ฮีโร่แต้วถึงไทยแฟนแห่ต้อนรับสุดอบอุ่น
จอมพลังสาวฮีโร่เหรียญเงินโอลิมปิก 2012 ''น้องแต้ว'' พิมศิริ ศิริแก้ว กลับถึงมาตุภูมิแล้ว ท่ามกลางการต้อนรับของกองเชียร์นับร้อย รวมทั้งทัพสื่อมวลชนทุกสำนัก เจ้าตัวตื่นเต้นจนน้ำตาซึมเพราะไม่คิดว่าจะได้รับการต้อนรับมากขนาดนี้ ยิ่งกว่าตอนรับเหรียญเสียอีก พร้อมกล่าวขอบคุณผู้สนับสนุนทุกฝ่าย เตรียมทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญรางวัลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ย้ำถึงแม้จะกลายเป็นฮีโร่แต่ยังคงทำตัวเหมือนเดิม สื่อมวลชนนับร้อยรอทำข่าว
ภายในบริเวณชั้น 2 ของสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งเป็นทางออกของผู้โดยสาร ต่างคลาคล่ำไปด้วยผู้สื่อข่าวหลายสำนักรวมทั้งกองเชียร์จาก อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น, ร.ร.กีฬา จ.ชลบุรี, การไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.) บ.สิงห์คอร์เปอเรชั่น ต่างมายืนรอเพื่อทำข่าวตั้งแต่เวลาประมาณ 13.00 น.
โดยพี่น้องจากขอนแก่นนั้นถึงกับแต่งเพลง ''น้องแต้วสาวขอนแก่น'' ไว้เพื่อการนี้โดยเฉพาะด้วย ซึ่งทำนองเป็นทำนองเดิมของเพลงสาวขอนแก่นอันโด่งดังในอดีต เปลี่ยนเนื้อหาในเพลงบางท่อนเท่านั้นพ่อกับแม่ ''น้องแต้ว'' เข้าไปรับด้านใน
นายคำปุ่น ศิริแก้ว และ นางอมรรัตน์ ศิริแก้ว บิดาและมารดาของ ''น้องแต้ว'' พิมศิริ ได้เข้าไปรับลูกสาวซึ่งเป็นฮีโร่เหรียญเงินถึงด้านในบริเวณที่รับกระเป๋าเดินทางด้านใน ก่อนจะออกมาพร้อมกันทั้งคณะ บริเวณประตู 3 ของฝั่งผู้โดยสารขาออก
ผู้โดยสารต่างประเทศตื่นเต้น
ขณะที่กำลังชุลมุนเพื่อพา ''น้องแต้ว'' พร้อมกับทีมจอมพลังไปยังสถานที่ซึ่งจัดไว้สำหรับการแถลงข่าว ผู้โดยสารชาวต่างประเทศหลายคนต่างพากันตกใจ เนื่องจากเห็นคนมากผิดปรกติ จึงได้สอบถามผู้สื่อข่าวว่าเกิดอะไรขึ้น เมื่อได้รับคำตอบว่ากำลังให้การต้อนรับนักกีฬาที่ได้เหรียญจากโอลิมปิก
ถึงกับพากันตื่นเต้นและถามว่าชื่ออะไร เล่นกีฬาชนิดไหน พอรู้ว่าเป็น ''น้องแต้ว'' ถึงกับยกนิ้วให้และพยายามที่จะเข้าไปถ่ายรูปจอมพลังฮีโร่ของไทยด้วย แต่ติดกำแพงของสื่อมวลชนจึงต้องยอมแพ้และถอยกลับไปสื่อบ่นสุวรรณภูมิไม่จัดห้องวีไอพี
หลังจากนำตัว พิมศิริ ศิริแก้ว และทีมยกเหล็กพร้อมด้วยผู้บริหารสมาคมฯ และสปอนเซอร์ ไปยังจุดที่จัดไว้ให้เพื่อการแถลงแล้ว จึงได้เริ่มการสัมภาษณ์ แต่เนื่องจากบริเวณดังกล่าวเป็นเพียงทางเดินซึ่งจัดไว้เฉพาะกิจ และไม่มีเครื่องขยายเสียงแต่อย่างใด
