แก้วประกาศลั่นทุบหมีขาวเข้าชิงมวยอลป.
แก้ว พงษ์ประยูร ประกาศลั่นขอเอาชนะ ดาวิด ไอราเพทยาน นักมวยจากรัสเซียให้ได้ รับหนักใจ แต่ดีใจมากที่ได้เหรียญทองแดงอย่างน้อยแล้ว ขอทำหน้าที่ให้ดีที่สุดเพื่อไปให้ถึงเหรียญทองให้ได้ ด้าน สมจิตร จงจอหอ แนะต้องมีสมาธิชกอย่างรัดกุม ชี้โค้ชต้องแก้เกมด่วน เผยรู้สึกตื่นเต้นจนนอนแทบไม่หลับ
แก้ว พงษ์ประยูร ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวหลังการฝึกซ้อมว่า เมื่อคืนหลังจากเสร็จสิ้นการชกแล้วตนรู้สึกตื่นเต้นมาก กลับถึงห้องพักก็ยังตื่นเต้นไม่หายเลย คิดว่าตัวเองอยู่ในความฝันหรือเปล่า เป็นเรื่องจริงหรือเปล่าที่ได้เหรียญโอลิมปิก แต่ก็มีความสุขเรียกว่านอนยิ้มทั้งคืน และกว่าจะหลับตาลงได้ก็ตี 1 เกือบจะตี 2 เลยทีเดียว และจากนั้นก็หลับรวดเดียวจนถึงเช้าปลื้มแม่ชมเก่งที่สุด อวยพรให้ได้ทอง
ผู้สื่อข่าวถามต่อไปอีกว่า ได้โทรศัพท์ไปบอกพ่อกับแม่หรือยัง แก้วบอกว่า โทรศัพท์ไปบอกท่านทั้งสองเรียบร้อยแล้ว และพ่อกับแม่ดีใจมากๆ ที่ตนทำสำเร็จได้เหรียญรางวัลกลับมาให้กับประเทศชาติ อีกทั้งสร้างชื่อเสียงให้กับตนเองและจังหวัดกำแพงเพชร ซึ่งแม่ยังชมด้วยว่า "แก้วเก่งที่สุด ดีใจที่ทำได้ ทุกคนต่างภูมิใจในตัวแก้ว" อีกทั้งยังอวยพรให้ตนประสบความสำเร็จในการแข่งขันครั้งต่อไป คว้าเหรียญทองกลับมาให้ได้ ซึ่งตนก็รับปากว่าจะพยายามทำให้ดีที่สุดลูกสาวอ้อนอยากได้เหรียญทองอลป.
นอกจากนี้แก้วยังกล่าวอีกว่า ได้คุยกับภรรยาและลูกสาวด้วย ซึ่งภรรยาตนดีใจมากที่ทำสำเร็จ พร้อมกับบอกว่าให้ดูแลตัวเองด้วย และการชกครั้งหน้าขอให้ได้ชัยชนะ ส่วนลูกสาวถามตนด้วยว่าพ่อแก้วเจ็บตรงไหนหรือเปล่า และบอกว่าน้องแก้มจะเป็นกำลังใจให้พ่อแก้วนะคะ และพ่อแก้วเอาเหรียญทองมาฝากน้องแก้มให้ได้นะคะ ได้ยินแล้วรู้สึกดีใจ หายเหนื่อยไปเลย ซึ่งตนก็รับปากว่าจะพยายามทำให้ได้"สมจิตร" แนะนัดหน้ามีสมาธิ-รัดกุม
ผู้สื่อข่าวถามต่อไปอีกว่า ทาง "สมจิตร จงจอหอ" อดีตนักชกเหรียญทองโอลิมปิก เกมส์ 2008 ที่กรุงปักกิ่ง ได้โทรศัพท์แสดงความยินดีและแนะนำการชกครั้งต่อไปหรือไม่ แก้วกล่าวว่า พี่สมจิตรได้โทรศัพท์มาแสดงความยินดีแล้ว โดยบอกว่าชกได้ดีมาก และยังแนะนำด้วยว่าไฟต์หน้าพยายามชกให้รัดกุมเหมือนไฟต์ที่ผ่านมา และสมาธิอย่าวอกแวก อยู่ในเกมการชกตลอด และเชื่อว่าตนจะเอาชนะผ่านเข้ารอบรองฯ ได้เผยได้รองเท้ากำปั้นคิวบาดีกรีเงินอลป.
