้รวม 7 ลูก เข้าขิงชนะเลิศไปคว้าตั๋วเข้าเล่นลอนดอนเกมส์ โดยอัตโนมัติ
การมาเล่นโอลิมปิกเกมส์ หนนี้ของสวิตเซอร์แลนด์ นับเป็นครั้งแรกในรอบ 84 ปีทีเดียว หลังจากหนสุดท้ายคือปี 1928 ที่อัมสเตอร์ดัม ฮอลแลนด์ ทว่าความทรงจำที่ดีของพวกเขาอยู่ในทัวร์นาเมนต์ 4 ปีก่อนหน้านั้น กับการตะลุยเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศ (ก่อนแพ้อุรุกวัย 0-3) ไปคว้าเหรียญเงินมาคล้องคอ
กับคราวนี้ด้วยการมีดีกรีรองแชมป์ยุโรป สวิตเซอร์แลนด์ จึงสามารถคาดหวังได้ถึงการก้าวไปไกลไม่แพ้ผลงานของทีมยุคโบราณ ยิ่งกับการอยู่ร่วมสายกับเม็กซิโก, เกาหลีใต้ และกาบอง ก็ทำให้สวิตเซอร์แลนด์ ไม่ได้เป็นรองใครทั้งนั้น อย่างน้อยที่สุดก็น่าจะผ่านเข้ารอบน็อกเอาต์ได้ จากนั้นจะอย่างไรค่อยว่าต่อกันไปทีละนัด
สำคัญกว่าคือ สวิตเซอร์แลนด์ จะพบกับกาบอง (26 ก.ค.) และเกาหลีใต้ (29 ก.ค.) ก่อนใน 2 เกมแรกของรอบแรก ซึ่งด้วยชื่อชั้นของขุมกำลังแล้ว จะไม่ใช่เรื่องน่าแปลกหากพวกเขาจะเอาชนะได้ทั้ง 2 เกมนี้ เพื่อลอยลำเข้ารอบไปก่อนใคร
ด้วยความห้าวและดีกรีดังที่ว่า สวิตเซอร์แลนด์ ชุดนี้ จึงนับเป็นทีมที่มีอันตรายสูงที่สุดทีมหนึ่งในลอนดอนเกมส์
และเป้าหมายของพวกเขาก็อยู่ถึงการเป็น 2 ทีมสุดท้าย ในวันท้ายสุดของการชิงชัย
จับตาสตาร์ดัง
อัดมีร์ เมห์เมดี้
เมื่อ เซอร์ดาน ชากิรี่ หนึ่งในดาวรุ่งที่ร้อนแรงที่สุดของฟุตบอลสวิส (ย้ายจากบาเซิ่ล ไปบาเยิร์น มิวนิค) ไม่อยู่ในทีมชุดนี้ สปอตไลต์จึงจะตกมาอยู่ที่ อัดมีร์ เมห์เมดี้ หัวหอกวัย 21 จากดินาโม เคียฟ
ศูนย์หน้าเชื้อสายยุโรปตะวันออก (เกิดที่ยูโกสลาเวีย) รายนี้ ถูกเรียกตัวไปเล่นทีมชาติชุดใหญ่มาแล้ว ด้วยฝีเท้าที่ร่ายให้กับทีมชาติชุดเล็กได้เป็นอย่างดีตลอดช่วงที่ผ่านมา
เมห์เมดี้ยิง 2 ประตูใส่เบลารุส ในนัดสุดท้ายของรอบแรก และอีกเม็ดปลิดชีพสาธารณรัฐเช็ก ช่วงต่อเวลาของรอบตัดเชือกทัวร์นาเมนต์ชิงแชมป์ยุโรป รุ่น ยู-21 ปี 2011 นั่นทำให้เขาคว้ารางวัลรองเท้าเงิน เป็นรองดาวซัลโวของรายการ (ถัดจาก อาเดรียน โลเปซ ของสเปน)
ด้วยฟอร์มที่ดีทั้งในระดับนานาชาติและสโมสร เมห์เมดี้จึงถูกดินาโม เคียฟ ซื้อตัวไปจากเอฟซี ซูริค ในปีนี้ และก็เริ่มต้นพังตาข่ายให้กับต้นสังกัดในยูเครนได้ไปแล้วด้วย
ลอนดอนเกมส์ หนนี้ จะเป็นอีกเวทีให้เมห์เมดี้พิสูจน์ฝีเท้าตัวเอง เพื่อก้าวไปเป็นอนาคตระยะยาวของทีมชาติชุดใหญ่สืบไป
สัมผัสเทรนเนอร์
ปิแอร์ลุยจิ ทามี่
เรียกได้ว่าเป็นผู้คร่ำหวอดในฟุตบอลสวิสตัวจริง อายุอาจจะไม่เยอะนัก (50) และประสบการณ์ในระดับสโมสรก็มีไม่มาก แต่เพลานี้ ปิแอร์ลุยจิ ทามี่ มีตำแหน่งถึง 3 ตำแหน่ง ทั้งกุนซือทีมชุดโอลิมปิก 2012, นายใหญ่ทีมชุด ยู-21 (ตั้งแต่ 2009) และผู้ช่วยเทรนเนอร์ทีมชาติชุดใหญ่ ของ อ็อตมาร์ ฮิตซ์เฟลด์ (ตั้งแต่ปี 2006)