ทำให้นักข่าวที่อยู่ไกลจากโต๊ะแถลงข่าวไม่ได้ยินเสียงของ ''น้องแต้ว'' และคนอื่นๆ ทำให้ไม่พอใจและบ่นว่าเหตุใดสนามบินสุวรรณภูมิ ถึงไม่จัดห้องรับรองพิเศษไว้สำหรับ ''น้องแต้ว'' เพราะถือเป็นนักกีฬาที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยและได้ถึงเหรียญเงินโอลิมปิกกลับมา''น้องแต้ว'' น้ำตาซึมคนมารับเยอะ
ด้าน ''น้องแต้ว'' พิมศิริ ศิริแก้ว ถึงกับน้ำตาซึม พร้อมกับกล่าวว่า ไม่คิดว่าจะมีนักข่าวและพี่น้องชาวไทยให้ความสนใจและต้อนรับตนเองมากมายถึงขนาดนี้ ทั้งที่ตนได้เพียงแค่เหรียญเงิน ทำให้รู้สึกตื่นเต้นและตื้นตันใจมากกว่าเมื่อตอนที่รับเหรียญเสียอีกขอบคุณทุกฝ่ายที่สนับสนุน
ฮีโร่สาวคนใหม่ของไทย กล่าวว่า ตอนนี้อยากทานอาหารไทยทุกอย่าง ขอบคุณพ่อกับแม่ที่สนับสนุนให้เล่นกีฬา ขอบคุณ ''เสธ.ยอด'' พล.ต.อินทรัตน์ ยอดบางเตย นายกสมาคมยกน้ำหนักฯ, นางบุษบา ยอดบางเตย ผู้จัดการทีมฯ, การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.), บ.สิงห์คอร์เปอเรชั่น ที่ได้ให้การสนับสนุนและให้โอกาสตนได้ไปทำหน้าที่ในโอลิมปิกครั้งนี้
เตรียมถวายเหรียญแด่ในหลวง
ผู้สื่อข่าวถามว่าจะนำเหรียญที่ได้มานี้ไปถวายให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเมื่อไหร่ ''น้องแต้ว'' ตอบว่า ขณะนี้สมาคมฯ กำลังดำเนินการอยู่ เมื่อพระองค์ทรงมีเวลาว่าง ก็จะเข้าเฝ้าฯ ในทันทีเพื่อทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญโอลิมปิกอย่างที่ตั้งใจไว้ พร้อมกับบอกว่า ตนเองไม่ได้บนบานเรื่องการได้เหรียญไว้ที่ไหน แต่พ่อกับแม่คงจะบนไว้ และเตรียมจะแก้บนแล้วบอกยังทำตัวเหมือนเดิม
นอกจากนี้ ''น้องแต้ว'' ได้ตอบคำถามที่ว่า ขณะนี้ชีวิตได้เปลี่ยนไปแล้ว มีแผนการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้อย่างไรบ้าง จอมพลังสาวฮีโร่ ''ลอนดอนเกมส์'' ได้ตอบว่า คงไม่เปลี่ยนแต่อย่างใด คงใช้ชีวิตเหมือนเดิม เป็นนักกีฬาและซ้อมหนักยิ่งขึ้นเและแก้ไขข้อบกพร่อง
เพื่ออีก 4 ปีข้างหน้าในการแข่งขันโอลิมปิก 2016 ที่บราซิลจะทำสถิติได้ดีกว่านี้ แต่ไม่ได้มองไปที่เหรียญทองแต่อย่างใด เนื่องจากระยะเวลายังอีกยาวไกล เหรียญที่ได้ก็เหมือนกับเป็นของขวัญวันเกิดให้แม่ด้วยพ่อ-แม่ย้ำให้เป็นนักกีฬาเหมือนเคย
ด้าน นายคำปุ่น ศิริแก้ว และ นางอมรรัตน์ ศิริแก้ว ได้บอกกับ ''น้องแต้ว'' ว่า ถึงแม้ในเวลานี้จะกลายเป็นฮีโร่ของคนไทยทั้งประเทศแล้ว แต่ก็อยากให้ลูกของตนทำตัวให้เหมือนเดิม เป็นนักกีฬาและมีหน้าที่ซ้อมกีฬาเช่นเคย ส่วนของรางวัลที่เตรียมไว้ให้ ''น้องแต้ว'' นั้น จะเป็นแหวนทองคำสลักนามสกุล ''ศิริแก้ว'' ซึ่งถือเป็นแหวนประจำตระกูล และจะไปให้ที่ จ.ขอนแก่น บ้านเกิดตื่นเต้นนอนห้องสวีท