นอกจากนี้ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยว่า สำหรับรองเท้ายี่ห้ออาดิดาสสีขาวที่ แก้ว พงษ์ประยูร ใส่ขึ้นชกนั้นเป็นรองเท้าของ อันดริส ลาฟฟิตา นักมวยจากคิวบาดีกรีเหรียญเงินโอลิมปิก เกมส์ 2008 ที่กรุงปักกิ่ง ที่แพ้ให้กับ สมจิตร จงจอหอ ในรอบชิงชนะเลิศ
ซึ่งสมจิตรได้ขอซื้อต่อมาจากอันดริสภายหลังจบการแข่งขัน และนำมาเก็บไว้ก่อนที่จะมอบให้กับแก้วใส่ขึ้นเวทีชก และยังไม่แพ้เลย ซึ่งแก้วบอกว่าถือเป็นการเอาเคล็ดอย่างหนึ่ง คือคนที่ได้เหรียญทองให้มาน่าจะดีสำหรับเรา"โค้ชธง" กำชับอย่าปะทะกำปั้นหมีขาว
ด้าน "โค้ชธง" พ.ต.ธง ทวีคูณ ผู้ฝึกสอนเปิดเผยว่า จากการที่ได้ศึกษาดูเทปการชกของ ดาวิด ไอราเพดยาน จากรัสเซียแล้ว เป็นมวยเดินดุดันแข็งแรง ต่อยไม่หยุด ส่วนหมัดก็จะเป็นหมัดขว้าง และสำหรับแผนการชกของแก้วนั้นตนได้แนะว่า สเต็ปเท้าต้องเร็ว ต้องไม่อยู่นิ่ง ห้ามยืนขาตายเด็ดขาด
และจะยืนประจันแลกหมัดไม่ได้ เนื่องจากว่าคู่ต่อสู้ได้เปรียบเรื่องความแข็งแรง ดังนั้นเข้าทำแล้วต้องขยับออกให้เร็ว และระวังหมัดขว้าง และหากคู่ต่อสู้หลุดเมื่อไหร่ก็ฉวยจังหวะนี้รัวหมัดเป็นชุดๆ"แก้ว" เผยเคยเห็นการชกแต่ไม่เคยปะทะฝีมือ
ขณะที่ แก้ว พงษ์ประยูร กล่าวว่า สำหรับมวยรัสเซียคนนี้รูปร่างน้ำหนักส่วนสูงแทบจะเท่ากับตน ซึ่งเตี้ยกว่าตนเพียง 2 ซม.เท่านั้น ก็เป็นครั้งแรกที่จะได้ต่อยกับมวยที่เตี้ยกว่า ซึ่งจากที่เห็นชก ดาวิดเป็นมวยที่มีความแข็งแรงมาก เคยมาแข่งขันในรายการคิงส์คัพที่ไทยด้วยเมื่อ 5-6 ปีก่อน แต่ตอนนั้นไม่ได้แกร่งขนาดนี้ แต่ว่าระยะหลังเขาเดินทางไปแข่งขันตลอด ทำให้ร่างกายฟิต ฝีมือพัฒนาขึ้นเยอะทีเดียว แต่ก็ยังไม่เคยชกกับตนแต่อย่างใด
"แก้ว" ประกาศสู้ตายดับหมีขาว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ถึงตอนนี้มีความมั่นใจมากน้อยเพียงใด แก้วกล่าวว่า ความมั่นใจตนเต็มร้อย ขึ้นเวทีทุกครั้งสู้สุดชีวิตอยู่แล้ว และจะพยายามชกให้ได้ตามแผนที่ทางโค้ชและพี่สมจิตรแนะนำ และเวลานี้ตนรู้สึกไม่เป็นกังวลอะไร ผ่านการชกเมื่อคืนมาทำให้รู้สึกสบายใจมาก ไฟต์กับนักชกจากรัสเซียเชื่อว่าจะฟอร์มดีกว่าเดิมแน่นอน ก็ขอให้แฟนกีฬาชาวไทยเป็นกำลังให้ตนด้วย
เผยรอดตายจากถูกยิงทำมีแรงใจสู้ชีวิต