อดีตกองหลัง 4 ทีมอาชีพในสวิตเซอร์แลนด์ แขวนสตั๊ดไปในปี 1993 ก่อนจับงานกุนซือต้นสังกัดเก่า โลคาร์โน่ ใน 6 ปีให้หลัง ซึ่งเมื่อเข้ารับงานคุมทีมชาติรุ่นยู-17 ในปี 2005 แล้ว ทามี่ ก็เป็นบุคลากรคนสำคัญของวงการลูกหนังสวิส ซึ่งเจ้าตัวก็เพิ่งรับรางวัลโค้ชยอดเยี่ยมไปในปีที่แล้วนี่เอง และถ้าถึงวันที่ฮิตซ์เฟลด์สละเก้าอี้เมื่อใด ก็คงถึงคิวของทามี่เมื่อนั้น
ฟันธง : น่าจะผ่านรอบแรกอย่างไร้ปัญหา อีกทั้งยังมีดีพอจะไปถึงรอบ 8 ทีมสุดท้าย หรือตัดเชือกและเข้าชิง หากยังสานต่อฟอร์มที่ดีจากยูโรรุ่นเล็กไว้ได้อยู่
----------------------------------------------------------------------------
กาบอง
'ไร้ชื่อไม่ไร้กึ๋น'
ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า กาบอง ไม่ใช่ชาติที่มีพลังอำนาจในวงการฟุตบอลของโลก หรือแม้แต่ในทวีปแอฟริกาด้วยกันเอง
ฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย 1930-2010 ไม่เคยมี กาบอง อยู่ในสารบบ (ทั้งตกรอบคัดเลือกและไม่เข้าร่วม) ขณะที่ แอฟริกัน เนชั่นส์ คัพ จะไปไกลสุดก็รอบ 8 ทีมสุดท้าย ซึ่งก็เกิดขึ้นเพียง 2 ครั้ง (1996 กับ 2012) นับตั้งแต่มีทัวร์นาเมนต์มาในปี 1957
และลอนดอนเกมส์ 2012 ก็คือโอลิมปิกหนแรกของ ทีม ''เดอะ แพนเธอร์ส'' เสือดำแห่งแอฟริกาด้วย
''เราจะไปเล่นโอลิมปิกเกมส์เป็นครั้งแรก หลังจากคว้าแชมป์แรกในหน้าประวัติศาสตร์กาบองได้แล้ว นี่ทำให้เราภาคภูมิใจมาก แต่ยังไม่ใช่จุดจบบันทึกของเรา'' โคล้ด อัลเบิร์ต เอ็มบูรูโนต์ กุนซือกาบอง ยู-23 ว่าไว้ภายหลังนำทีมของเขาสยบเจ้าภาพ โมร็อกโก 2-1 ในนัดชิงชนะเลิศทัวร์นาเมนต์ยู-23 ชิงแชมป์แอฟริกา ที่โมร็อกโก เมื่อปลายปีที่แล้ว
มาอย่างเงียบๆ กาบอง เข้ารอบเป็นอันดับ 2 ของกลุ่มบี ทัวร์นาเมนต์ที่ว่า (ชนะ 1 เสมอ 1 แพ้ 1) ก่อนสร้างเซอร์ไพรส์เขี่ยเซเนกัล ร่วงรอบตัดเชือกไปด้วยชัยชนะ 1-0 ก่อนขมวดจบนิยายแสนสวยของตัวเองด้วยการชนะเจ้าภาพ 2-1 ทั้งที่โดนยิงนำไปก่อน ซึ่ง อัลเลน โนโน่ หัวหอกดาวรุ่งเจ้าของประตูชัย 2-1 ปลายครึ่งแรก ก็อยู่ในทีมชุดนี้ด้วย
ในแอฟริกัน เนชั่นส์ คัพ 2012 เมื่อต้นปี กาบองเองก็รับหน้าเสื่อเป็นเจ้าภาพร่วม และใช้นักเตะส่วนมากเป็นพวกยู-23 (เพื่อเตรียมพร้อมลุยโอลิมปิก) ซึ่งผลงานก็ออกมาดีเยี่ยม ผ่านรอบแรกด้วยการเป็นแชมป์กลุ่ม ชนะรวดเหนือไนเจอร์ 2-0, โมร็อกโก 3-2 และตูนิเซีย 1-0 ก่อนพ่ายรอบ 8 ทีมสุดท้ายเพียงแค่การดวลจุดโทษต่อ มาลี 4-5 หลังเสมอใน 120 นาที 1-1 ปิแอร์-เอเมริค ออบาเมยัง ดาวยิงตัวความหวังกาบอง อาจจะยิงจุดโทษพลาด แต่ก็เป็นแมน ออฟ เดอะ แมตช์ และมีชื่อติดทีมยอดเยี่ยมทัวร์นาเมนต์ด้วย