หลังจากนั้น ''น้องแต้ว'' และทีมยกเหล็กไทย ได้เดินทางไปยังโรงแรมอิมพีเรียล ควีนส์ปาร์ค สุขุมวิท 22 เพื่อเข้าพัก โดยทางโรงแรมได้พาพิมศิริขึ้นไปยังห้องสวีท ชั้น 37 ซึ่งมีราคาค่าพักคืนละกว่าแสนบาท โดยห้องดังกล่าวมีขนาดกว้างขวาง และมีอ่างอาบน้ำจากุชชี่อยู่ภายในห้อง
ล้อมไปด้วยกระจกใสชนิดพิเศษ ซึ่งคนภายนอกจะมองไม่เห็นคนที่อยู่ด้านใน แต่คนที่อยู่ข้างในจะมองเห็นภายนอกได้ ทำเอา ''น้องแต้ว'' ถึงกับตื่นเต้นและออกอาการเขิน พร้อมกับถามว่า ถ้าตนอาบน้ำแล้วคนข้างนอกจะเห็นหรือเปล่าเสธ.ยอดบอกต่ำกว่าเป้า
ทาง ''เสธ.ยอด'' พล.ต.อินทรัตน์ ยอดบางเตย นายกสมาคมยกน้ำหนักฯ เผยว่า เป้าหมายของโอลิมปิกครั้งนี้ต่ำกว่าที่คาดไว้ เนื่องจากตั้งเป้าหมายว่าน่าจะได้ 2-4 เหรียญ แต่ทำได้เพียงแค่เหรียญเดียวเท่านั้น อย่างไรก็ตามนักกีฬาทุกคนได้ทำอย่างเต็มที่แล้ว ประกอบกับยังมีอายุน้อย ยังสามารถลงเล่นได้อีกหลายปี
และได้เตรียมสร้างเด็กใหม่ไว้หลายคนแล้วเพื่อไว้ทดแทนรุ่นพี่ในอนาคต สมาคมฯ ได้ทำตามสัญญาที่ให้ไว้แล้วคือไม่ทำให้คนไทยผิดหวัง จะทำให้คนไทยมีความสุข ในช่วงเวลาที่เหลืออยากให้ส่งกำลังใจไปยังทีมเทควันโดของไทย และ แก้ว พงษ์ประยูร ซึ่งเป็นอีกหนึ่งความหวังที่เหลือ
''น้องแต้ว'' พิมศิริ ศิริแก้ว จอมพลังสาวไทยเจ้าของเหรียญเงินโอลิมปิก 2012 ''ลอนดอนเกมส์'' พร้อมกับทีมยกเหล็กไทยอีก 6 คน ประกอบไปด้วย ''น้องมาย'' สิริวิมล ประมงคล, ''น้องปุ๊ก'' รัตติกาล กุลน้อย, ''เจ้าตุ๊ก'' อรรถพล แดงจันทึก,''เจ้าก็อต'' จตุภูมิ ชินวงค์ และ ''เจ้าแม็ค'' พิทยา ตีบนอก เดินทางกลับถึงประเทศไทยแล้ว โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ ทีจี 917 เวลา 15.05 น. เมื่อ 5 ส.ค. ที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังมี ''เสธ.ยอด'' พล.ต.อินทรัตน์ ยอดบางเตย นายกสมาคมยกน้ำหนักสมัครเล่นแห่งประเทศไทย และ นางบุษบา ยอดบางเตย ผู้จัดการทีมยกเหล็กชุดนี้ เดินทางกลับมาด้วย
ภายในบริเวณชั้น 2 ของสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งเป็นทางออกของผู้โดยสาร ต่างคลาคล่ำไปด้วยผู้สื่อข่าวหลายสำนักรวมทั้งกองเชียร์จาก อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น, ร.ร.กีฬา จ.ชลบุรี, การไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.) บ.สิงห์คอร์เปอเรชั่น ต่างมายืนรอเพื่อทำข่าวตั้งแต่เวลาประมาณ 13.00 น.