นอกจากนี้ แก้ว พงษ์ประยูร เผยอีกว่า สมัยที่ยังเป็นหนุ่มรุ่นๆ ตนเคยถูกยิงด้วยอาวุธปืนมาแล้วเกือบจะเอาชีวิตไม่รอด ซึ่งขณะนั้นตนยังอาศัยอยู่ที่บ้านเกิดจ.กำแพงเพชร คาดว่าน่าจะอายุประมาณ 22 ปี ได้ เหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงค่ำระหว่างกำลังเดินทางกลับบ้าน และถูกยิงด้วยอาวุธปืน 2 นัด เข้าที่ด้านหลังแรงกระสุนทำให้ตนถึงกับล้มลง
ตอนนั้นคิดเหมือนกันว่าคงไม่รอดแน่ แต่เมื่อสำรวจร่างกายดูปรากฏว่ากระสุนไม่ได้เข้าไปในร่างกาย มีเพียงรอยช้ำไหม้ จนกลายเป็นรอยแผลเป็นมาจนถึงวันนี้ คนยิงน่าจะเป็นวัยรุ่น สาเหตุอาจจะไปชอบผู้หญิงคนเดียวกันบอกรอดตายเหมือนได้ชีวิตใหม่
ต่อข้อถามว่ามีของดีอะไรติดตัว นักชกจากเมืองกำแพงเพชรไม่ตอบแต่อย่างใดมีเพียงรอยยิ้ม ก่อนกล่าวอีกว่า ครั้งนั้นรอดชีวิตมาได้เหมือนได้ชีวิตใหม่ และกลายเป็นแรงจูงใจให้กับตนเองในการดำเนินชีวิต อย่าประมาทในการดำเนินชีวิต ทำอะไรทุ่มเทให้เต็มที่
ซึ่งวันนั้นหากเสียชีวิต ตนก็คงจะไม่มีวันนี้อย่างแน่นอน ไม่มีโอกาสได้ชื่นชมกับเหรียญรางวัลโอลิมปิกเกมส์ ดังนั้นกับชีวิตใหม่ก็อยากจะนำสิ่งดีๆ ให้กับชีวิต เหรียญทองโอลิมปิกเกมส์ก็เช่นกัน ตอนนี้ก็อยากจะทำให้สำเร็จ
''บิ๊กหนุ่ม'' รับลูกหนุนกีฬาที่มีความหวัง
''บิ๊กหนุ่ม'' กนกพันธุ์ จุลเกษม ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า จากการที่นักกีฬาไทยไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร กีฬาหลักๆ ที่เป็นความหวังพลาดเหรียญรางวัล ซึ่งทาง พล.ต.จารึก อารีราชการัณย์ รองประธานและเลขาธิการคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย ได้ให้ความเห็นว่า
ต่อไปนี้กีฬาที่แข่งขันในโอลิมปิกจะต้องส่งไปแข่งขันควอลิฟายทุกรายการเพื่อโอกาสของนักกีฬาไทยคว้าสิทธิ์เข้าแข่งขันโอลิมปิก ประเด็นนี้ตนเห็นด้วย และคิดว่าเรื่องงบประมาณก็ควรจะมีการเพิ่มให้กับสมาคมกีฬาที่เป็นความหวังด้วย ต้องให้มากกว่าเดิม สำหรับกีฬาที่มีผลงานเด่นเตรียมประสานบราซิลเรื่องส่งนักกีฬาไปซุบตัว
กับโครงการความร่วมมือกับเมืองแมนเชสเตอร์ที่ส่งนักกีฬาไทยมาเก็บตัวเตรียมความพร้อมล่วงหน้าก่อนแข่งขันลอนดอนเกมส์ 2012 นั้นทั้งกีฬามวย, ยิงธนู และ ยูโด ต่างให้ความเห็นว่าได้ประโยชน์อย่างมาก แต่ทั้งนี้สมาคมกีฬาส่วนใหญ่กลับไม่เห็นความสำเร็จ
อย่างไรก็ตาม ตนจะดำเนินการต่อ โดยในการเตรียมโอลิมปิกอีก 4 ปีข้างหน้าที่บราซิล จะประสานกับทางบราซิลเพื่อส่งนักกีฬาไปเก็บตัวฝึกซ้อมที่นั่น แต่จะไม่ทำเหมือนเดิมที่ส่งไปก่อนแข่งขัน แต่จะส่งไปเป็นช่วงๆ เรียกว่าตลอด 4 ปี จะให้นักกีฬาไทยได้ไปสัมผัสกับสภาพอากาศที่บราซิล และเมื่อใกล้แข่งขันก็จะส่งไปเตรียมตัวล่วงหน้าซึ่งอาจจะเป็นเดือนก็ได้