ด้วยการทำทีมที่ต่อเนื่องเป็นขั้นเป็นตอน พร้อมดีกรีแชมป์แอฟริกา (รุ่นเล็ก) กาบอง อาจจะไร้ชื่อเสียงเรียงนามในสายตาชาวโลก แต่นี่ไม่ใช่ทีมที่ไร้คุณภาพแม้แต่น้อย
ด้วยชื่อชั้น กาบอง อาจต้องลุ้นหนักหน่อยสำหรับการคว้าตั๋วเข้ารอบน็อกเอาต์ แต่หากทำสำเร็จขึ้นมา ก็ไม่จำเป็นต้องกลัวอะไรอีก และอย่าลืมว่าอะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้นในฟุตบอลแบบเกมเดียว
จับตาสตาร์ดัง
ปิแอร์-เอเมริค ออบาเมยัง
นักเตะที่มีคุณภาพที่สุดในฟุตบอลกาบองยุคนี้ ภายหลังจากที่ ปิแอร์-เอเมริค ออบาเมยัง ศูนย์หน้าวัย 23 ที่เกิดในฝรั่งเศส ลูกชายของ ปิแอร์ ออบาเมยัง (นักเตะทีมชาติกาบอง 1985-1998) ได้ประกาศนียบัตรผ่านศูนย์ปั้นเด็กของยอดทีมอย่าง เอซี มิลาน มา แม้จะแทรกตัวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ไม่สำเร็จก็ตาม
คว้ารางวัลดาวซัลโวทัวร์นาเมนต์รุ่นเล็กที่มาเลเซีย ในวัยเพียง 18 ซึ่ง ออบาเมยัง เข้าเป็นเด็กฝึกปีศาจแดง-ดำ ตั้งแต่ปี 2007 แล้วจากนั้นก็ถูกส่งตัวไปฝึกงานกับ ดิฌง, ลีลล์ และโมนาโก ต่อเนื่องตั้งแต่ 2008-2011 โดยที่สามารถพังตาข่ายได้ประปราย กระทั่ง แซงต์-เอเตียน คว้าตัวไปจากมิลานเป็นการถาวร ในปี 2011 ซึ่งจนถึงตอนนี้ ออบาเมยัง ยิงประตูในลีกถึง 18 ลูกจากการลงสนามครึ่งร้อยนัด
เคยถูกทีมชาติอิตาลีชักชวนเข้าเล่นยู-19 รวมถึงเล่นให้ฝรั่งเศส ยู-21 มา 1 เกม ก่อนที่สุดท้าย ออบาเมยัง จะเลือกเล่นให้ทีมชาติกาบอง ชุดใหญ่ ในปี 2009 ถึงเวลานี้ลงสนาม 25 นัดซัด 8 ประตู
ประสบการณ์ที่ไม่น้อยในทีมชุดใหญ่ รวมไปถึงในลีกน้ำหอม จะส่งประโยชน์โดยตรงกับการช่วยทีมชุดยู-23 เตะโอลิมปิก ที่ไม่แน่ว่า หากระเบิดฟอร์มดีอีกครั้ง เอซี มิลาน ก็อาจกลับเข้าหาเขาอีกก็เป็นได้
สัมผัสเทรนเนอร์
โคล้ด อัลเบิร์ต เอ็มบูรูโนต์
นอกจากจะเป็นกุนซือทีมชาติกาบอง ชุดยู-23 แล้ว โคล้ด อัลเบิร์ต เอ็มบูรูโนต์ ก็ยังมีตำแหน่งผู้อำนวยการเทคนิคของสหพันธ์ฟุตบอลกาบองอยู่ด้วย
เอ็มบูรูโนต์ เคยคุมทีมชาติชุดใหญ่มาแล้ว ก่อนที่จะมารับงานกับทีมชุดเล็ก ซึ่งผลงานชิ้นโบแดงของเขาก็คือการพาทีมคว้าแชมป์ซีเอเอฟ ยู-23 แชมเปี้ยนชิพ ได้ในปี 2011 ซึ่งนับเป็นความสำเร็จทางฟุตบอลชิ้นแรกๆ ในประวัติศาสตร์ชนชาติกาบอง
ฟันธง : ต้องฝากความหวังไว้ที่ ปิแอร์-เอเมริค ออบาเมยัง ว่าจะร่ายฟอร์มดาวยิงออกมาได้หรือไม่ แต่เป้าหมายการผ่านรอบแรกให้ได้ ก็คงไม่ลำบากเกินไปที่จะทำให้สำเร็จ