โดยพี่น้องจากขอนแก่นนั้นถึงกับแต่งเพลง ''น้องแต้วสาวขอนแก่น'' ไว้เพื่อการนี้โดยเฉพาะด้วย ซึ่งทำนองเป็นทำนองเดิมของเพลงสาวขอนแก่นอันโด่งดังในอดีต เปลี่ยนเนื้อหาในเพลงบางท่อนเท่านั้น
นายคำปุ่น ศิริแก้ว และ นางอมรรัตน์ ศิริแก้ว บิดาและมารดาของ ''น้องแต้ว'' พิมศิริ ได้เข้าไปรับลูกสาวซึ่งเป็นฮีโร่เหรียญเงินถึงด้านในบริเวณที่รับกระเป๋าเดินทางด้านใน ก่อนจะออกมาพร้อมกันทั้งคณะ บริเวณประตู 3 ของฝั่งผู้โดยสารขาออก
ขณะที่กำลังชุลมุนเพื่อพา ''น้องแต้ว'' พร้อมกับทีมจอมพลังไปยังสถานที่ซึ่งจัดไว้สำหรับการแถลงข่าว ผู้โดยสารชาวต่างประเทศหลายคนต่างพากันตกใจ เนื่องจากเห็นคนมากผิดปรกติ จึงได้สอบถามผู้สื่อข่าวว่าเกิดอะไรขึ้น เมื่อได้รับคำตอบว่ากำลังให้การต้อนรับนักกีฬาที่ได้เหรียญจากโอลิมปิก
ถึงกับพากันตื่นเต้นและถามว่าชื่ออะไร เล่นกีฬาชนิดไหน พอรู้ว่าเป็น ''น้องแต้ว'' ถึงกับยกนิ้วให้และพยายามที่จะเข้าไปถ่ายรูปจอมพลังฮีโร่ของไทยด้วย แต่ติดกำแพงของสื่อมวลชนจึงต้องยอมแพ้และถอยกลับไป
หลังจากนำตัว พิมศิริ ศิริแก้ว และทีมยกเหล็กพร้อมด้วยผู้บริหารสมาคมฯ และสปอนเซอร์ ไปยังจุดที่จัดไว้ให้เพื่อการแถลงแล้ว จึงได้เริ่มการสัมภาษณ์ แต่เนื่องจากบริเวณดังกล่าวเป็นเพียงทางเดินซึ่งจัดไว้เฉพาะกิจ และไม่มีเครื่องขยายเสียงแต่อย่างใด
ทำให้นักข่าวที่อยู่ไกลจากโต๊ะแถลงข่าวไม่ได้ยินเสียงของ ''น้องแต้ว'' และคนอื่นๆ ทำให้ไม่พอใจและบ่นว่าเหตุใดสนามบินสุวรรณภูมิ ถึงไม่จัดห้องรับรองพิเศษไว้สำหรับ ''น้องแต้ว'' เพราะถือเป็นนักกีฬาที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยและได้ถึงเหรียญเงินโอลิมปิกกลับมา
ด้าน ''น้องแต้ว'' พิมศิริ ศิริแก้ว ถึงกับน้ำตาซึม พร้อมกับกล่าวว่า ไม่คิดว่าจะมีนักข่าวและพี่น้องชาวไทยให้ความสนใจและต้อนรับตนเองมากมายถึงขนาดนี้ ทั้งที่ตนได้เพียงแค่เหรียญเงิน ทำให้รู้สึกตื่นเต้นและตื้นตันใจมากกว่าเมื่อตอนที่รับเหรียญเสียอีก
ฮีโร่สาวคนใหม่ของไทย กล่าวว่า ตอนนี้อยากทานอาหารไทยทุกอย่าง ขอบคุณพ่อกับแม่ที่สนับสนุนให้เล่นกีฬา ขอบคุณ ''เสธ.ยอด'' พล.ต.อินทรัตน์ ยอดบางเตย นายกสมาคมยกน้ำหนักฯ, นางบุษบา ยอดบางเตย ผู้จัดการทีมฯ, การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.), บ.สิงห์คอร์เปอเรชั่น ที่ได้ให้การสนับสนุนและให้โอกาสตนได้ไปทำหน้าที่ในโอลิมปิกครั้งนี้