หลังจากเอาชนะนักชกบัลแกเรียผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศได้สำเร็จ เช้าวันต่อมา แก้ว พงษ์ประยูร นักชกจากเมืองกำแพงเพชรยังคงตื่นแต่เช้าเช่นเคย โดยได้ตื่นตั้งแต่เวลา 07.30 น. แม้ว่าคืนที่ผ่านมาจะกรำศึกหนักก็ตาม แต่แก้วยังคงตื่นมาปฏิบัติหน้าที่เหมือนที่เคยทำ
โดยมี "โค้ชธง" พ.ต.ธง ทวีคูณ ผู้ฝึกสอนมวยสากลสมัครเล่นทีมชาติไทยคอยดูแล หลังจากล้างหน้าล้างตาชำระร่างกายแล้วก็พาแก้วออกมาวอร์มร่างกายที่ลานด้านหน้าที่พักภายในหมู่บ้านนักกีฬาที่เช้านี้โค้ชธงให้ซ้อมเบาๆ ไม่หนักมากประมาณ 1 ชั่วโมงก็เสร็จสิ้น
แก้ว พงษ์ประยูร ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวหลังการฝึกซ้อมว่า เมื่อคืนหลังจากเสร็จสิ้นการชกแล้วตนรู้สึกตื่นเต้นมาก กลับถึงห้องพักก็ยังตื่นเต้นไม่หายเลย คิดว่าตัวเองอยู่ในความฝันหรือเปล่า เป็นเรื่องจริงหรือเปล่าที่ได้เหรียญโอลิมปิก แต่ก็มีความสุขเรียกว่านอนยิ้มทั้งคืน และกว่าจะหลับตาลงได้ก็ตี 1 เกือบจะตี 2 เลยทีเดียว และจากนั้นก็หลับรวดเดียวจนถึงเช้า
ผู้สื่อข่าวถามต่อไปอีกว่า ได้โทรศัพท์ไปบอกพ่อกับแม่หรือยัง แก้วบอกว่า โทรศัพท์ไปบอกท่านทั้งสองเรียบร้อยแล้ว และพ่อกับแม่ดีใจมากๆ ที่ตนทำสำเร็จได้เหรียญรางวัลกลับมาให้กับประเทศชาติ อีกทั้งสร้างชื่อเสียงให้กับตนเองและจังหวัดกำแพงเพชร ซึ่งแม่ยังชมด้วยว่า "แก้วเก่งที่สุด ดีใจที่ทำได้ ทุกคนต่างภูมิใจในตัวแก้ว" อีกทั้งยังอวยพรให้ตนประสบความสำเร็จในการแข่งขันครั้งต่อไป คว้าเหรียญทองกลับมาให้ได้ ซึ่งตนก็รับปากว่าจะพยายามทำให้ดีที่สุด
นอกจากนี้แก้วยังกล่าวอีกว่า ได้คุยกับภรรยาและลูกสาวด้วย ซึ่งภรรยาตนดีใจมากที่ทำสำเร็จ พร้อมกับบอกว่าให้ดูแลตัวเองด้วย และการชกครั้งหน้าขอให้ได้ชัยชนะ ส่วนลูกสาวถามตนด้วยว่าพ่อแก้วเจ็บตรงไหนหรือเปล่า และบอกว่าน้องแก้มจะเป็นกำลังใจให้พ่อแก้วนะคะ และพ่อแก้วเอาเหรียญทองมาฝากน้องแก้มให้ได้นะคะ ได้ยินแล้วรู้สึกดีใจ หายเหนื่อยไปเลย ซึ่งตนก็รับปากว่าจะพยายามทำให้ได้
ผู้สื่อข่าวถามต่อไปอีกว่า ทาง "สมจิตร จงจอหอ" อดีตนักชกเหรียญทองโอลิมปิก เกมส์ 2008 ที่กรุงปักกิ่ง ได้โทรศัพท์แสดงความยินดีและแนะนำการชกครั้งต่อไปหรือไม่ แก้วกล่าวว่า พี่สมจิตรได้โทรศัพท์มาแสดงความยินดีแล้ว โดยบอกว่าชกได้ดีมาก และยังแนะนำด้วยว่าไฟต์หน้าพยายามชกให้รัดกุมเหมือนไฟต์ที่ผ่านมา และสมาธิอย่าวอกแวก อยู่ในเกมการชกตลอด และเชื่อว่าตนจะเอาชนะผ่านเข้ารอบรองฯ ได้
นอกจากนี้ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยว่า สำหรับรองเท้ายี่ห้ออาดิดาสสีขาวที่ แก้ว พงษ์ประยูร ใส่ขึ้นชกนั้นเป็นรองเท้าของ อันดริส ลาฟฟิตา นักมวยจากคิวบาดีกรีเหรียญเงินโอลิมปิก เกมส์ 2008 ที่กรุงปักกิ่ง ที่แพ้ให้กับ สมจิตร จงจอหอ ในรอบชิงชนะเลิศ
ซึ่งสมจิตรได้ขอซื้อต่อมาจากอันดริสภายหลังจบการแข่งขัน และนำมาเก็บไว้ก่อนที่จะมอบให้กับแก้วใส่ขึ้นเวทีชก และยังไม่แพ้เลย ซึ่งแก้วบอกว่าถือเป็นการเอาเคล็ดอย่างหนึ่ง คือคนที่ได้เหรียญทองให้มาน่าจะดีสำหรับเรา
ด้าน "โค้ชธง" พ.ต.ธง ทวีคูณ ผู้ฝึกสอนเปิดเผยว่า จากการที่ได้ศึกษาดูเทปการชกของ ดาวิด ไอราเพดยาน จากรัสเซียแล้ว เป็นมวยเดินดุดันแข็งแรง ต่อยไม่หยุด ส่วนหมัดก็จะเป็นหมัดขว้าง และสำหรับแผนการชกของแก้วนั้นตนได้แนะว่า สเต็ปเท้าต้องเร็ว ต้องไม่อยู่นิ่ง ห้ามยืนขาตายเด็ดขาด
และจะยืนประจันแลกหมัดไม่ได้ เนื่องจากว่าคู่ต่อสู้ได้เปรียบเรื่องความแข็งแรง ดังนั้นเข้าทำแล้วต้องขยับออกให้เร็ว และระวังหมัดขว้าง และหากคู่ต่อสู้หลุดเมื่อไหร่ก็ฉวยจังหวะนี้รัวหมัดเป็นชุดๆ
ขณะที่ แก้ว พงษ์ประยูร กล่าวว่า สำหรับมวยรัสเซียคนนี้รูปร่างน้ำหนักส่วนสูงแทบจะเท่ากับตน ซึ่งเตี้ยกว่าตนเพียง 2 ซม.เท่านั้น ก็เป็นครั้งแรกที่จะได้ต่อยกับมวยที่เตี้ยกว่า ซึ่งจากที่เห็นชก ดาวิดเป็นมวยที่มีความแข็งแรงมาก เคยมาแข่งขันในรายการคิงส์คัพที่ไทยด้วยเมื่อ 5-6 ปีก่อน แต่ตอนนั้นไม่ได้แกร่งขนาดนี้ แต่ว่าระยะหลังเขาเดินทางไปแข่งขันตลอด ทำให้ร่างกายฟิต ฝีมือพัฒนาขึ้นเยอะทีเดียว แต่ก็ยังไม่เคยชกกับตนแต่อย่างใด
ผู้สื่อข่าวถามว่า ถึงตอนนี้มีความมั่นใจมากน้อยเพียงใด แก้วกล่าวว่า ความมั่นใจตนเต็มร้อย ขึ้นเวทีทุกครั้งสู้สุดชีวิตอยู่แล้ว และจะพยายามชกให้ได้ตามแผนที่ทางโค้ชและพี่สมจิตรแนะนำ และเวลานี้ตนรู้สึกไม่เป็นกังวลอะไร ผ่านการชกเมื่อคืนมาทำให้รู้สึกสบายใจมาก ไฟต์กับนักชกจากรัสเซียเชื่อว่าจะฟอร์มดีกว่าเดิมแน่นอน ก็ขอให้แฟนกีฬาชาวไทยเป็นกำลังให้ตนด้วย