ผู้สื่อข่าวถามว่าจะนำเหรียญที่ได้มานี้ไปถวายให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเมื่อไหร่ ''น้องแต้ว'' ตอบว่า ขณะนี้สมาคมฯ กำลังดำเนินการอยู่ เมื่อพระองค์ทรงมีเวลาว่าง ก็จะเข้าเฝ้าฯ ในทันทีเพื่อทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญโอลิมปิกอย่างที่ตั้งใจไว้ พร้อมกับบอกว่า ตนเองไม่ได้บนบานเรื่องการได้เหรียญไว้ที่ไหน แต่พ่อกับแม่คงจะบนไว้ และเตรียมจะแก้บนแล้ว
นอกจากนี้ ''น้องแต้ว'' ได้ตอบคำถามที่ว่า ขณะนี้ชีวิตได้เปลี่ยนไปแล้ว มีแผนการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้อย่างไรบ้าง จอมพลังสาวฮีโร่ ''ลอนดอนเกมส์'' ได้ตอบว่า คงไม่เปลี่ยนแต่อย่างใด คงใช้ชีวิตเหมือนเดิม เป็นนักกีฬาและซ้อมหนักยิ่งขึ้นเและแก้ไขข้อบกพร่อง
เพื่ออีก 4 ปีข้างหน้าในการแข่งขันโอลิมปิก 2016 ที่บราซิลจะทำสถิติได้ดีกว่านี้ แต่ไม่ได้มองไปที่เหรียญทองแต่อย่างใด เนื่องจากระยะเวลายังอีกยาวไกล เหรียญที่ได้ก็เหมือนกับเป็นของขวัญวันเกิดให้แม่ด้วย
ด้าน นายคำปุ่น ศิริแก้ว และ นางอมรรัตน์ ศิริแก้ว ได้บอกกับ ''น้องแต้ว'' ว่า ถึงแม้ในเวลานี้จะกลายเป็นฮีโร่ของคนไทยทั้งประเทศแล้ว แต่ก็อยากให้ลูกของตนทำตัวให้เหมือนเดิม เป็นนักกีฬาและมีหน้าที่ซ้อมกีฬาเช่นเคย ส่วนของรางวัลที่เตรียมไว้ให้ ''น้องแต้ว'' นั้น จะเป็นแหวนทองคำสลักนามสกุล ''ศิริแก้ว'' ซึ่งถือเป็นแหวนประจำตระกูล และจะไปให้ที่ จ.ขอนแก่น บ้านเกิด
หลังจากนั้น ''น้องแต้ว'' และทีมยกเหล็กไทย ได้เดินทางไปยังโรงแรมอิมพีเรียล ควีนส์ปาร์ค สุขุมวิท 22 เพื่อเข้าพัก โดยทางโรงแรมได้พาพิมศิริขึ้นไปยังห้องสวีท ชั้น 37 ซึ่งมีราคาค่าพักคืนละกว่าแสนบาท โดยห้องดังกล่าวมีขนาดกว้างขวาง และมีอ่างอาบน้ำจากุชชี่อยู่ภายในห้อง
ล้อมไปด้วยกระจกใสชนิดพิเศษ ซึ่งคนภายนอกจะมองไม่เห็นคนที่อยู่ด้านใน แต่คนที่อยู่ข้างในจะมองเห็นภายนอกได้ ทำเอา ''น้องแต้ว'' ถึงกับตื่นเต้นและออกอาการเขิน พร้อมกับถามว่า ถ้าตนอาบน้ำแล้วคนข้างนอกจะเห็นหรือเปล่า
ทาง ''เสธ.ยอด'' พล.ต.อินทรัตน์ ยอดบางเตย นายกสมาคมยกน้ำหนักฯ เผยว่า เป้าหมายของโอลิมปิกครั้งนี้ต่ำกว่าที่คาดไว้ เนื่องจากตั้งเป้าหมายว่าน่าจะได้ 2-4 เหรียญ แต่ทำได้เพียงแค่เหรียญเดียวเท่านั้น อย่างไรก็ตามนักกีฬาทุกคนได้ทำอย่างเต็มที่แล้ว ประกอบกับยังมีอายุน้อย ยังสามารถลงเล่นได้อีกหลายปี
และได้เตรียมสร้างเด็กใหม่ไว้หลายคนแล้วเพื่อไว้ทดแทนรุ่นพี่ในอนาคต สมาคมฯ ได้ทำตามสัญญาที่ให้ไว้แล้วคือไม่ทำให้คนไทยผิดหวัง จะทำให้คนไทยมีความสุข ในช่วงเวลาที่เหลืออยากให้ส่งกำลังใจไปยังทีมเทควันโดของไทย และ แก้ว พงษ์ประยูร ซึ่งเป็นอีกหนึ่งความหวังที่เหลือ