นอกจากนี้ แก้ว พงษ์ประยูร เผยอีกว่า สมัยที่ยังเป็นหนุ่มรุ่นๆ ตนเคยถูกยิงด้วยอาวุธปืนมาแล้วเกือบจะเอาชีวิตไม่รอด ซึ่งขณะนั้นตนยังอาศัยอยู่ที่บ้านเกิดจ.กำแพงเพชร คาดว่าน่าจะอายุประมาณ 22 ปี ได้ เหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงค่ำระหว่างกำลังเดินทางกลับบ้าน และถูกยิงด้วยอาวุธปืน 2 นัด เข้าที่ด้านหลังแรงกระสุนทำให้ตนถึงกับล้มลง
ตอนนั้นคิดเหมือนกันว่าคงไม่รอดแน่ แต่เมื่อสำรวจร่างกายดูปรากฏว่ากระสุนไม่ได้เข้าไปในร่างกาย มีเพียงรอยช้ำไหม้ จนกลายเป็นรอยแผลเป็นมาจนถึงวันนี้ คนยิงน่าจะเป็นวัยรุ่น สาเหตุอาจจะไปชอบผู้หญิงคนเดียวกัน
ต่อข้อถามว่ามีของดีอะไรติดตัว นักชกจากเมืองกำแพงเพชรไม่ตอบแต่อย่างใดมีเพียงรอยยิ้ม ก่อนกล่าวอีกว่า ครั้งนั้นรอดชีวิตมาได้เหมือนได้ชีวิตใหม่ และกลายเป็นแรงจูงใจให้กับตนเองในการดำเนินชีวิต อย่าประมาทในการดำเนินชีวิต ทำอะไรทุ่มเทให้เต็มที่
ซึ่งวันนั้นหากเสียชีวิต ตนก็คงจะไม่มีวันนี้อย่างแน่นอน ไม่มีโอกาสได้ชื่นชมกับเหรียญรางวัลโอลิมปิกเกมส์ ดังนั้นกับชีวิตใหม่ก็อยากจะนำสิ่งดีๆ ให้กับชีวิต เหรียญทองโอลิมปิกเกมส์ก็เช่นกัน ตอนนี้ก็อยากจะทำให้สำเร็จ
''บิ๊กหนุ่ม'' กนกพันธุ์ จุลเกษม ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า จากการที่นักกีฬาไทยไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร กีฬาหลักๆ ที่เป็นความหวังพลาดเหรียญรางวัล ซึ่งทาง พล.ต.จารึก อารีราชการัณย์ รองประธานและเลขาธิการคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย ได้ให้ความเห็นว่า
ต่อไปนี้กีฬาที่แข่งขันในโอลิมปิกจะต้องส่งไปแข่งขันควอลิฟายทุกรายการเพื่อโอกาสของนักกีฬาไทยคว้าสิทธิ์เข้าแข่งขันโอลิมปิก ประเด็นนี้ตนเห็นด้วย และคิดว่าเรื่องงบประมาณก็ควรจะมีการเพิ่มให้กับสมาคมกีฬาที่เป็นความหวังด้วย ต้องให้มากกว่าเดิม สำหรับกีฬาที่มีผลงานเด่น
กับโครงการความร่วมมือกับเมืองแมนเชสเตอร์ที่ส่งนักกีฬาไทยมาเก็บตัวเตรียมความพร้อมล่วงหน้าก่อนแข่งขันลอนดอนเกมส์ 2012 นั้นทั้งกีฬามวย, ยิงธนู และ ยูโด ต่างให้ความเห็นว่าได้ประโยชน์อย่างมาก แต่ทั้งนี้สมาคมกีฬาส่วนใหญ่กลับไม่เห็นความสำเร็จ
อย่างไรก็ตาม ตนจะดำเนินการต่อ โดยในการเตรียมโอลิมปิกอีก 4 ปีข้างหน้าที่บราซิล จะประสานกับทางบราซิลเพื่อส่งนักกีฬาไปเก็บตัวฝึกซ้อมที่นั่น แต่จะไม่ทำเหมือนเดิมที่ส่งไปก่อนแข่งขัน แต่จะส่งไปเป็นช่วงๆ เรียกว่าตลอด 4 ปี จะให้นักกีฬาไทยได้ไปสัมผัสกับสภาพอากาศที่บราซิล และเมื่อใกล้แข่งขันก็จะส่งไปเตรียมตัวล่วงหน้าซึ่งอาจจะเป็นเดือนก็ได้
